ไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในงาน Galaxy Unpacked ปีนี้อาจเป็น Galaxy Z Fold8 Ultra สมาร์ทโฟนจอพับที่บางเพียง 4.1 มิลลิเมตร แต่นอกเหนือจากมือถือจอพับรุ่นใหม่ ในปีนี้ซัมซุงยังเปิดตัวสมาร์ทวอทช์อีกสองรุ่นอย่าง Galaxy Watch9 และ Galaxy Watch Ultra2 ที่วางเดิมพันไว้กับเรื่องสุขภาพเป็นหลัก โดยมีฉากหลังเป็นข้อมูลด้านสาธารณสุขที่ระบุว่าราว 3 ใน 4 ของการเสียชีวิตของคนไทยมีสาเหตุจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases หรือ NCDs) อย่างเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สะสมมานาน โจทย์นี้เองที่ซัมซุงหยิบมาวางเป็นแกนกลางของนาฬิการุ่นใหม่ โดยเปลี่ยนบทบาทของมันจากอุปกรณ์นับก้าวและวัดการเต้นของหัวใจ ไปสู่เครื่องมือที่คอยส่งสัญญาณเตือนความเสี่ยงด้านสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ
ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ ค่าต่าง ๆ ที่นาฬิกาวัดได้ทำหน้าที่เป็น 'สัญญาณเตือนความเสี่ยง' เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้ปรับพฤติกรรมและเข้าพบแพทย์ ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคที่ใช้แทนการตรวจทางการแพทย์ได้ ภายใต้แนวทางนี้ ซัมซุงออกแบบให้ Galaxy Watch ทั้งสองรุ่นครอบคลุมสัญญาณของกลุ่มโรคที่คนไทยเผชิญมากที่สุดสี่ด้าน ได้แก่ เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และภาวะสมองเสื่อม โดยมีเซนเซอร์ตรวจวัดสัญญาณชีวภาพ (BioActive Sensor) รุ่นใหม่เป็นหัวใจของการทำงาน

ฟีเจอร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือดัชนี AGEs (AGEs Index) โดย AGEs ย่อมาจาก Advanced Glycation End-products ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นเมื่อน้ำตาลในร่างกายทำปฏิกิริยาจับกับโปรตีนและไขมัน แล้วสะสมจนก่อให้เกิดการอักเสบและความเสื่อมในระดับเซลล์ ความเข้าใจที่คุ้นเคยกันคืออาการที่เรียกกันว่าการกินหวานมากแล้วผิวเสื่อมหรือคอลลาเจนเสียหาย ก็มีรากมาจากการสะสมของสารกลุ่มนี้
Galaxy Watch วัดค่า AGEs ด้วยหลักการเรืองแสงของผิวหนัง (Skin Autofluorescence) โดยฉายแสงอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) เข้าไปที่ผิว แล้ววิเคราะห์แสงที่สะท้อนกลับออกมาเพื่อประเมินปริมาณการสะสมของ AGEs เทคโนโลยีนี้ซัมซุงพัฒนาร่วมกับ Diagnoptics บริษัทผู้ผลิตเครื่องวัดค่า AGEs ที่ใช้ในโรงพยาบาล จากนั้นย่อขนาดเทคโนโลยีเดียวกันลงมาไว้ในเซนเซอร์บนข้อมือ ค่าที่ได้จะสะท้อนผลสะสมของระดับน้ำตาลและพฤติกรรมการกินในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่ระดับน้ำตาลในเลือด ณ ขณะนั้นแบบเครื่องเจาะเลือด
ความน่าสนใจอยู่ที่การนำไปใช้จริง เพราะปัญหาของน้ำตาลคือมักมาในรูปแบบที่มองไม่เห็น ตัวอย่างที่หยิบมาอธิบายในงานเปิดตัวคือเครื่องดื่มหลายชนิดที่คนเข้าใจว่าน้ำตาลน้อย แต่กลับมีน้ำตาลแฝงสูงกว่าที่คิด รวมถึงน้ำตาลแลคโตสในนมที่มักถูกมองข้าม เมื่อค่า AGEs ขึ้นสูงต่อเนื่อง นาฬิกาจะแจ้งเป็นสัญญาณว่าผู้ใช้อาจเริ่มมีภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) หรือมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน เพื่อให้ปรับพฤติกรรมก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม

โรคหลอดเลือดสมองหรือภาวะเส้นเลือดในสมองตีบและแตก มีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือความดันโลหิตสูง แต่คนส่วนใหญ่วัดความดันเพียงปีละครั้งเมื่อไปโรงพยาบาล ทำให้พลาดสัญญาณผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างวัน Galaxy Watch เปิดให้วัดความดันโลหิตได้ทันทีที่ต้องการ (On-demand) ผ่านแอปพลิเคชัน Samsung Health ทำให้ผู้ใช้เห็นแนวโน้มความดันของตัวเองและนำผลไปปรึกษาแพทย์ได้
อย่างไรก็ตาม การวัดความดันบนนาฬิกายังต้องอาศัยการปรับเทียบค่า (Calibrate) กับเครื่องวัดความดันแบบรัดต้นแขนเป็นระยะเพื่อความแม่นยำ และมีไว้เพื่อการติดตามและสร้างความตระหนัก ไม่ได้ใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์
อีกสัญญาณที่นาฬิกาอ่านได้คือสัดส่วนไขมันในร่างกาย ผ่านการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายด้วยกระแสไฟฟ้า (Bioelectrical Impedance Analysis หรือ BIA) หลักการเดียวกับเครื่องวัดอย่าง InBody ที่ใช้ในฟิตเนส คือการปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ เข้าไปในร่างกายเพื่อประเมินสัดส่วนไขมันและมวลอื่น ๆ
จุดที่ทำให้ฟีเจอร์นี้มีความหมายคือการเผยให้เห็นภาวะที่น้ำหนักตัวปกติแต่ไขมันสูงเกินเกณฑ์ ตัวอย่างที่ยกในงานคือผู้ที่มีน้ำหนักตัวคงที่มากว่าสิบปี แต่เมื่อวัดสัดส่วนไขมันกลับพบว่าสูงถึง 33% ซึ่งเข้าเกณฑ์ที่ทางการแพทย์จัดว่าเสี่ยง ไขมันส่วนเกินเหล่านี้สัมพันธ์กับภาวะไขมันอุดตันในหลอดเลือดและความเสี่ยงของโรคหัวใจ การเห็นตัวเลขที่ชัดเจนจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ปรับเรื่องการกินและการออกกำลังกาย
Galaxy Watch เป็นสมาร์ทวอทช์รายแรกที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (U.S. Food and Drug Administration หรือ FDA) สำหรับฟีเจอร์ตรวจจับสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ในระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยใช้เซนเซอร์ในตัวเครื่องติดตามการหายใจระหว่างนอน
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือการกรนและการหยุดหายใจขณะหลับส่งผลมากกว่าเสียงรบกวน เพราะไปรบกวนช่วงการนอนหลับลึก (Deep Sleep) ซึ่งเป็นเวลาที่ร่างกายกำจัดของเสียและโปรตีนที่เป็นพิษออกจากสมอง เมื่อกระบวนการนี้ทำงานได้ไม่เต็มที่ จะเกิดการสะสมของโปรตีนที่ไม่ดีต่อสมอง และงานวิจัยหลายชิ้นเชื่อมโยงภาวะนี้กับความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ในระยะยาว นาฬิกาจะสรุปให้เห็นในตอนเช้าว่าเกิดการหยุดหายใจกี่ครั้งต่อชั่วโมง หากเกิน 30 ครั้งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ควรพบแพทย์ ทั้งนี้ฟีเจอร์นี้เป็นการคัดกรองสัญญาณเบื้องต้น ไม่ได้ใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ และไม่ได้ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น OSA อยู่แล้ว
นอกจากด้านลบอย่าง AGEs ที่สะท้อนการกินที่ไม่ดีแล้ว Galaxy Watch ยังวัดด้านบวกได้ด้วยดัชนีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Index) ที่ประเมินปริมาณสารแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้ใช้รับประทานผักและผลไม้เพียงพอหรือไม่
สิ่งที่ทำให้ซัมซุงวัดได้หลากหลายคือจำนวนเซนเซอร์ที่มากกว่ามาตรฐานทั่วไป โดยนาฬิกาส่วนใหญ่ในตลาดมักมีราวสามถึงห้าเซนเซอร์สำหรับวัดการเต้นของหัวใจและระดับออกซิเจน ขณะที่ BioActive Sensor ของ Galaxy Watch เพิ่มชุดหลอดไฟ LED หลายสีเข้ามา ทั้งแสงสีน้ำเงินสำหรับวัดสารต้านอนุมูลอิสระ แสงสีเหลืองสำหรับปรับเทียบค่าเม็ดสีใต้ผิวหนังให้เซนเซอร์แม่นยำขึ้น และแสงอัลตราไวโอเลตสำหรับวัดค่า AGEs จากนั้นค่าทั้งหมดจะถูกประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้คำแนะนำครอบคลุมสี่เสาหลักของสุขภาพ คือการกิน การนอน การออกกำลังกาย และความเครียด

ในแง่ตัวเครื่อง Galaxy Watch9 เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นใหม่และแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นราว 20% จากรุ่นก่อน มีให้เลือกสองขนาดคือ 40 มิลลิเมตรและ 44 มิลลิเมตร โดยรุ่น 40 มิลลิเมตรมีสีครีมและกราไฟต์ ส่วนรุ่น 44 มิลลิเมตรมีสีซิลเวอร์และกราไฟต์
ส่วน Galaxy Watch Ultra2 วางตัวเป็นรุ่นพรีเมียมสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ปรับดีไซน์ให้บางและเบาลงด้วยตัวเรือนไทเทเนียม พร้อมชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น ซัมซุงระบุว่าแบตเตอรี่รองรับการวิ่งต่อเนื่องได้ราวสี่มาราธอน หรือเปิดใช้งานระบบระบุตำแหน่ง (Global Positioning System หรือ GPS) ได้ยาวถึง 20 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69K และ 10ATM ซึ่งเทียบเท่าแรงดันที่ความลึกราว 100 เมตร ขณะที่หน้าจอ Super AMOLED ให้ความสว่างสูงสุด 5,000 nits ที่ซัมซุงระบุว่าสว่างที่สุดในบรรดาสมาร์ทวอทช์เวลานี้

สำหรับสายดำน้ำ Galaxy Watch Ultra2 ผ่านมาตรฐานอุปกรณ์ดำน้ำ EN13319 รองรับการดำน้ำเพื่อนันทนาการที่ความลึกถึง 40 เมตร และทำหน้าที่เป็นคอมพิวเตอร์ดำน้ำ (Dive Computer) ในตัว ผ่านความร่วมมือกับ Mares แบรนด์อุปกรณ์ดำน้ำ โดยผู้ใช้สามารถดูความเร็ว ความลึก และจุดพักเพื่อความปลอดภัย (Safety Stop) ได้ ทั้งนี้การใช้งานฟังก์ชันดำน้ำขั้นสูงต้องสมัครใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันของ Mares ส่วนการติดตามข้อมูลพื้นฐานเปิดให้ใช้ฟรี และฟีเจอร์นี้จะเริ่มให้บริการช่วงปลายปี 2569 นอกจากนี้ยังมีโหมดวิ่งเทรล (Trail Running) ที่ดูแผนที่ GPS ระดับความชัน และแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำแบบเรียลไทม์
ด้านราคาในประเทศไทย Galaxy Watch9 เริ่มต้นที่ 12,900 บาท มีทั้งรุ่นเชื่อมต่อบลูทูธและรุ่น LTE ให้เลือก ส่วน Galaxy Watch Ultra2 อยู่ที่ 25,900 บาท ในสีไทเทเนียมซิลเวอร์และไทเทเนียมเกรย์ พร้อมตัวเลือกสายสีเขียวและสีดำ

ในงานเดียวกัน ซัมซุงยังเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นใหม่ที่เดินตามแนวคิดเดียวกันคือบางลงและฉลาดขึ้นด้วย AI รุ่นเรือธงอย่าง Galaxy Z Fold8 Ultra ทำสถิติเป็นอุปกรณ์ตระกูล Galaxy ที่บางที่สุด โดยบางเพียง 4.1 มิลลิเมตรเมื่อกางออก มาพร้อมหน้าจอหลัก 8.0 นิ้ว กล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ 5,000 mAh ราคาเริ่มต้น 69,900 บาท
ขณะที่ The all-new Galaxy Z Fold8 เน้นดีไซน์ไซซ์ใหม่ที่เบาที่สุดในตระกูลที่ 201 กรัม จอนอก 5.5 นิ้วและจอหลัก 7.6 นิ้ว ราคาเริ่มต้น 61,900 บาท ส่วน Galaxy Z Flip8 เป็นฝาพับที่บางและเบาที่สุดในตระกูล พร้อมหน้าจอด้านนอก FlexWindow ขนาด 4.1 นิ้วที่เปิดแอปพลิเคชันและตอบข้อความได้โดยไม่ต้องกางเครื่อง ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะ Gemini เพื่อเชื่อมประสบการณ์ทั้งสมาร์ทโฟนและสมาร์ทวอทช์เข้าไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน
โดยสรุป การเปิดตัวรอบนี้สะท้อนทิศทางของซัมซุงที่ผลักดันให้อุปกรณ์สวมใส่ก้าวจากการติดตามการออกกำลังกาย ไปสู่การเป็นเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพเชิงป้องกัน โดยอุปกรณ์ทั้งหมดเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว และมีโปรโมชันส่วนลดสำหรับผู้ที่ซื้อสมาร์ทวอทช์คู่กับสมาร์ทโฟนผ่านช่องทางของซัมซุง
ที่มา: Samsung Newsroom (Galaxy Watch Ultra2 / Watch9), Samsung Newsroom (FDA Sleep Apnea), Wareable (AGEs Index), SamMobile (Galaxy Watch Ultra2), Tom's Guide (Mares Dive Mode), Sleep Foundation (FDA Sleep Apnea) และงานเปิดตัว Samsung Galaxy ประเทศไทย
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด