
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดตัว Pathumma Connect แพลตฟอร์มที่ต่อยอดจาก Pathumma LLM โมเดลภาษาสัญชาติไทย ให้กลายเป็นผู้ช่วย AI ที่ทำงานหลายขั้นตอนแทนผู้ใช้ได้จริง ตั้งแต่ตรวจสอบสิทธิ เตรียมเอกสาร กรอกแบบฟอร์ม ไปจนถึงติดตามสถานะ โดยจบได้ในบทสนทนาเดียว
หัวใจของการยกระดับครั้งนี้คือแนวคิด Agentic AI ซึ่งต่างจากแชตบอตทั่วไปตรงที่ AI ไม่ได้หยุดอยู่ที่การให้คำตอบเป็นข้อความ แต่เรียกใช้เครื่องมือและบริการของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อทำงานให้เสร็จแทนผู้ใช้ เนคเทคเชื่อมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันผ่านสถาปัตยกรรม Model Context Protocol (MCP) ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางที่ทำให้โมเดลภาษาคุยกับเครื่องมือและฐานข้อมูลภายนอกได้โดยไม่ต้องพัฒนาระบบเชื่อมต่อใหม่ทุกครั้ง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับที่ภาครัฐไทยกำลังผลักดันแนวคิดอธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ (Sovereign AI) นั่นคือการมีโมเดลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ประเทศควบคุมได้เอง โดยข้อมูลของหน่วยงานไม่ต้องไหลออกไปอยู่บนบริการของผู้ให้บริการต่างชาติ

ดร.วาทยา ชุณห์วิจิตรา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. อธิบายว่า Pathumma LLM คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model หรือ LLM) ที่เนคเทคพัฒนาขึ้นบนรากฐานงานวิจัยด้านการประมวลผลภาษาและเสียงภาษาไทยที่สั่งสมมากว่า 20 ปี เป้าหมายคือสร้าง AI ที่เข้าใจภาษา บริบท และวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นจุดที่โมเดลจากต่างประเทศยังทำได้ไม่ดีเท่าโมเดลที่พัฒนาเพื่อภาษาไทยโดยตรง
Pathumma LLM รองรับการทำงาน 3 โหมด ได้แก่ ข้อความ (Text) ภาพ (Vision) และเสียง (Audio) และเปิดให้นักพัฒนา หน่วยงาน รวมถึงผู้สนใจทั่วไปดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรีในรูปแบบโมเดลเปิด (Open Model) ผ่านแพลตฟอร์ม Hugging Face จุดนี้เองที่เนคเทคมองว่าเป็นก้าวสำคัญของอธิปไตยด้านปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลของประเทศ เพราะหน่วยงานสามารถติดตั้งโมเดลไว้ในระบบของตัวเองได้ โดยข้อมูลไม่รั่วไหลออกนอกองค์กร
ดร.ศราวุธ คงยัง หัวหน้าโครงการ Pathumma LLM เล่าว่าตลอดปีที่ผ่านมา เนคเทคต่อยอดโมเดลสู่บริการ AI ที่หน่วยงานหยิบไปใช้ได้ทันที เริ่มจาก DocChat ระบบถาม-ตอบจากเอกสาร DocGen ผู้ช่วยร่างเอกสารราชการอย่างขอบเขตงาน (Terms of Reference หรือ TOR) บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding หรือ MOU) และข้อเสนอโครงการ ต่อด้วย DocTOR ระบบตรวจทานเอกสาร และ PartiiNote ระบบถอดความและสรุปการประชุมอัตโนมัติ
อีกตัวที่น่าสนใจคือ LangMind แพลตฟอร์มที่ให้หน่วยงานสร้างแชตบอต AI ของตัวเองจากเอกสารความรู้ที่มีอยู่แล้ว โดยทุกคำตอบอ้างอิงเอกสารจริงของหน่วยงาน และส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เมื่อระบบไม่มั่นใจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญสำหรับงานราชการที่คำตอบผิดพลาดมีต้นทุนสูง
บริการเหล่านี้ถูกนำไปใช้จริงแล้วในหลายหน่วยงาน ทั้งระบบผู้ช่วย AI สนับสนุนการปฏิบัติงานภายในกรมสรรพากร ระบบผู้ช่วยการเรียนการสอน (AI Tutor) ในสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนระบบสนับสนุนข้อมูลด้านภาษี การจัดซื้อจัดจ้าง การเกษตร และการวิเคราะห์เชิงลึกด้านทรัพยากรน้ำ

Pathumma Connect วางขอบเขตการใช้งานไว้ 7 โดเมน ได้แก่ เกษตร (Agri) ภาครัฐ (Gov) น้ำ (Water) ท่องเที่ยว (Travel) วัฒนธรรม (Cultural) และการศึกษา (Education) ปิดท้ายด้วยโดเมนองค์กร (Insight) ซึ่งทำหน้าที่เป็นคลังความรู้ภายในองค์กรพร้อมระบบสิทธิ์การเข้าถึงที่ปลอดภัย
ในฝั่งภาครัฐ เนคเทคร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พัฒนาต้นแบบแชตบอต AI กลาง ที่ให้ประชาชนสอบถามบริการภาครัฐจากหลายหน่วยงานได้ผ่านจุดเดียว พร้อมแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ โดยนำร่องกับ 5 หน่วยงาน คือ กรมการปกครอง กรมที่ดิน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมสรรพากร และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

โจทย์ที่เนคเทคพยายามแก้ไม่ใช่แค่การมีแชตบอตเก่ง ๆ ตัวหนึ่ง แต่คือการทำให้หน่วยงานที่มีความพร้อมต่างกันเข้ามาอยู่บนระบบเดียวกันได้
"เป้าหมายของ Pathumma Connect คือการทำให้ทุกหน่วยงานภาครัฐมีผู้ช่วย AI ของตัวเองได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ หน่วยงานที่ยังไม่มี Chatbot สร้างได้เองด้วย LangMind หน่วยงานที่มีอยู่แล้วเชื่อมต่อผ่าน Common API แล้วทั้งหมดจะเชื่อมกันเป็น One Chatbot ที่ประชาชนถามทุกเรื่องภาครัฐได้ในจุดเดียว" ดร.ศราวุธ กล่าว
ทีมพัฒนายังย้ำถึงจุดยืนตั้งต้นของโครงการว่า Pathumma LLM เกิดจากความเชื่อที่ว่าคนไทยต้องมี AI ที่เข้าใจภาษาและบริบทของตัวเองอย่างแท้จริง และการก้าวจากโมเดลที่ตอบคำถามได้ ไปสู่แพลตฟอร์มที่ลงมือทำงานให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐได้จริง ต้องเกิดขึ้นโดยที่ข้อมูลของประเทศยังอยู่ในมือของประเทศ
เนคเทค สวทช. อยู่ระหว่างทำงานร่วมกับ ก.พ.ร. และหน่วยงานพันธมิตร เพื่อขยายผลสู่แพลตฟอร์ม AI กลางของภาครัฐในรูปแบบบริการ (Government AI Platform as a Service) ซึ่งจะช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อนของหน่วยงานที่ต่างคนต่างพัฒนาระบบของตัวเอง พร้อมกับขยาย Pathumma Connect ให้ครบทั้ง 7 โดเมน
สำหรับผู้ที่สนใจทดลองใช้งาน Pathumma LLM เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีแล้วผ่าน Hugging Face ส่วน Pathumma Connect ยังอยู่ในระยะขยายผลร่วมกับหน่วยงานนำร่อง
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด