OpenAI เปิดตัว GPT-6 Sol และ Luna ดึงความสามารถระดับ Astra ลงมาในราคาถูกลงครึ่งหนึ่ง

ในการทดสอบงานธุรกิจที่ต้องสลับใช้แอปหลายตัว GPT-6 Sol ทำคะแนนเหนือ Claude Opus 5 ที่เปิดกำลังสูงสุด ด้วยต้นทุนต่องานเพียง 9% ของคู่แข่ง ตัวเลขนี้สรุปเกมที่ OpenAI กำลังเล่นได้ดี เพราะการแข่งขันของโมเดล AI ไม่ได้วัดกันแค่ว่าใครฉลาดที่สุดอีกต่อไป แต่วัดว่าใครส่งความฉลาดระดับแนวหน้าให้ใช้งานได้ทุกวันในราคาที่จ่ายไหว

หลังเปิดตัว GPT-6 Astra โมเดลเรือธงที่บริษัทเรียกว่าฉลาดที่สุดในโลกไปได้ไม่นาน OpenAI ก็ขยายตระกูล GPT-6 ด้วยสองรุ่นใหม่ คือ GPT-6 Sol รุ่นกลางสำหรับงานยาก และ GPT-6 Luna รุ่นเล็กที่เน้นความคุ้มค่า ทั้งคู่เทรนด้วยวิธีคล้ายกับ Astra จึงได้พัฒนาการด้านงานมืออาชีพ ความถูกต้องของข้อเท็จจริง การเขียนโค้ด การควบคุมคอมพิวเตอร์ และความสอดคล้องกับเจตนามนุษย์ (Alignment) ติดมาด้วย แต่เร็วกว่าและถูกกว่า ส่วน Astra ยังเป็นตัวเลือกสำหรับงานที่ต้องการผลลัพธ์ดีที่สุดโดยไม่ยอมลดทอนอะไรเลย

ราคาลดลงครึ่งหนึ่ง จากการปรับโครงสร้างเบื้องหลัง

OpenAI อธิบายว่าการพัฒนาระบบแคช (Caching) และการประมวลผลโมเดล (Inference) ทำให้ต้นทุนการให้บริการลดลง และบริษัทเลือกส่งส่วนต่างนั้นให้ผู้ใช้โดยตรง ราคา API ของ Sol และ Luna จึงลดลง 50% เมื่อเทียบกับราคาโปรโมชันของรุ่น GPT-5.6

GPT-6 Sol คิดราคา 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านโทเคนขาเข้า และ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านโทเคนขาออก ลดจาก 4 และ 20 ดอลลาร์สหรัฐของ GPT-5.6 Sol ส่วน GPT-6 Luna อยู่ที่ 0.10 และ 0.50 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ เทียบกับ GPT-6 Astra ที่ 10 และ 50 ดอลลาร์สหรัฐ ช่องว่างราคาระหว่างรุ่นบนสุดกับรุ่นเล็กสุดจึงห่างกันถึง 100 เท่า ราคาชุดนี้เป็นราคาถาวร ไม่ใช่ราคาโปรโมชัน

งานมืออาชีพ: ชนะคู่แข่งราคาเดียวกัน และบางครั้งชนะรุ่นที่แพงกว่ามาก

ชุดทดสอบที่ OpenAI ยกมาเป็นอันดับแรกคือ AutomationBench ของ Zapier ซึ่งให้เอเจนต์ AI ทำงานแบบครบวงจรโดยใช้เครื่องมือ 47 ตัว ครอบคลุมงานขาย การตลาด ปฏิบัติการ บริการลูกค้า การเงิน และทรัพยากรบุคคล GPT-6 Sol ที่ระดับการใช้เหตุผล (Reasoning Effort) แบบ xhigh ทำคะแนนเหนือ Claude Opus 5 ที่ระดับ max ด้วยต้นทุนต่องานเพียง 9% และยังเหนือ Claude Fable 5.1 รวมถึง GPT-6 Astra ที่ระดับ low ด้วย

OpenAI หมายเหตุไว้ว่าต้นทุนของ Fable 5.1 ในกราฟต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายตอนระบบสลับไปใช้ Opus 5 แทน ซึ่งเกิดขึ้นราว 40% ของงานทั้งหมด ด้าน GPT-6 Luna ที่ระดับ high ทำคะแนนดีกว่ารุ่นก่อน 5.4 จุดเปอร์เซ็นต์ ด้วยต้นทุนต่องานที่ต่ำลง 58%

ใน Agents' Last Exam ซึ่งวัดความสามารถของเอเจนต์ในงานมืออาชีพที่ซับซ้อน GPT-6 Sol ที่ระดับ max ได้ 56.4% สูงกว่าคะแนนดีที่สุดของ Claude Opus 5 ในชุดทดสอบนี้ และถูกกว่า 60% ต่องาน

ตอบผิดน้อยลงครึ่งหนึ่ง

ความถูกต้องของข้อเท็จจริงเป็นอีกจุดที่ OpenAI เน้น การประเมินภายในของบริษัทใช้บทสนทนาจริงที่ปกปิดตัวตนแล้ว ซึ่งผู้ใช้เคยแจ้งว่าโมเดลรุ่นก่อนตอบผิด ผลคือ GPT-6 Sol ทำผิดพลาดน้อยกว่ารุ่นก่อนราวครึ่งหนึ่ง จนเข้าใกล้ความน่าเชื่อถือระดับ Astra ในราคาที่ต่ำกว่ามาก ขณะที่ GPT-6 Luna ที่ระดับการใช้เหตุผลสูงทำได้เทียบเท่า GPT-5.6 Sol ด้วยต้นทุนราวหนึ่งในร้อย

OpenAI ระบุว่าบทสนทนาชุดนี้ถูกคัดมาเพราะเคยทำให้โมเดลตอบผิด จึงไม่สะท้อนการใช้งานทั่วไปที่ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นน้อยกว่านี้

โค้ดดิ้ง: เมื่อค่าโทเคนของนักวิจัยแตะหลักพันดอลลาร์ต่อวัน

เหตุผลที่ต้นทุนสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้จากใน OpenAI เอง บริษัทเปิดเผยว่าหากคิดตามราคา API นักวิจัยระดับกลางของบริษัทใช้โทเคนวันละกว่า 600 ดอลลาร์สหรัฐ และกลุ่มที่ใช้หนักที่สุด 10% บนสุดใช้เกิน 7,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน เมื่อเอเจนต์เขียนโค้ดรับงานที่ยาวและหนักขึ้น ต้นทุนการใช้งานต่อเนื่องก็กลายเป็นตัวจำกัดว่าทีมกล้าสั่งงาน Codex ได้ใหญ่แค่ไหน

ใน FrontierCode ที่วัดว่าโค้ดของเอเจนต์พร้อมรวมเข้าโค้ดเบสจริงได้หรือไม่ GPT-6 Sol ทำได้ดีกว่า GPT-5.6 Sol อย่างชัดเจน และทำได้ทัดเทียม Claude Fable 5.1 ที่ระดับ xhigh ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก

ใน DeepSWE v1.1 ซึ่งทดสอบงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ซับซ้อนในโค้ดเบสจริง GPT-6 Sol ที่ระดับ max ได้ 68.8% ห่างจากคะแนนสูงสุดของ Claude Fable 5 ที่ 69.9% เพียง 1.1 จุดเปอร์เซ็นต์ แต่ถูกกว่าราว 80% ต่องาน ส่วน GPT-6 Luna ที่ระดับ max ได้ 66.6% ใกล้เคียง Claude Opus 5 และ Fable 5 ที่ระดับ medium ขณะที่ต้นทุนต่องานต่ำกว่า Opus 5 ถึง 93% และต่ำกว่า Fable 5 ถึง 96%

ควบคุมคอมพิวเตอร์ได้ใกล้เคียงคู่แข่ง ในราคาหนึ่งในห้า

แม้ OpenAI ยังยก GPT-6 Astra เป็นโมเดลที่ควบคุมคอมพิวเตอร์ (Computer Use) ได้ดีที่สุดในโลก แต่สองรุ่นใหม่ก็คุ้มค่ากว่ารุ่นก่อนชัดเจน ใน OSWorld 2.0 ชุดออฟไลน์ ซึ่งให้เอเจนต์ทำงานบนคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องยาว ๆ ทั้งงานประจำวันและงานมืออาชีพ GPT-6 Sol ที่ระดับ xhigh ได้ 60.5% ใกล้เคียง Claude Opus 5 ที่ระดับ medium ซึ่งได้ 60.3% แต่ถูกกว่าราว 80% ต่องาน ส่วน GPT-6 Luna ที่ระดับ max ทำได้ดีกว่า GPT-5.6 Sol ที่ระดับ medium ด้วยต้นทุนหนึ่งในสิบ

ตอบสั้นลง ศัพท์เทคนิคน้อยลง

นอกจากความสามารถ Sol และ Luna ยังได้สไตล์การสื่อสารแบบเดียวกับ Astra ซึ่ง OpenAI คาดว่าจะเห็นชัดที่สุดในบทสนทนาเชิงเทคนิคและการเขียนโค้ด คำตอบจะชัดเจนขึ้น ใช้ศัพท์เฉพาะน้อยลง ตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น และสั้นลงเล็กน้อยโดยสาระไม่หาย

ตัวอย่างที่บริษัทยกมาคือคำขอให้ปรับเว็บไซต์เป็นดีไซน์แบบ Bento Box คำตอบของ GPT-6 Sol ไม่ด่วนสรุป ไม่ย้ำสิ่งที่ผู้ถามรู้อยู่แล้ว ใช้ภาษาคลุมเครือน้อยกว่า บอกตรง ๆ ว่าตรวจสอบอะไรไปแล้วและอะไรยังไม่ได้ตรวจ และไม่เปิดเผยรายละเอียดเบื้องหลังที่ไม่จำเป็น เช่น คำสั่งที่ใช้กับเครื่องมือสร้างภาพ

แคชที่ฉลาดขึ้น ช่วยให้เอเจนต์ประหยัดกว่าเดิม

สำหรับนักพัฒนา นอกจากราคาโทเคนที่ถูกลง OpenAI ยังปรับระบบแคชพรอมต์ (Prompt Caching) ของ GPT-6 ให้เก็บบริบทที่ใช้ซ้ำได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ ทำให้เอเจนต์ตอบเร็วขึ้น และได้ส่วนลด 90% สำหรับการอ่านอินพุตที่แคชไว้

บริษัทยังเพิ่มเครื่องมือให้นักพัฒนาวัดและปรับแคชเองได้ ตั้งแต่แดชบอร์ด Prompt Caching ที่แสดงว่าอินพุตถูกแคชไว้มากแค่ไหน เครื่องมือวินิจฉัยที่บอกว่าพลาดโอกาสแคชตรงไหนและต้องแก้อะไร ไปจนถึงการปรับระดับการใช้เหตุผลหรือเปิดปิดเครื่องมือระหว่างบทสนทนาได้โดยแคชไม่หลุด และการกำหนดจุดตัด (Breakpoint) เองว่าจะให้แคชพรอมต์ถึงตรงไหน

ผลลัพธ์จริงมีให้เห็นแล้วจาก GitHub ซึ่งระบุว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การปรับปรุงเหล่านี้ลดสัดส่วนโทเคนพรอมต์ที่ต้องประมวลผลใหม่ลงกว่า 50% จากคำขอหลายพันล้านครั้งไปยังโมเดลของ OpenAI ช่วยให้ Copilot ตอบสนองได้เร็วขึ้น

Alignment ดีขึ้น อ้างผลงานเกินจริงน้อยลง

GPT-6 Sol และ Luna ต่อยอดงานด้าน Alignment จาก Astra ซึ่ง OpenAI เรียกว่าโมเดลที่สอดคล้องกับเจตนามนุษย์มากที่สุดของบริษัท ผลประเมินชี้ว่าทั้งสองรุ่นดีกว่ารุ่น GPT-5.6 รวมถึงอ้างผลงานเขียนโค้ดของตัวเองแบบชวนเข้าใจผิดน้อยลง ทั้งนี้บริษัทระบุว่าชุดทดสอบถูกออกแบบให้เจอสถานการณ์ยาก จึงไม่ได้สะท้อนอัตราความผิดพลาดในการใช้งานทั่วไป

เปิดให้ใช้แล้ววันนี้

GPT-6 Sol และ GPT-6 Luna เปิดให้ใช้บน ChatGPT Work และ Codex แล้วสำหรับผู้ใช้ Plus, Pro, Business, Enterprise และ Edu ส่วนผู้ใช้ Free และ Go ใช้ GPT-6 Luna ได้ผ่านแอปเดสก์ท็อป แต่ยังไม่มีให้ใช้ในโหมด Chat ฝั่ง API เรียกใช้ได้ผ่านชื่อโมเดล gpt-6-sol และ gpt-6-luna โดย OpenAI จะทยอยเปิดใน ChatGPT ตลอดทั้งวันเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ

ที่มา: OpenAI

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุปแนวคิด AI จาก Grab: ถ้า AI ไม่ช่วยเสริมสร้างกิจการของพาร์ทเนอร์ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ Grab ให้ความสำคัญ

ถอดแนวคิดพัฒนา AI ของ Anthony Tan CEO Grab จากงาน CNN Global Perspectives เผยกลยุทธ์การนำ AI มาช่วยยกระดับรายได้คนขับและร้านค้า พร้อมบทเรียนการปรับตัวของคนทำงาน...

Responsive image

รัฐมนตรีสิงคโปร์เตือน First Jobber มือใหม่ต้องฝึกการทำงานผ่านความผิดพลาดบ้าง อย่าให้ AI เรียนรู้แทน

สิงคโปร์ประกาศตั้งกรอบรับรองวิชาชีพไซเบอร์ นำร่องปี 2027 บนเวที SICW 2026 พร้อมแนวคิด ‘ใช้ AI ทำงานแทน แต่อย่าทำการเรียนรู้แทน’ และบทเรียนจากอังกฤษที่เดินเส้นทางนี้มาก่อน...

Responsive image

เอสโตเนียเริ่มป้องกันภัยไซเบอร์ที่ ‘ห้องเรียนอนุบาล’ สรุปแนวคิด Cybersecurity จากรัฐมนตรีดิจิทัลเอสโตเนีย

รัฐมนตรีดิจิทัลเอสโตเนียเล่าบนเวที SICW 2026 ว่าประเทศเล็กสร้างรัฐดิจิทัลบนความไว้ใจอย่างไร และต้องปรับตัวแค่ไหนเมื่อ AI Agent เริ่มนำการโจมตีไซเบอร์ได้เอง...