NVIDIA เปิดตัว Nemotron 3 Nano Omni โมเดล AI รวมภาพ เสียง และภาษาในระบบเดียว เร่งความเร็ว AI Agent ได้สูงสุด 9 เท่า

NVIDIA เปิดตัว Nemotron 3 Nano Omni โมเดล AI รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับยุค AI agent โดยเฉพาะ โดยเป็นโมเดลแบบ “Omni-modal” ที่สามารถประมวลผลข้อมูลได้หลายรูปแบบในระบบเดียว ทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ เอกสาร ตาราง ไปจนถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ ภายในระบบเดียว โดยตั้งเป้ายกระดับการทำงานของ AI agent ให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระดับองค์กร

รวมทุกความสามารถไว้ในโมเดลเดียว

โมเดลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาสำคัญของระบบ AI agent ในปัจจุบัน ที่ต้องใช้หลายโมเดลแยกกันสำหรับภาพ เสียง และภาษา ทำให้ต้องส่งข้อมูลไปมาหลายรอบ ส่งผลให้เกิดความล่าช้า ต้นทุนสูง และข้อมูลขาดความต่อเนื่อง แต่ Nemotron 3 Nano Omni รวมความสามารถทั้งหมดไว้ในโมเดลเดียว ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสามารถในการเข้าใจบริบทแบบครบวงจร

ในด้านประสิทธิภาพ NVIDIA ระบุว่าโมเดลนี้สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้นถึง 9 เท่า เมื่อเทียบกับโมเดล Open omni-modal อื่น ๆ ในระดับเดียวกัน โดยยังคงความแม่นยำสูง โดยเฉพาะในงานที่ซับซ้อน เช่น การทำ การวิเคราะห์เอกสารหลายรูปแบบพร้อมกัน, การวิเคราะห์วิดีโอ และการประมวลผลเสียง

โครงสร้างระดับสูง

ด้านเทคนิค โมเดลใช้สถาปัตยกรรม 30B-A3B แบบ  Hybrid Mixture-of-Experts (MoE) ที่สามารถเลือกใช้ “ผู้เชี่ยวชาญย่อย” ให้เหมาะกับแต่ละงาน ช่วยเพิ่มทั้งความเร็วและความแม่นยำ พร้อมรองรับ Context ยาวถึง 256K tokens ทำให้สามารถเข้าใจข้อมูลจำนวนมากในครั้งเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ โมเดลยังเสริมความสามารถด้านภาพและวิดีโอด้วยเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ EVS (Efficient Video Sampling) ที่ช่วยคัดเลือกเฉพาะเฟรมสำคัญเพื่อลดภาระการประมวลผลโดยยังคงบริบทหลักของวิดีโอ และ C-RADIOv4 ซึ่งเป็น Vision encoder สำหรับภาพและวิดีโอ ที่ช่วยให้โมเดลเข้าใจโครงสร้างภาพ วัตถุ และความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ได้แม่นยำยิ่งขึ้น

Nemotron 3 Nano Omni ยังถูกวางให้เป็น “Eyes and ears” ของระบบ AI agent หรือชั้นการรับรู้ (perception layer) ที่ทำหน้าที่อ่านภาพ ฟังเสียง และเข้าใจหน้าจอ ก่อนส่งต่อข้อมูลให้โมเดลอื่นในระบบไปวิเคราะห์ วางแผน หรือสั่งงานต่อ โดยสามารถทำงานร่วมกับโมเดลอื่นในตระกูล Nemotron หรือโมเดลของผู้ให้บริการรายอื่นได้อย่างยืดหยุ่น

ตัวอย่างการใช้งานสำคัญ ได้แก่ 

  • Computer-use agents ที่สามารถอ่านและใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้แบบเรียลไทม์
  • Document intelligence สำหรับวิเคราะห์เอกสารซับซ้อนที่มีทั้งภาพ ตาราง และข้อความ
  • Audio & video reasoning ที่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่พูด สิ่งที่เห็น และบริบททั้งหมดในสตรีมเดียว

อีกจุดสำคัญคือ NVIDIA เปิดโมเดลนี้ในรูปแบบ Open weights พร้อม Dataset และเทคนิคการฝึก ทำให้องค์กรสามารถนำไปปรับแต่งและติดตั้งได้เอง ทั้งในระบบ Cloud, Data center และ On-premise เพื่อรองรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและ Data sovereignty ขององค์กร

ปัจจุบัน NVIDIA ได้ร่วมมือกับ Palantir รวมถึงบริษัทกลุ่มแรกอื่น ๆ (Early adopters) ในการทดลองและประเมินการใช้งานโมเดลนี้ในระบบจริง โดยเปิดให้ใช้งานผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Hugging Face และ OpenRouter ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2026

อ้างอิง: NVIDIA

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก ‘Graph Engineering’ เทคนิคจัดระเบียบ AI ให้ทำงานดีขึ้น เทรนด์ใหม่ของการออกแบบ AI Workflow

Graph Engineering ศัพท์ใหม่ของวงการ AI Agent ตั้งแต่ความต่างระหว่าง Harness, Loop และ Graph ตัวอย่างระบบรีวิวโค้ดที่ใช้ Fan-out, Join และ Router ไปจนถึงเกณฑ์เลือกใช้ระหว่าง Graph W...

Responsive image

SCB 10X ถอด 6 บทเรียนสำคัญ ช่วยพาองค์กรไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI

SCB 10X บริษัทด้านการลงทุนในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) สรุป 6 แนวคิดสำหรับองค์กรที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI จากบทสนทนาใน 6 ตอนแรกของ ‘AI-VOLUTION The ...

Responsive image

Meta เปิดตัว Muse Spark 1.3 ทำงานยาวได้ต่อเนื่อง ใช้โทเคนน้อยลง 25% สลับหลายงานพร้อมกันได้โดยไม่สับสน

Meta Superintelligence Labs เปิดตัว Muse Spark 1.3 โมเดลที่เน้นงานเอเจนต์และงานเขียนโค้ด ทำงานยาวได้ต่อเนื่อง ถามกลับเมื่อคำสั่งกำกวม ใช้โทเคนน้อยลง 25% และเรียกเครื่องมือน้อยลง 20...