
ผู้ใช้ Fitbit บน iPhone ต้องรอมานานกว่าสิบปี กว่าจะได้เห็นข้อมูลการออกกำลังกาย จำนวนก้าว และค่าสุขภาพต่าง ๆ ไหลเข้าสู่ Apple Health ได้โดยตรง ที่ผ่านมาใครอยากรวมข้อมูลสองฝั่งเข้าด้วยกันต้องหาแอปตัวกลางจากนักพัฒนารายอื่นมาช่วยซิงก์ ซึ่งทั้งยุ่งยากและไม่เสถียร ล่าสุด Google ปล่อยอัปเดตที่ปลดล็อกข้อจำกัดนี้เสียที
Google Health เวอร์ชัน 5.05 เพิ่มความสามารถซิงก์ข้อมูลแบบสองทาง (Two-way Sync) ระหว่างแอปกับ Apple Health หมายความว่าข้อมูลที่ Fitbit บันทึกไว้ ทั้งบันทึกการออกกำลังกาย การนอน สัญญาณชีพ จำนวนก้าว และค่าสุขภาพอื่น ๆ สามารถเขียนกลับเข้าไปเก็บใน Apple Health ได้แล้ว โดยผู้ใช้เลือกได้เองว่าจะแชร์ข้อมูลหมวดไหนบ้าง ส่วนสิทธิ์การเข้าถึงของแอปอื่น ๆ ที่เชื่อมกับ Apple Health ก็ยังควบคุมผ่านระบบสิทธิ์ของ Apple ตามเดิม อัปเดตนี้เริ่มทยอยปล่อยตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา
ขั้นตอนการเปิดใช้งานทำได้ไม่ซับซ้อน เริ่มจากแตะที่ไอคอนโปรไฟล์ในแอป Google Health จากนั้นเลือกเมนู 'Partner apps' แล้วเลือก Apple Health เพื่อเชื่อมต่อโดยตรง หากเป็นการตั้งค่าครั้งแรกให้ทำตามขั้นตอนที่แอปแนะนำ หรือหากเคยเชื่อมไว้แล้วก็แตะ 'Review permissions' เพื่อเพิ่มสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลหมวดใหม่ ๆ เข้าไปได้
ก่อนหน้าอัปเดตนี้ Google Health รองรับการซิงก์แค่ทางเดียว คือดึงข้อมูลจาก Apple Health เข้ามาในแอปได้ แต่ส่งข้อมูลย้อนกลับออกไปไม่ได้ ใครที่อยากได้ข้อมูล Fitbit ไปอยู่ใน Apple Health จึงต้องพึ่งแอปตัวกลางอย่าง Power Sync for Fitbit หรือ Fitbit to Apple Health Sync มาคั่นกลาง หรือไม่ก็ต้องหาวิธีอ้อม ๆ อื่น ๆ
ช่องว่างนี้มีมาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงที่ Apple เพิ่งเปิดตัว HealthKit พร้อมกับ iOS 8 แต่ Fitbit เลือกที่จะไม่เชื่อมต่อเข้ากับระบบดังกล่าว ทำให้ข้อมูลของทั้งสองฝั่งแยกขาดจากกันเรื่อยมา จนกระทั่งอัปเดตล่าสุดของ Google Health จึงเข้ามาอุดช่องว่างที่คาราคาซังมานานเกือบสิบสองปีได้สำเร็จ
Google Health เข้ามาแทนที่แอป Fitbit เดิมตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเปิดตัวพร้อมกับอุปกรณ์สายรัดข้อมือรุ่น Fitbit Air ทว่าช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่านค่อนข้างสะดุด ผู้ใช้จำนวนหนึ่งตั้งข้อกังวลทั้งเรื่องผู้ช่วยสุขภาพ AI ตัวใหม่ หน้าตาการใช้งาน (User Interface) และปัญหาอื่น ๆ ซึ่งภายหลัง Google ได้ทยอยแก้ไขข้อร้องเรียนบางส่วนไปแล้ว
นอกจากการซิงก์เข้า Apple Health อัปเดตครั้งนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Smart Health Links ที่เปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาแชร์ประวัติการรักษาให้แพทย์หรือคนในครอบครัวได้ วิธีสร้างลิงก์ทำได้โดยเข้าไปที่แท็บ Health เลือกหมวด 'Medical' จากนั้นเลือก 'Shareable records' แล้วแตะไอคอนเครื่องหมายบวก ผู้ใช้จะเลือกได้ว่าต้องการใส่ข้อมูลชุดไหนลงในลิงก์ แล้วส่งต่อผ่าน URL หรือ QR Code ก็ได้
อีกส่วนที่มากับเวอร์ชัน 5.05 คือการแก้บั๊กด้านความเสถียร ทั้งการคำนวณค่า VO2Max แผนที่เส้นทางการออกกำลังกาย และการแก้ไขข้อมูลการออกกำลังกายหลังจบเซสชัน ซึ่งเคยส่งผลกระทบกับผู้ใช้บางราย
อัปเดต Google Health 5.05 เริ่มทยอยปล่อยให้ผู้ใช้ iOS แล้ว และกำลังทยอยปล่อยบน Android ต่อไป ส่วนฟีเจอร์ Smart Health Links ในช่วงแรกจำกัดเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
ที่มา: The Verge, 9to5Google, 9toMac
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด