รู้จักคุณปู่ Vint Cerf ชายผู้สร้างอินเทอร์เน็ต ที่กำลังจะเกษียณงานในวัย 83 สิ้นสุดการทำหน้าที่เชื่อมต่อคนทั้งโลก

ถ้าเราลองนึกถึงชื่อคนที่มักถูกยกให้เป็นเจ้าพ่ออินเทอร์เน็ตยุคนี้ ก็คงหนีไม่พ้น Mark Zuckerberg ทำให้คนทั้งโลกมานั่งคุยกันอยู่บน Facebook หรือ Elon Musk ที่ทุ่มเงินซื้อ Twitter มาเปลี่ยนชื่อเป็น X ตามใจตัวเอง แม้แต่ Sam Altman ทำให้คนแห่ไปคุยกับแชทบอทจนแทบลืมช่องเสิร์ชของ Google

แต่ในความเป็นจริง... ทั้ง 3 คนนี้เป็นเพียงผู้สร้างนวัตกรรมที่วิ่งอยู่บนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ไม่มีใครในนั้นสร้างอินเทอร์เน็ตขึ้นมาเอง

เพราะเบื้องหลังทุกข้อความ ทุกวิดีโอคอล และทุกแพ็กเก็ตข้อมูลที่ส่งถึงกันในทุกวันนี้ มีชายคนหนึ่งที่เขียนกฎพื้นฐาน ทิ้งไว้ตั้งแต่ก่อนที่มหาเศรษฐีเหล่านั้นจะมีไอเดียทำธุรกิจด้วยซ้ำ ชายที่ไม่มีใครคุ้นหน้า ไม่มีใครพูดถึงชื่อ แต่ทุกคนบนโลกต้องพึ่งพาสิ่งที่เขาสร้างทุกครั้งที่ออนไลน์

ชายคนนั้นคือ Vint Cerf ผู้ได้รับฉายาว่า บิดาแห่งอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันในวัย 83 ปี เขาเพิ่งประกาศเตรียมเกษียณอายุจาก Google หลังทำงานร่วมกันมานานกว่า 20 ปี

จากข้อจำกัดด้านการได้ยิน สู่ชายผู้แก้ปัญหาให้โลกคุยกันรู้เรื่อง

Vint Cerf เกิดเมื่อปี 1943 ที่รัฐคอนเนตทิคัต ในวัยเด็กเขาเคยถูกมองว่าเป็นเด็กพัฒนาการช้าจนหมอสงสัยว่าอาจมีความบกพร่องทางสมอง แต่แม่ของเขาไม่เชื่อ เพราะสังเกตเห็นว่าลูกชายมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งต่าง ๆ ได้นานผิดปกติ

ความจริงที่ซ่อนอยู่คือ Cerf หูตึงมาแต่กำเนิด และอาการจะแย่ลงเรื่อย ๆ ตามอายุ เขาต้องเรียนการอ่านปากหลังเลิกเรียนและใส่เครื่องช่วยฟังตั้งแต่ยังเล็ก แต่ใครจะรู้ว่าปัญหาเรื่องการได้ยินนี้เอง ที่นำพาเขาไปพบกับภรรยาที่ร้านขายเครื่องช่วยฟังในยุค 60s (ทั้งคู่มีปัญหาทางการได้ยินเหมือนกัน)

ข้อจำกัดที่คนอื่นมองว่าเป็นความพิการ กลับหล่อหลอมให้ Cerf กลายเป็นคนที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตไปกับการแก้ปัญหาที่ว่า "จะทำอย่างไรให้สองสิ่งที่คุยกันไม่รู้เรื่อง สามารถสื่อสารกันได้?"

กำเนิด TCP/IP: ภาษากลางที่เชื่อมโลกทั้งใบ

ด้วยความหลงใหลในระบบการสื่อสาร Cerf เรียนจบด้านคณิตศาสตร์ที่ Stanford ไปเป็นวิศวกรที่ IBM อยู่ 2 ปี แล้วจึงไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ UCLA ที่นั่นเขาได้พบกับ Robert Kahn ผู้กำลังพัฒนาระบบเครือข่าย ARPANET ให้กองทัพสหรัฐฯ

ในปี 1973 Kahn ชวน Cerf มาแก้ปัญหาใหญ่ระดับชาติ ในตอนนั้นเครือข่ายทหารส่งข้อมูลผ่านทั้งดาวเทียม คลื่นวิทยุ และสายโทรศัพท์ แต่ปัญหาคือ ระบบพวกนี้คุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะต่างฝ่ายต่างใช้ภาษาของตัวเอง

Cerf และ Kahn ใช้เวลา 5 ปี ในการคิดค้นสิ่งที่ต่อมาเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล นั่นคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) กฎเกณฑ์ที่เปรียบเสมือนภาษากลางที่ทำให้ข้อมูลสามารถเดินทางข้ามเครือข่ายที่ไม่รู้จักกันมาก่อนได้ โดยไม่ต้องสนใจว่าปลายทางจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบไหน

แต่เส้นทางของอินเทอร์เน็ตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในยุค 80s มาตรฐานที่ถูกผลักดันให้เป็นทางการระดับโลกไม่ใช่ TCP/IP แต่เป็น OSI Model ที่มีบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่และองค์กรมาตรฐานสากลหนุนหลัง ส่วนโปรโตคอลของ Cerf ถูกมองว่าเป็นแค่โปรเจกต์วิจัยของพวกนักวิชาการ

Cerf ไม่มีทรัพยากรหรือเส้นสายอำนาจแบบบริษัทยักษ์ใหญ่ เขามีเพียงระบบที่ผ่านการทดสอบว่าใช้งานได้จริงในสนาม และในท้ายที่สุดโลกก็เลือกสิ่งที่ทำงานได้จริง TCP/IP จึงเอาชนะคู่แข่งและกลายเป็นแกนสันหลังของอินเทอร์เน็ตจนถึงทุกวันนี้

จากเบื้องหลังสู่เบื้องหน้า สไตล์ที่โดดเด่นและตำแหน่งใน Google

ความสำเร็จในการปั้น TCP/IP ให้กลายเป็นภาษากลางของโลก ทำให้เขาและ Kahn ผงาดคว้ารางวัล Turing Award (ที่ยอมรับกันว่าเป็นรางวัลโนเบลแห่งวงการวิทยาการคอมพิวเตอร์) ในปี 2004

และความพีกก็คือ ในปี 2005 ยักษ์ใหญ่อย่าง Google ได้ดึงตัวเขามาร่วมงาน ตอนที่ต้องคิดชื่อตำแหน่ง Cerf ดันเสนอไอเดียสุดกวนว่าขอใช้ชื่อตำแหน่งเท่ ๆ อย่าง Archduke (อาร์คดยุก) ได้ไหม? 

แต่งานนี้สองผู้ก่อตั้งอย่าง Larry Page และ Sergey Brin ต้องรีบปราม พร้อมให้เหตุผลช็อตฟีลว่า อาร์คดยุกคนก่อน (Franz Ferdinand) ถูกลอบสังหารจนเป็นชนวนสงครามโลกครั้งที่ 1 เอาชื่อ Chief Internet Evangelist ไปใช้แทนเถอะ

ซึ่งสำหรับชีวิตของ Vint Cerf ก็มีเกร็ดที่น่าสนใจอีกเรื่อง คือ แม้ผลงานระดับ Masterpiece ของเขาอย่างโปรโตคอลจะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นเพราะรันอยู่หลังบ้านแบบเงียบ ๆ แต่ตัวตนของ Cerf ไม่เคยจมหาย เขาคือคนแรก ๆ ที่กล้าออกมาฉีกภาพจำของ เนิร์ดคอมพิวเตอร์ยุค 70s ทิ้ง ด้วยการสร้าง Signature Look สุดเนี้ยบ ทั้งเสื้อเชิ้ต เนคไท และเสื้อกั๊กจัดเต็ม เพื่อให้ตัวเองโดดเด่นออกมา จนเพื่อนร่วมวงการเทคฯ ถึงกับยกให้เขาเป็น "นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่แต่งตัวดูดีที่สุด"

อินเทอร์เน็ตแห่งอวกาศ และคำเตือนสุดท้ายก่อนวางมือ

บิดาอินเทอร์เน็ต คนนี้ไม่ได้หยุดผลงานไว้แค่บนโลก ช่วงหลังเขาจับมือกับ NASA เพื่อสร้าง Interplanetary Internet มาตรฐานการสื่อสารข้ามดาวเคราะห์ที่ทนต่อความหน่วงและสัญญาณขาดหาย

"มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องไซไฟ แต่จริงๆ แล้วมันคือวิศวกรรมล้วน ๆ นี่แหละคือสิ่งที่วิศวกรเขาทำกัน... เอาไซไฟมาทำให้เป็นความจริง" - Vint Cerf บิดาอินเทอร์เน็ต

และเขาบอกว่าในยุคที่บริษัทเทคฯ แข่งกันสร้าง AI Agent สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ ๆ คือ AI จากสารพัดค่ายจะต้องเริ่มคุยกันเอง และทำงานข้ามระบบกัน ซึ่ง Cerf มองว่าวงการเทคฯ กำลังจะเดินไปชนกำแพงแบบเดียวกับที่เขาเคยเจอเมื่อ 50 ปีก่อน นั่นคือความจำเป็นที่ต้องสร้าง มาตรฐานกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับ 

เขาชี้ให้เห็นจุดบอดสำคัญว่า การพึ่งพาแค่ภาษาธรรมชาติ (อย่างภาษาอังกฤษ) ให้ AI สื่อสารกันนั้นไม่รอดแน่ ๆ เพราะขนาดมนุษย์คุยกันเองยังตีความเพี้ยนได้ตลอดเวลา การหวังพึ่งภาษาพูดจึงไม่สามารถให้ความแม่นยำในระดับที่ระบบคอมพิวเตอร์ต้องการได้เลย

ต่อให้ AI จะฉลาดล้ำหน้าแค่ไหน แต่ถ้าพวกมันทำงานร่วมกันโดยไร้กฎร่วม สิ่งนั้นก็ไม่ใช่การสื่อสารที่แท้จริง แต่มันเป็นเพียงความบังเอิญที่ทำงานได้ชั่วคราวเท่านั้น

อ้างอิง: techcrunch, nationalmedals, amturing, ebsco, lemelson, cloud.google

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ใครคือผู้จัดงาน World Economic Forum เจาะลึกเบื้องหลังงานระดับโลก ใช้คน 2,000 ชีวิต กับ 28 วันแห่งการเนรมิตพื้นที่

อุ่นเครื่องก่อนลุย Summer Davos 2026! Techsauce พาเจาะลึกเบื้องหลัง World Economic Forum (WEF) กับการใช้ AI และความยั่งยืน เนรมิตสเปซระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยบทสนทนา...

Responsive image

รู้จักเกมในตำนาน Solitaire เกมเรียงไพ่ที่มีไว้สอนโลกใช้เมาส์ สร้างโดยเด็กฝึกงาน Microsoft

มีฉากหนึ่งในซีรีส์ ทนายปีศาจ บน Netflix ที่หลายคนอาจมองผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตัวละครเจ้าหน้าที่ในระบบศาลรับบทโดยคุณหม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล หรือเชฟป้อม กำลังอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ และบน...

Responsive image

KIOXIA คือใคร? บริษัทที่ไม่มีใครรู้จัก เพิ่งเด้งขึ้นเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่น

ทำความรู้จัก KIOXIA บริษัทเบอร์ 1 ของญี่ปุ่นที่หุ้นพุ่ง 3,900% จากอดีตแผนกนอกสายตาของ Toshiba สู่ผู้นำผลิตชิป NAND Flash ที่โลก AI ขาดไม่ได้...