Bionic Hand แขนเทียมอัจฉริยะที่ ‘รู้สึก’ ได้ ช่วยผู้พิการกลับมาใช้ชีวิตปกติ นวัตกรรมที่ชนะใจ Shark Tank

Bionic Hand

ลองจินตนาการถึง ‘แขนเทียม’ ที่ไม่ได้แค่ขยับนิ้วได้ แต่สามารถรับรู้ถึงแรงสัมผัสได้

เทคโนโลยีอวัยวะเทียมในวันนี้กำลังก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงอุปกรณ์ทดแทนไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทที่สามารถสื่อสารกับร่างกายมนุษย์ได้อย่างละเอียดและเป็นธรรมชาติมากขึ้น หนึ่งในนวัตกรรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ Ability Hand จากบริษัท Psyonic สตาร์ทอัพด้านไบโอนิกจากสหรัฐอเมริกา

คนที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้คือ Dr. Aadeel Akhtar (ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ) เขาได้แรงบันดาลใจมาตั้งแต่ตอนอายุ 7 ขวบ หลังไปเจอเด็กผู้หญิงในปากีสถานที่ไม่มีขาและต้องใช้กิ่งไม้พยุงตัวแทนไม้เท้า ภาพนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาตัดสินใจเรียนด้านวิศวกรรมระบบประสาท เพื่อมาพัฒนาอวัยวะเทียมไบโอนิกในราคาที่คนทั่วไปจับต้องได้

พอถึงช่วงที่เรียน ป.เอก เขาได้เจอคนที่สูญเสียแขนหลายคน ทำให้เห็นชัดเลยว่าแขนเทียมดีๆ เป็นสิ่งที่คนต้องการมาก เขาเลยลุยพัฒนา 'แขนเทียมอัจฉริยะ' ออกมาเป็นสินค้าแรกของบริษัท ก่อนจะเอาไปนำเสนอในรายการ Shark Tank

ในรายการ เขาได้เงินลงทุนไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ แลกกับหุ้น 6% จาก 3 นักลงทุน (Kevin O’Leary, Lori Greiner และ Daymond John) แม้ตอนแรกจะโดน Mark Cuban ตั้งข้อสงสัยหนักเรื่องที่เขาเลือกระดมทุนแบบ Crowdfunding มาก่อน แต่ท้ายที่สุด ความเจ๋งของเทคโนโลยีก็พิสูจน์ตัวเองจนคว้าดีลมาได้สำเร็จ

เทคโนโลยีที่คืน ‘ความรู้สึก’ ให้ผู้สวมใส่

จุดเด่นของ Ability Hand คือระบบสัมผัส (Multi-Touch Sensory Feedback) ที่ปลายนิ้วโป้ง นิ้วชี้และนิ้วก้อยจะมีเซนเซอร์คอยจับแรงกด เวลาหยิบหรือกำอะไร มันจะส่งแรงสั่นกลับไปที่ต้นแขน ทำให้ผู้ใช้ 'รู้สึก' ถึงของที่กำลังจับอยู่ได้จริงๆ

ในมุมของการใช้ชีวิต เรื่องนี้สำคัญมากเพราะจะช่วยให้ผู้ใช้กะแรงบีบได้พอดี ไม่ทำของหล่นพัง คืนความมั่นใจให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่ว่าจะการหยิบผลไม้ชิ้นเล็กๆ จับแก้วน้ำหรือทำงานละเอียดๆ ก็ทำได้สบาย แถมตัวมือยังขยับกำของได้ไวถึง 200 มิลลิวินาที ซึ่งเร็วกว่าการกะพริบตาและไวกว่าแขนกลทั่วไปในตลาดถึง 2 เท่า ทำให้การขยับดูเนียนเป็นธรรมชาติเหมือนมือคนปกติ

32 รูปแบบการจับ เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย

Ability Hand รองรับรูปแบบการจับถึง 32 แบบ ตั้งแต่การกำของแน่นๆ หยิบจับของชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงการพิมพ์คีย์บอร์ด ระบบยังสามารถปรับตำแหน่งนิ้วหัวแม่มืออัตโนมัติเพื่อให้การจับมั่นคง เพื่อป้องกันของลื่นหลุดมือ

สำหรับผู้ใช้งานจริง การที่มือรองรับการใช้งานได้หลากหลายแบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิมได้ เช่น ทำอาหาร แต่งตัวหรือใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อสุขภาพจิต เพราะทำให้เหมือนได้ความมั่นใจและอิสระในการใช้ชีวิตกลับมา

ควบคุมด้วยกล้ามเนื้อ เชื่อมต่อด้วยดิจิทัล

ผู้ใช้สามารถควบคุมมือผ่านสัญญาณไฟฟ้าจากกล้ามเนื้อได้ (myoelectric control) เทคโนโลยีนี้อ่านสัญญาณจากกล้ามเนื้อที่ยังเหลืออยู่ แล้วแปลงเป็นการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ

ตัวอุปกรณ์เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ทำให้แพทย์สามารถปรับค่าการทำงานผ่านแอปบนสมาร์ตโฟน ทั้ง iPhone และ Android และยังรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบแบบไร้สาย (Over-the-Air) ทำให้มือกลรุ่นนี้เก่งขึ้นและตอบสนองได้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องรื้อเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ให้วุ่นวาย

แข็งแรง ทนทานและออกแบบเพื่อลดต้นทุน

โจทย์ยากอย่างนึงของการทำแขนเทียมคือ จะทำยังไงให้ของออกมา 'ทนทาน' แต่ 'ราคาไม่แพง' ทีมงานจึงเลือกใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติผลิตชิ้นส่วนภายใน และเสริมโครงสร้างด้วยคาร์บอนไฟเบอร์กับซิลิโคน ทำให้นิ้วยืดหยุ่นและทนต่อแรงกระแทก

แขนเทียมรุ่นนี้ผ่านการทดสอบความทนทานหลายรูปแบบ ตั้งแต่การทำตกจากที่สูง การถูกเหยียบ การกระแทกอย่างรุนแรง ไปจนถึงการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่หนักหน่วง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานในชีวิตจริงได้อย่างปลอดภัย

การเข้าถึงที่มากขึ้นในระบบสุขภาพ

จุดเด่นอีกอย่างคือเรื่องความคุ้มค่า ปกติแขนเทียมล้ำๆ จะมีราคาพุ่งไปถึง 50,000–150,000 ดอลลาร์ แต่ Ability Hand ทำราคามาให้เข้าถึงง่ายขึ้นที่ราวๆ 25,000–50,000 ดอลลาร์ แถมยังครอบคลุมสิทธิการเบิกจ่ายของ Medicare และประกันสุขภาพส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ

การกดต้นทุนให้ถูกลงถือเป็นก้าวใหญ่ทางการแพทย์ เพราะแต่ละปีทั่วโลกมีคนสูญเสียอวัยวะมากกว่าหนึ่งล้านคน การที่พวกเขาเข้าถึงอุปกรณ์ดีๆ ได้ในราคาที่ไม่ไกลเกินเอื้อม ก็เท่ากับช่วยเปลี่ยนชีวิตพวกเขาให้กลับมาพึ่งพาตัวเองได้

จากอวัยวะเทียมสู่หุ่นยนต์ขั้นสูง

Ability Hand ยังขยับได้เนียนเหมือนมือคนจริงๆ จนองค์กรระดับโลกอย่าง NASA, Meta รวมถึงบริษัทสร้างหุ่นยนต์อย่าง Apptronik ต้องเอาไปใช้ในงานวิจัยหุ่นยนต์ของตัวเอง

การข้ามสายมาเจอกันระหว่างวงการแพทย์และหุ่นยนต์ เป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ เพราะต่างฝ่ายต่างเอาข้อดีของตัวเองมาแชร์ เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ให้ทำงานได้แม่นยำและเข้ากับสรีระมนุษย์ได้ดีที่สุด

ก้าวต่อไปของเวชศาสตร์ฟื้นฟู

เป้าหมายต่อไปของ Psyonic คือการขยายไปสู่อวัยวะส่วนอื่น ทั้งข้อมือ ข้อศอก รวมถึง ขา เข่าและข้อเท้า ซึ่งตรงกับแรงบันดาลใจวัยเด็กของผู้ก่อตั้งที่อยากช่วยผู้พิการขาให้สำเร็จ 

แถมยังกำลังซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีล้ำๆ อย่างการใช้เส้นใยขนาดจิ๋วต่อตรงเข้ากับเส้นประสาท เพื่อให้ผู้ใช้สั่งการขยับนิ้วแต่ละนิ้วได้ละเอียดขึ้นไปอีก สิ่งนี้ทำให้เราเห็นเลยว่า อนาคตของการฟื้นฟูร่างกายกำลังจะเปลี่ยนไป อวัยวะเทียมจะไม่ใช่แค่ 'อุปกรณ์เสริม' แต่จะหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทและร่างกายเราจริงๆ 

และสำหรับคนที่สูญเสียอวัยวะ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้พวกเขากลับมาหยิบจับของได้ แต่ดึงเอาอิสรภาพและความมั่นใจกลับคืนมา เพื่อให้เขาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีจะพาไปได้ 

อ้างอิง: techeblog, cnbc, psyonic

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจาะกลยุทธ์ของ WHOOP ขาย ‘วินัย’ ในโลกที่ไร้ระเบียบ เมื่อสุขภาพไม่ใช่เป้าหมาย แต่คือสินทรัพย์ระยะยาวที่ต้องบริหาร

ทำไมสายรัดข้อมือไร้หน้าจอถึงชนะตลาด? เจาะลึกกลยุทธ์ WHOOP แบรนด์ที่ขาย 'วินัย' แทนความฟิต เปลี่ยนสุขภาพเป็นสินทรัพย์ระยะยาว และใช้ข้อมูลสะสมสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ...

Responsive image

นักวิจัยอิสราเอลพัฒนา ‘ตับอ่อนเทียม’ ฝังในตัว ผลิตอินซูลินอัตโนมัติ ผู้ป่วยเบาไม่ต้องฉีดยาอีกต่อไป

นักวิจัยอิสราเอลพัฒนา ‘ตับอ่อนเทียม’ อุปกรณ์ฝังตัวอัจฉริยะที่ผลิตและหลั่งอินซูลินอัตโนมัติตามความต้องการของร่างกาย พร้อมเทคโนโลยีเกราะผลึกป้องกันการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกัน ความหวังใหม...

Responsive image

อายุยาวถึง 100 ปี ดียังไง ในสังคมเอเชีย ฟัง Janice Chia กับแนวคิด Longevity Ecosystem

เมื่อชีวิต 100 ปีไม่ใช่เรื่องไกลตัว Janice Chia ชี้ทางรอดสังคมเอเชียด้วย Longevity Ecosystem รื้อโครงสร้างพึ่งลูกหลาน สู่พึ่งพาตัวเอง ในตลาด Silver Economy มูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์...