Garmin เพิ่มฟีเจอร์ 'ติดตามรอบเดือนและวันไข่ตก' แค่ใส่นอนระบบจะวัดอุณหภูมิร่างกาย ซิงก์เข้าแอปเพื่อประมวลผล

Garmin เพิ่มฟีเจอร์ 'ติดตามรอบเดือนและวันไข่ตก'

ปัจจุบันสมาร์ทวอทช์ของ Garmin ไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์สำหรับติดตามการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังทำหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพโดยรวมได้กว้างขึ้น ล่าสุด Garmin ได้เพิ่มฟีเจอร์การติดตามรอบเดือนและวันไข่ตก เข้ามาในนาฬิกาหลายรุ่น โดยเป็นการร่วมมือกับ Natural Cycles 

ฟีเจอร์นี้ทำงานอย่างไร

ระบบจะทำงานโดยการวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้ใช้งานในเวลากลางคืนขณะนอนหลับ จากนั้นเมื่อตื่นมา ข้อมูลอุณหภูมิดังกล่าวจะถูกซิงค์เข้ากับแอปพลิเคชัน Natural Cycles โดยตรง เพื่อประมวลผลเกี่ยวกับรอบเดือนและวันตกไข่ 

ข้อดีของการใช้นาฬิกาติดตามรอบเดือน คือมันง่าย เราไม่ต้องกินยาคุมกำเนิดให้ฮอร์โมนแกว่งหรือไปหาหมอทำขั้นตอนให้ยุ่งยาก แค่ดูข้อมูลจากข้อมือก็สามารถนำไปใช้ได้เลย ไม่ว่าจะวางแผนเตรียมมีลูกหรือใช้ข้อมูลนี้เพื่อคุมกำเนิดก็ได้ 

ใช้ได้กับรุ่นไหนบ้าง

ต้องบอกก่อนว่า Natural Cycles เป็นแอปพลิเคชันสำหรับการคุมกำเนิดเพียงแอปเดียวในขณะนี้ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) การร่วมมือกันในครั้งนี้จึงทำให้นาฬิกา Garmin มีระบบติดตามรอบเดือนที่มีความน่าเชื่อถือสูง

ฟีเจอร์ใหม่นี้กำลังจะถูกอัปเดตและเปิดให้ใช้งานใน Smart Watch รุ่นยอดนิยมหลายรุ่นของ Garmin ได้แก่:

  • Fenix 8
  • Forerunner 570
  • Venu 4
  • Venu X1 

การแข่งขันในตลาดและประเทศที่รองรับการใช้งาน

Garmin ไม่ใช่แบรนด์แรกหรือแบรนด์เดียวที่มีการนำฟีเจอร์นี้มาใส่ไว้ในอุปกรณ์สวมใส่ แบรนด์คู่แข่งอื่นๆ ในตลาดอย่าง Apple, Whoop และ Fitbit ต่างก็มีฟีเจอร์ในลักษณะเดียวกันนี้ให้ผู้บริโภคเลือกใช้งานอยู่แล้ว

สำหรับการเปิดให้บริการนั้น ในปัจจุบันยังไม่ได้เปิดให้ใช้งานได้ทั่วโลก โดยทาง Garmin ระบุว่าตอนนี้สามารถใช้งานได้เฉพาะในกลุ่มประเทศดังต่อไปนี้:

  • ออสเตรเลีย
  • บราซิล
  • แคนาดา
  • สหภาพยุโรป
  • นอร์เวย์
  • สิงคโปร์
  • สวิตเซอร์แลนด์
  • สหราชอาณาจักร
  • สหรัฐอเมริกา 

ส่วนประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย ยังไม่มีกำหนดที่แน่ชัดว่าจะเริ่มปล่อยอัปเดตให้ใช้งานได้เมื่อใด

สรุป 

การจับมือระหว่าง Garmin และ Natural Cycles เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ติดตามรอบเดือนและวันไข่ตก ถือเป็นการพัฒนาที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน Smart Watch สามารถติดตามเรื่องสุขภาพที่สำคัญต่อชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกมากขึ้น โดยอาศัยข้อมูลอุณหภูมิร่างกายเพื่อวิเคราะห์รอบเดือน แม้จะยังไม่เปิดให้ใช้งานครบทุกประเทศในตอนนี้ แต่ก็ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกที่มีประโยชน์และตอบโจทย์การดูแลสุขภาพโดยไม่ต้องใช้วิธีที่ซับซ้อน

อ้างอิง: techradar

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ส่องสตาร์ทอัพไทย 3 ทีมจากโครงการ SPEAR-H แก้งาน ‘หลังบ้าน’ ของโรงพยาบาล เพื่อคืนเวลาให้กับหมอ

เวลาที่เราพูดถึง 'เทคโนโลยีทางการแพทย์' ภาพแรกที่โผล่ขึ้นมามักเป็นหุ่นยนต์ผ่าตัด เครื่องสแกนราคาหลายสิบล้าน หรือ เทคโนโลยี AI แต่ปัญหาที่กัดกินระบบสาธารณสุขไทยอยู่ทุกวันกลับเป็นเรื...

Responsive image

AI ช่วยไขปริศนาโรคหายากที่อยู่ในตัวเด็ก 18 ราย คำวินิจฉัยโรคที่หมอรอมาเกือบ 15 ปี

งานวิจัยจาก Boston Children's Hospital ร่วมกับ OpenAI พบว่าโมเดล o3 ช่วยวินิจฉัยโรคหายากในเด็กได้ 18 ราย จากจีโนมที่หมอวิเคราะห์ซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วน อัตราเกือบ 5% ที่เปลี่ยนชีวิตทั...

Responsive image

เรื่องราวของ Casey Harrell ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่สื่อสารผ่านชิปฝังสมองได้คนแรกของโลก

นี่คือเรื่องราวของ Casey Harrell ชายผู้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ ALS ที่กลับมาสื่อสาร ทำงาน และใช้ชีวิตประจำวันได้อีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยี BCI หรือชิปฝังสมอง...