Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
Contact us
3

SET จัดวาง Platform ตอบสนอง Technology Disruption1 min read

Posted by
Posted date มกราคม 21, 2019

โดย ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในฐานะกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ไทย หรือ SET มีบทบาทที่ต้องตอบสนองกับ Technology Disruption ด้วยการวางกลยุทธ์ด้าน Innovation เพื่อขับเคลื่อนองค์กรและอุตสาหกรรม โดยเล็งเห็นว่าการสร้าง Platform กลางที่สามารถเชื่อมต่อกับทุก Stakeholder ที่เกี่ยวข้องจะช่วยลดต้นของอุตสาหกรรมและต่อยอดทางธุรกิจได้ในระยะยาว ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงมุ่งเดินหน้าไปพร้อมๆ กับผู้ร่วมอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางธุรกิจ ตลอดจนต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนไทย

SET-CEO-Technology

การตอบสนองต่อ Technology Disruption ในบทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ผมอยากจะบอกเล่านั้น เริ่มจากความคิดริเริ่มเชิงรุกด้านนวัตกรรมที่ผสานกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ยิ่งเป็นการจุดประกายให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจตลาดทุนจะต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้พร้อมแข่งขันด้วยต้นทุนที่เหมาะสมด้วย

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมุ่งพัฒนาตลาดทุน ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ พร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยกำหนดทิศทาง “Creating Partnership platform to drive inclusive growth” ด้วยการ สร้างจุดเปลี่ยน เสริมจุดปรับ ชูจุดขาย คงจุดยืน เพื่อให้ตลาดทุนพร้อมรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก Technology Disruption ทำให้เกิดนวัตกรรมและรูปแบบธุรกิจใหม่

ด้วยความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ในปัจจุบันเริ่มมีโครงการที่ดำเนินการเสร็จจนเริ่มให้บริการไปแล้ว และที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะทะยอยสร้างบริการที่เน้นประสิทธิภาพสูง ที่ผู้ลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงโดยง่าย ลดต้นทุนของอุตสาหกรรม

คิดถึงกองทุน คิดถึง FundConnext

FundConnext เป็น Platform ต้นแบบแรก ๆ ที่ผมอยากแนะนำให้รู้จัก ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการลงทุนผ่านกองทุนรวม โดยใช้ Digital เป็นเครื่องมือ ที่ตัวระบบมีการกำหนดมาตรฐานการเชื่อมต่อ การสื่อสาร และการส่งต่อข้อมูลในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายกองทุนรวมให้แก่บริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) และบริษัทนายหน้าผู้ซื้อขายหน่วยลงทุน (SA – Selling Agent) โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากบริษัทจัดการลงทุน และ Selling Agent ได้สะดวกขึ้น ซึ่งเริ่มให้บริการปี 2560 โดยเริ่มมี บลจ. ที่สนใจใช้บริการ จำนวน 2 ราย ต่อมามีการพัฒนา Feature เพิ่มเติมตามความต้องการของสมาชิกอย่างต่อเนื่องปัจจุบัน บลจ. เพิ่มขึ้นเป็น 15 บริษัท และมี SA ใช้บริการ 16 บริษัท

จุดเด่นของระบบ FundConnext ที่รองรับการรับ-ส่งข้อมูลซื้อขายกองทุนรวมและการชำระราคา ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ การเพิ่มช่องทางการเข้าถึงกองทุนอย่างกว้างขวางนี้ สร้างความน่าสนใจและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทเคลียร์สตรีมแบงกิ้ง (Clearstream Banking S.A.) ซึ่งเป็นศูนย์ฝากหลักทรัพย์ระหว่างประเทศระดับโลก ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชื่อมต่อ Platform ของกองทุนรวมเข้ากับระบบ FundConnext

ดังนั้นจึงนับเป็นโอกาสที่ดี สำหรับกองทุนรวมของประเทศไทย ที่จะมีเงินลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น กล่าวคือเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนใน 56 ประเทศทั่วโลกสามารถเข้ามาลงทุนในกองทุนของไทยได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นับเป็นความสำเร็จของ Platform นี้อย่างต่อเนื่อง

FundConnext อยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท FinNet และ TSD โดยในปี 2561 FundConnext มีโครงสร้างพื้นฐานในการให้บริการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนภายในประเทศ และพร้อมเชื่อมต่อ Platform กับต่างประเทศในปี 2562 ด้วยมาตรฐาน ISO20022 ทั้งนี้ FundConnext จะทำให้การลงทุนในกองทุนรวม เป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวทุกคน

Payment Platform ชำระเงินครบวงจร

อีกนวัตกรรมที่อยากเล่าสู่กันฟังคือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พัฒนา Payment Platform โครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตลาดทุนให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยระบบดังกล่าวจะเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการชำระเงินและสร้างรูปแบบมาตรฐานการเชื่อมต่อระหว่างสถาบันตัวกลางในตลาดทุนและธนาคารพาณิชย์ อีกทั้งนับเป็นการสนับสนุนนโยบายของคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment และคณะอนุกรรมการการพัฒนาระบบการชำระเงินสำหรับตลาดทุน

นอกจากนี้เพื่อใช้ชำระเงินการซื้อขายกองทุนรวมอย่างครบวงจรแล้ว ยังสร้างความเชื่อมั่นว่าระบบการชำระเงินสำหรับอุตสาหกรรมตลาดทุน จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ทุกภาคส่วน ช่วยให้สถาบันตัวกลางในตลาดทุนและธนาคารพาณิชย์ทำงานได้อย่างสะดวกมาก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับ Payment Platform ให้บริการแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 โดยมี 30 บริษัทหลักทรัพย์ และ 12 ธนาคาร โดยให้บริการสำหรับการชำระเงินค่าซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบกลุ่ม (Batch Processing) และมีบัญชีต้นทางและปลายทางอยู่ในธนาคารเดียวกัน และอยู่ระหว่างพัฒนา

ส่วนในระยะต่อไปเตรียมพัฒนาการบริการให้ครอบคลุมกับการชำระเงินประเภทอื่น ๆ ในตลาดทุน เช่น การซื้อขายกองทุนรวม การจ่ายเงินปันผล การจองซื้อหุ้น การฝากและถอนเงินหลักประกัน เป็นต้น

สะดวกขึ้นด้วย Listed Company Solutions

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ Digital Transformation เพื่อให้พร้อมรับมือ Digital Disruption โดยเฉพาะจากโจทย์ที่ต้องการลดกระบวนการทำงานที่บริษัทจดทะเบียนในปัจจุบันเกือบ 700 บริษัทจะต้องดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ด้านการเผยแพร่ข้อมูลสู่นักลงทุน

ทั้งนี้ได้มีการสำรวจความต้องการและออกแบบระบบให้ตอบสนองกระบวนการของธุรกิจและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในแบบ End-to-End Service ที่ปรับกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัล ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน เป็น Automated มากขึ้น ได้แก่ ลดขั้นตอนที่บริษัทจดทะเบียนต้องส่งรายงานข้อมูลชุดเดียวกันไปยังหน่วยงานต่าง ๆ และการทำระบบ Automated ในขั้นตอนอนุมัติ IPO ให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น

สำหรับแผนงานในอนาคตนั้น ผมเองก็มุ่งหวังต่อยอดกระบวนการทำงานเป็นแบบ One sStop Service เพื่อช่วยให้บริษัทสมาชิกและบริษัทจดทะเบียนสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานและทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังเสนอ Solution ที่เอื้อการจัดประชุม e-meeting สำหรับบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ที่จะช่วยบริหารจัดการประชุมแบบ Paperless อีกทั้งสามารถกำหนดสิทธิ์การดูข้อมูลในแต่ละการประชุมได้อย่างสะดวก

สานภารกิจที่ต้องขับเคลื่อนและเดินหน้าต่อไป

อีกเรื่องที่ผมอยากจะบอกเล่าคือ การส่งเสริม “นวัตกรรม” ให้เกิดขึ้นเป็นวัฒนธรรมองค์กรของเราไปแล้ว จึงมีการจัดโครงการ SET Innovation Awards ซึ่งเป็นการประกวดผลงานด้านนวัตกรรมของพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตั้งแต่ปี 2560

และเมื่อปีที่ผ่านมาได้มีการขยายผลสู่ภาคตลาดทุนให้ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการจัดโครงการ Capital Market Innovation Awards ซึ่งเป็นเวทีการประกวดสุดยอดนวัตกรรมครั้งแรกของภาคตลาดทุนไทย โดยมีผลงานที่ส่งเข้าร่วมโครงการกว่า 60 ผลงาน จากหน่วยงานในภาคตลาดทุน มหาวิทยาลัย ฟินเทค และประชาชนทั่วไป

ที่สำคัญคือ จากการประกวดผลงานด้านนวัตกรรมของพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เกิดโครงการต่าง ๆ ที่นำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้งานจริง ดังที่ผมจะยกตัวอย่าง อาทิ

  • SET e-Meeting

เป็นระบบจัดการประชุมที่อํานวยความสะดวกในการดําเนินการประชุม เริ่มตั้งแต่การจัดกลุ่มประเภทการประชุมตามกลุ่มผู้เข้าร่วม โดยสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลได้ การจัดทำวาระการประชุม การนําเรื่องที่เสนอวางตามวาระการประชุม การแจ้งวาระการประชุมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมดูวาระการประชุมที่อยู่ในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ล่วงหน้าก่อนการประชุม และสามารถประชุมผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตนเองได้ การบันทึกสรุปการประชุมเป็นเอกสารทั้งหมด และยังช่วยค้นหาข้อมูลย้อนหลัง ซึ่งจะเอื้อให้การจัดการประชุมมีความสะดวก รวดเร็วเป็นระบบ ปัจจุบันเริ่มแนะนำ Solution SET e-meeting ให้กับบริษัทจดทะเบียนแล้วเมื่อปลายปี 2561

  • SET Happy Money

Mobile Application สำหรับมนุษย์เงินเดือน จากที่คนไทยวัยทำงานกว่า 40 ล้านคน ส่วนใหญ่ขาดความรู้และการวางแผนที่ดี จึงประสบปัญหาการเงิน ไม่มีเงินออม ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ “เงินไม่พอใช้ เป็นหนี้” ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดำเนินโครงการ “Happy Money, Happy Retirement” เพื่อส่งเสริมและให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินและการลงทุนแก่มนุษย์เงินเดือน โดยให้ความรู้มาแล้วไม่น้อยกว่า 400 องค์กร ในปี 2560-2561 แต่เพื่อให้การเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จึงได้พัฒนา mobile application เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการเงิน ส่งเสริมให้มนุษย์เงินเดือน มีการออมและลงทุนสม่ำเสมอในระยะยาว เน้นการบันทึกรายรับรายจ่าย สามารถวางแผนการใช้จ่าย รู้ฐานะทางการเงิน ตามแนวคิด “SET สุขเงิน สร้างได้”  

  • Web Accessibility for Capital Market

เป็นโครงการที่เน้นการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูลการลงทุน สำหรับผู้พิการทางสายตา เป็นโครงการที่เน้นการพัฒนาและการส่งต่อข้อมูลในรูปแบบ Social, Website, Mobile Application ให้ผู้พิการทางสายตาได้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วเทียบเท่ากับคนปกติ ซึ่งปัจจุบันได้ประสานงานกับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำเป็นโครงการโดยจะนำร่องจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และจะขยายผลต่อไปยังบริษัทหลักทรัพย์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายโครงการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังดำเนินการ ซึ่งจะมีการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า โดยจะมีการประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะ อาทิ โครงการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ งานที่จะช่วยลดภาระหรือเกิดประโยชน์ร่วมกันในอุตสาหกรรม เป็นต้น

เรามีความคาดหวังว่าแผนการดำเนินงานดังกล่าว จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ร่วมอุตสาหกรรมรุดเดินหน้าธุรกิจด้วยความเชื่อมั่นใน Platform ต่างๆ ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พัฒนาขึ้น และสามารถแข่งขันในธุรกิจด้วยการจัดการต้นทุนอย่างเหมาะสม

Comments

comments

Sign-up for exclusive content. Be the first to hear about ConvertPlug news.
Subscribe