ดูเหมือนช่วงนี้วงการเทคโนโลยีระดับโลกกำลังอยู่ในช่วงย้อนแย้งที่สุด ภาพที่เราเห็นในตอนนี้มันผสมปนเปกันระหว่างยุคที่บริษัททำรายได้ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่กลับกอดคอกัน Layoff พนักงานเป็นว่าเล่น
ข้อมูลของ Layoffs.fyi พบว่าเพียงแค่ 5 เดือนแรกของปี 2026 วงการเทคมีการเลย์ออฟพนักงานไปแล้วถึง 115,430 คน จาก 152 บริษัท ซึ่งเกือบจะเท่ากับยอดเลย์ออฟทั้งปี 2025

คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับผู้บริหารเหล่านี้?
คำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุดข้อหนึ่งคือ บรรดาซีอีโอสายเทคกำลังตกอยู่ในอาการหลอน AI หรือ AI Psychosis ซึ่งเป็นอาการที่คิดไปเองว่า AI มันทำได้ทุกอย่างจนกู่ไม่กลับ และคนที่กล้าออกมาพูดเรื่องนี้ตรง ๆ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น Aaron Levie ผู้ร่วมก่อตั้ง Box สตาร์ทอัพ Cloud Storage ชื่อดัง
พวกซีอีโอนี่แหละตัวดีที่มีโอกาสเกิดอาการ AI Psychosis ได้ง่ายที่สุด เพราะอยู่ไกลเกินกว่าจะเห็น ‘หน้างานจริง’ ที่คอยขับเคลื่อนมูลค่าให้ธุรกิจ
Levie โพสต์ระบายบน X (Twitter)
Levie อธิบายว่า บรรดาซีอีโอมักจะลงมาเล่นกับ AI ลองทำ Prototype หรือกดสั่งให้มันเจนฯ สัญญาเอกสารออกมาสองสามชิ้น แล้วก็ทึกทักไปเองว่า "เฮ้ย! ต่อไปนี้ให้ AI Agent ทำงานแทนมนุษย์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วนี่หว่า!"
แต่ในความเป็นจริง... ซีอีโอไม่ได้ลงมานั่งตรวจ Code, ไม่ได้มาหา Bug, ไม่ได้มาเช็กว่า AI มันมโนดึงคลังข้อมูลปลอมมาใช้หรือเปล่าก่อนปล่อยซอฟต์แวร์ และพวกเขาไม่ได้มานั่งเทรน AI ให้เข้าใจเงื่อนไขสัญญาอันซับซ้อนเฉพาะตัวของบริษัท หรือนั่งตาแฉะอ่านสัญญาเพื่อหาข้อหมกเม็ดเหมือนพนักงานระดับปฏิบัติการ
Disclaimer: ตัวของ Aaron Levie ไม่ใช่พวกแอนตี้ AI และความจริงตัวเขาคือติ่ง AI ที่คอยโพสต์เชียร์เทคโนโลยีนี้ให้ผู้ติดตาม 2.7 ล้านคนบน X ฟังอยู่ตลอด แถมยังควักเงินตัวเองเป็น Angel Investor นักลงทุนสายเปย์ให้สตาร์ทอัป AI อีกเพียบ ซึ่งหากฟังดี ๆ คำแนะนำของ Levie ต่อซีอีโอคนอื่นคือ ไปลองใช้ AI ให้หนัก ๆ เพื่อที่จะได้รู้ซึ้งว่ามันทำอะไรได้และไม่ได้จริง ๆ และกลับมาสู่โลกแห่งความจริงที่มีทั้งโอกาสและงานหนักที่ต้องทำควบคู่กันไป
ถ้าเราดูตัวเลขจริงขอบอกเลยว่าน่าตกใจมาก เพราะแค่ 5 เดือนแรกของปี 2026 วงการเทคฯ มีการเลย์ออฟพนักงานไปแล้วเกือบเท่าปี 2025 ทั้งปี
ปี 2025: เลย์ออฟพนักงาน 124,636 คน จาก 275 บริษัท
ปี 2026 (แค่ 5 เดือนแรก) เลย์ออฟไปแล้ว 115,430 คน จาก 152 บริษัท (ข้อมูลจาก Layoffs.fyi)
และเดาได้ไม่ยาก... บริษัทส่วนใหญ่ต่างชี้เป้าไปที่ AI ว่าเป็นเหตุผลในการลดคน จนหลายฝ่ายเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า นี่มันคือการ AI Washing หรือเปล่า? (คือการอ้างว่าลดคนเพราะ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งที่จริงๆ อาจเป็นเพราะการตัดสินใจทางธุรกิจที่ผิดพลาด หรือตัวเลขทางการเงินอื่น ๆ บีบบังคับต่างหาก)
หนึ่งในเคสที่สร้างความฮือฮาที่สุดคือ Zeb Evans ซีอีโอของ ClickUp ที่ออกมาโพสต์บน X อย่างภูมิใจว่า เขาเพิ่งเลย์ออฟพนักงานไปเกือบ 1 ใน 4 ของบริษัท (22%) หลังจากที่บริษัทนำ AI Agent จำนวน 3,000 ตัวเข้ามาช่วยทำงานภายใน
Evans ยืนยันเสียงแข็งว่า ไม่ได้ทำเพื่อลดต้นทุน แต่เขาต้องการสร้างองค์กรในฝันที่เรียกว่า 100x Org ที่ขับเคลื่อนด้วยพนักงานจำนวนน้อยลง โดยหน้าที่ของมนุษย์คือคอยควบคุมและตรวจงานที่ AI Agent ทำออกมาอย่างรวดเร็วเท่านั้น
นอกจากนี้งานวิจัยจาก Harvard Business Review ยังเตือนสติไว้ได้น่าสนใจมากว่า เมื่อพนักงานทุกคนใช้ AI ปั๊มผลงานออกมาได้เร็วขึ้นเป็นกอง สุดท้ายคอขวดของบริษัทจะย้ายไปอยู่ที่ตัวผู้บริหารทันที เพราะงานปริมาณมหาศาลเหล่านั้น ยังไงก็ต้องรอให้หัวหน้ามนุษย์เป็นคนตรวจสอบและเคาะอนุมัติอยู่ดี (ต่อให้ AI ทำงานเร็วแค่ไหน แต่ถ้าคนตรวจทำไม่ทัน ทุกอย่างก็ชะงัก)
อ้างอิง: techcrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด