Computer เคยเป็นอาชีพของผู้หญิงเหล่านี้มาก่อน เรื่องของ ‘ตัวแม่’ วงการ IT ที่ใช้มือและสมองสร้างซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์

ท่ามกลางสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่สองที่กำลังคุกรุ่น กองทัพสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับโจทย์ทางคณิตศาสตร์ที่วิกฤตที่สุดข้อหนึ่ง นั่นคือการคำนวณตารางยิงปืนใหญ่ สำหรับวิถีกระสุน ปืนแต่ละขนาด สภาพอากาศแต่ละวัน และแรงลมทุกระดับ ล้วนต้องใช้สมการทางฟิสิกส์ที่ซับซ้อนแม่นยำ

ซึ่งทำให้ในยุคนั้น คำว่า Computer ยังไม่ใช่เครื่องจักรประมวลผล แต่เป็นชื่อตำแหน่งงานของมนุษย์ กองทัพจ้างแรงงานสมองราว 200 ชีวิตที่ University of Pennsylvania ในเมือง Philadelphia เพื่อ นั่งกดเครื่องคิดเลขและคิดคำนวณเลขด้วยมือตลอดทั้งวัน และเกือบทั้งหมดในกองกำลังคณิตศาสตร์นี้ คือ ผู้หญิง

ขณะเดียวกัน ในมุมมืดของ Moore School of Electrical Engineering สองวิศวกร John Mauchly และ J. Presper Eckert กำลังซุ่มพัฒนาโปรเจกต์ลับสุดยอดภายใต้ชื่อ ENIAC (Electronic Numerical Integrator and Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ดิจิทัลอเนกประสงค์เครื่องแรกของโลกที่ใช้งานได้จริง เป็นเครื่องมือที่หวังจะเข้ามาปฏิวัติวงการด้วยการคิดวิถีกระสุนในเวลาไม่กี่วินาที แทนที่จะใช้เวลาเป็นวัน ๆ เหมือนแรงงานมนุษย์

เมื่อคำสั่งโปรแกรมมิ่งหน้าแรก ยังไม่เคยถูกเขียนขึ้นในโลก

ปี 1945 ช่วงเวลาที่ ENIAC ยังเป็นเพียงโครงสร้างเหล็กและหลอดสุญญากาศ กองทัพได้คัดเลือก 6 สุดยอดนักคำนวณสาวจากกลุ่ม 200 คน เพื่อเข้ามารับภารกิจระดับชาตินี้ ได้แก่ 

  1. Kathleen Kay McNulty
  2. Jean Jennings (Bartik)
  3. Frances Bilas
  4. Betty Snyder (Holberton)
  5. Marlyn Wescoff
  6. Ruth Lichterman 

พวกเธอเริ่มต้นด้วยการฝึกอบรมกับ Tabulating Machine รูของ IBM ที่ Aberdeen Proving Ground ก่อนถูกส่งกลับมาเผชิญหน้ากับ ENIAC 

ในยุคนั้น คำว่าภาษาโปรแกรมมิ่ง คู่มือซิสเต็ม หรือแม้กระทั่งคำว่า โปรแกรมเมอร์ ยังไม่ถูกนิยามขึ้นในพจนานุกรม สิ่งเดียวที่ทั้ง 6 คนได้รับคือ กองพิมพ์เขียววงจรไฟฟ้า พร้อมคำสั่งสั้นๆ จากทีมวิศวกรว่า "ไปศึกษาว่าเครื่องนี้ทำงานยังไง แล้วหาวิธีสั่งงานมันเอาเอง"

ไร้คีย์บอร์ด ไร้หน้าจอ monitor การโปรแกรม เครื่อง ENIAC ในยุคนั้นคือการลงแรงกายภาพ ทั้ง 6 คนต้องเสียบต่อสายเคเบิลนับพันเส้น ปรับสวิตช์หลายพันจุดด้วยมือเปล่า เพื่อบังคับให้กระแสไฟฟ้าไหลไปตามเส้นทางตรรกะที่ถูกต้อง พวกเธอเรียนรู้พฤติกรรมและความรวนของเครื่องจักรยักษ์นี้จนทะลุปร่างโปร่ง สามารถชี้จุดหลอดสุญญากาศที่เสียได้อย่างแม่นยำ (ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ทำหน้าที่เป็นสวิตช์เปิด-ปิดกระแสไฟฟ้าในสมัยนั้น)

ปลายปี 1945 ENIAC เริ่มรันโจทย์จริงครั้งแรกด้วยการคำนวณสมการซับซ้อนลับสุดยอดให้แก่ Los Alamos Laboratory ซึ่งเกี่ยวพันกับการพัฒนาระเบิดไฮโดรเจน

กระทั่งวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1946 วันเปิดตัว ENIAC ต่อหน้าสื่อมวลชน ทีมงานได้สาธิตการคำนวณวิถีกระสุนปืนใหญ่ ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการ เพราะ ENIAC คำนวณเสร็จภายในเวลาเพียง 20 วินาที ซึ่งเร็วกว่าเวลาที่กระสุนจริงใช้บินจากปากกระบอกไปถึงเป้าหมาย (30 วินาที) และเร็วกว่ามนุษย์ที่ต้องนั่งคำนวณด้วยมือนานถึง 40 ชั่วโมงอย่างเทียบไม่ติด

สิ้นสุดการสาธิต เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วห้อง วิศวกรชายผู้สร้างฮาร์ดแวร์ขึ้นแท่นรับคำสรรเสริญ แต่ในมุมมืดของงานฉลอง... หญิงสาว 6 คนผู้สั่งงานและควบคุมสวิตช์อยู่เบื้องหลัง กลับไม่มีใครถูกเอ่ยชื่อเลยแม้แต่คนเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะที่ Houston Hall ทั้ง 6 คนก็ไม่ได้รับแม้แต่บัตรเชิญให้เข้าร่วมงาน

เมื่อเวลาผ่านไป ผลงานของพวกเธอกลับถูกลบเลือน ภาพถ่ายเก่าในหอจดหมายเหตุที่มีพวกเธอยืนอยู่ข้างเครื่อง ENIAC มักไม่มีการระบุชื่อ หรือหนักกว่านั้นคือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียง "นางแบบ" ที่ถูกจ้างมายืนโพสท่าคู่กับเครื่องจักรเพื่อความสวยงามเท่านั้น

แต่ละคนแยกย้ายไปทำงานต่อในสายที่ตัวเองถนัด Betty Holberton ไปร่วมงานกับบริษัทของ Eckert และ Mauchly พัฒนาคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรก ๆ อย่าง UNIVAC เธอเป็นคนคิดค้น sort-merge generator ตัวแรกในปี 1952 ออกแบบแป้นพิมพ์และคอนโซลควบคุมของ UNIVAC I และภายหลังยังมีส่วนช่วยปรับปรุงมาตรฐานภาษา FORTRAN

ส่วน Jean Bartik ทำงานต่อในทีมที่พัฒนา ENIAC ให้กลายเป็นเครื่องแบบ stored-program แล้วไปช่วยออกแบบลอจิกให้ UNIVAC I ก่อนจะหยุดพักงานสายนี้ไปเลี้ยงลูก แล้วกลับมาทำงานด้านคอมพิวเตอร์อีกครั้งในปี 1967

ไม่มีใครในวงการคอมพิวเตอร์รุ่นหลังรู้จักชื่อพวกเธอมานานหลายสิบปี จนกระทั่งช่วงทศวรรษ 1980 ทนายความสาวชื่อ Kathy Kleiman เจอภาพถ่ายเก่าของ ENIAC ระหว่างทำวิจัย แล้วพยายามถามหาชื่อผู้หญิงในภาพ แต่ไม่มีใครในมหาวิทยาลัยหรือในเอกสารประวัติศาสตร์ตอบได้เลยว่าพวกเธอคือใคร

Kleiman ใช้เวลากว่า 20 ปีถัดมาตามหาและสัมภาษณ์ผู้หญิงเหล่านี้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนจะรวบรวมทุกอย่างออกมาเป็นหนังสือ Proving Ground ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2022 เกือบ 80 ปีหลังจากวันที่ ENIAC เปิดตัวต่อโลกเป็นครั้งแรก เพื่อทวงคืนชื่อเสียงที่พวกเธอควรได้รับกลับคืนมา

ทว่า ในยุคสมัยที่สังคมคาดหวังให้ผู้หญิงเป็น "แม่และภรรยา" เพียงอย่างเดียว กำแพงที่มองไม่เห็นก็บีบให้พวกเธอต้องตัดสินใจ เช่น Jean Bartik และเพื่อน ๆ หลายคนในทีม ต้องยอมเบรกหรือทิ้งงานสายเทคโนโลยีที่พวกเธอรักหลงใหลและเป็นผู้ร่วมลงเสาเข็ม เพื่อกลับไปทุ่มเทเวลาให้กับการเลี้ยงลูกและดูแลครอบครัว ความรู้ระดับอัจฉริยะที่เคยเปลี่ยนโลก ต้องถูกเก็บใส่ลิ้นชักไว้นานนับสิบปี

อ้างอิง: eniacprogrammers, spectrum.ieee, blog.oup, aps.org, eniac.vc, phillyvoice, computer.org, ethw.org

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สถาปนิกที่ทำให้สามวิชาชีพ ที่พูดคนละภาษา สร้างของชิ้นเดียวกัน จากโรงงานโตชิบา ประธานบอร์ดกสิกรไทย ไปจนถึงเส้นทางเที่ยวทั้งประเทศ

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร จะขึ้นพูดเรื่องเศรษฐกิจงานอีเวนต์ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ซึ่งบริหารโดยบริษัทที่ตัวเองเป็นประธานบอร์ด ย้อนเส้นทางจาก 12 เมืองต้องห้ามพลาด สมัยเป็นรัฐมนตรีท่องเที่ย...

Responsive image

ศิริราชใช้เวลา 5 ปี เปลี่ยนโรงพยาบาล 130 ปีให้กลายเป็น Smart Hospital เจ้าแรกของอาเซียนได้อย่างไร

ถอดกรณีศึกษาศิริราช ปรับโฉมสู่ 5G Smart Hospital เจ้าแรกในอาเซียน ผสานเทคโนโลยี 5G Private Network, AI และ Hybrid Cloud ยกระดับการรักษาและระบบขนส่งทางการแพทย์ยามวิกฤต...

Responsive image

เรื่องราวของ Hong Wang อัจฉริยะหญิงคนที่ 3 ในรอบ 90 ปี ผู้แก้โจทย์คณิตปีศาจ 100 ปีไม่มีใครแก้ได้ คว้า Fields Medal

เจาะลึกเรื่องราวของ Hong Wang อัจฉริยะหญิงคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ผู้คว้า Fields Medal จากการปิดตำนาน Kakeya Conjecture โจทย์คณิตศาสตร์ค้างศตวรรษด้วยบทพิสูจน์ 127 หน้า พร้อมบทเรียนก...