
ตลาด Wellness กำลังจะแตะ 9 Trillion ดอลลาร์ภายในปี 2028 (ข้อมูลจาก GWI ปี 2024) ดูจากแค่ตัวเลข ก็น่าจะเห็นว่าเป็นตลาดที่เติบโตมหาศาล แต่คำถามคือ ถ้าจะเป็นผู้นำ Wellness ในเอเชีย เราเข้าใจจริง ๆ หรือยังว่าคนต้องการอะไร ?
ในงาน Techsauce Healthspan Festival 2026 คุณขนิษฐา ตั้งวรพจน์วิธาน Executive Advisor จากบริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) บริษัทวิจัย Insight ชั้นนำในเอเชีย ได้นำเสนอผลสำรวจ Wellbeing Index 2026 ที่ศึกษาคน 1,200 คนใน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น จีน และเวียดนาม
ผลลัพธ์ที่ออกมาน่าสนใจมาก เพราะประเทศที่อายุยืนที่สุด กลับไม่ใช่ประเทศที่มี Wellbeing ดีที่สุด
ก่อนจะเจาะลึกไปที่ตัวเลข คุณขนิษฐาได้ชี้ให้เห็นถึงเหตุผลสำคัญที่ต้องศึกษาเรื่องนี้ โดยระบุว่า Healthspan เป็น ESG ตัวใหม่ เพราะหากคนวัยทำงานมีสุขภาพแย่ลงและเกิดรอยรั่ว ย่อมส่งผลให้ GDP ของประเทศรั่วไหลตามไปด้วย
การที่คนมีอายุยืนยาว (Longevity) แต่สุขภาพไม่ดี ถือเป็นกับดักทางสุขภาพและชีวิตของคนชั้นกลาง บริษัทจะเติบโตได้ต้องมีคนทำงานที่แข็งแรง สังคมต้องดี และท้ายที่สุดคือคนที่มีสุขภาพดีจะต้องอาศัยอยู่ในโลกที่แข็งแรง
ก่อนจะดูผลสำรวจ คุณขนิษฐาย้ำว่าเวลาพูดคำว่า Wellbeing ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่อง Physical หรือ Medical เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุม 6 มิติ ได้แก่
มิติสุดท้ายนี้เป็นมิติที่แทบไม่มีใครพูดถึง แต่กลับเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนเอเชียหลายประเทศมี Wellbeing ต่างกันอย่างน่าสนใจ

ผลสำรวจออกมาว่าประเทศไทยมี Wellbeing Index สูงสุดที่ 5.58 ตามด้วยเวียดนาม 5.44 จีนอยู่อันดับ 3 และประเทศที่มีคะแนนต่ำที่สุดกลับเป็นญี่ปุ่น ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่อง Longevity มากที่สุด
Lifespan กับ Healthspan ไม่ได้แปลว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
นี่คือข้อค้นพบที่สำคัญที่สุดของงานวิจัยชิ้นนี้ การมีอายุยืนไม่ได้แปลว่ามีคุณภาพชีวิตที่ดี

หากเจาะรายละเอียดลงลึกลงไปในแต่ละประเทศ จะสรุปออกมาได้ดังนี้
ญี่ปุ่น
เป็นประเทศที่มีระบบสังคมดีมาก แต่กลับเป็น Super Stress และ Super Strain คนไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนในสังคม ไม่มี Belonging
คุณขนิษฐาเล่าว่าสิ่งที่จะทำให้ Wellbeing ของญี่ปุ่นดีขึ้นคือเรื่อง Social หรือการมีชุมชนที่ยอมรับ ซึ่งสอดคล้องกับปัญหาที่เราเห็นข่าวอยู่เสมอ คือคนญี่ปุ่นเสียชีวิตอยู่ในบ้านเป็นเวลานานโดยไม่มีใครรู้
จีน
เป็นประเทศที่เทคโนโลยีล้ำจนอเมริกาแทบตามไม่ทัน แต่ตัวแปรที่จะทำให้ Wellbeing ของจีนดีขึ้นกลับเป็นเรื่อง Spiritual หรือการมีเป้าหมายในชีวิต ตามด้วย Mental และ Social
เธอบอกว่าคนจีนกำลัง 'เดินกลับมาหา Inner Peace' หลังจากที่วิ่งไปสร้างนวัตกรรมมานาน
เวียดนาม
เป็นประเทศที่มี 'Ambitious Soul' พยายามสู้ให้ทัดเทียมกับไทย แต่ทุก Generation กำลังมองหาสมดุลของชีวิต ตัวที่จะดันให้ Wellbeing ของเวียดนามดีขึ้นคือเรื่อง Mental
ประเทศไทย
แม้จะมี Index สูงสุด แต่คุณขนิษฐาตั้งคำถามว่า เราเป็น Smiling Depression หรือเปล่า ? หมายถึง มีแต่รอยยิ้มแต่ข้างในจริง ๆ เป็นอย่างไร
ที่น่าสนใจคือ คนต่างจังหวัดมี Wellbeing Index สูงถึง 5.81 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ สะท้อนว่าชีวิตที่เรียบง่ายกว่า ชุมชนที่ใกล้ชิดกว่า อาจเป็นปัจจัยสำคัญของ Wellbeing ที่ดี
AI ตอบคำถามคุณได้ แต่ให้ความสุขคุณไม่ได้
เมื่อมีคนถามว่า AI ช่วยเรื่อง Wellbeing ได้ไหม คุณขนิษฐาตอบตรง ๆ ว่า AI อาจตอบคำถามคุณได้ แต่ให้ความสุขคุณไม่ได้ เพราะ Wellbeing เป็นเรื่องที่ต้อง Take Action ด้วยตัวเอง เพราะ AI ทำได้แค่ Automation ส่วนการมีชีวิตที่ดีต้องลงมือทำจริง

คุณขนิษฐาทิ้งท้ายด้วย 3 ข้อฝากผ่านตัวย่อ ACT สำหรับแบรนด์และผู้กำหนดนโยบาย
A-Align & integrate หมายถึง Wellbeing เป็นเรื่องของ 6 มิติ ไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ถ้าจะส่งเสริม Wellness ต้องมาทั้ง 6 มิติ
C-Create Communities หมายถึง Community สำคัญกว่าแคมเปญ การสร้างชุมชนยั่งยืนดีกว่าการทำกิจกรรมครั้งคราว
T-Trigger Generational Motivation/Plain หมายถึง ทุก Generation ให้ความสำคัญเรื่องนี้หมด แต่ความท้าทายคือแต่ละ Generation มีโจทย์ที่ต่างกัน จึงจำเป็นต้องเข้าใจโจทย์และ Pain Point ที่แตกต่างกันให้ได้
ตัวอย่างแบรนด์ไทยที่ทำเรื่องนี้ได้ครบถ้วนคือ 'Loopers' แพลตฟอร์มขายเสื้อผ้ามือสองเพื่อความยั่งยืน แบรนด์นี้ไม่ได้แค่ขายเสื้อผ้า แต่ผสานมิติสามอย่างนี้เข้าด้วยกัน คือ
Loopers ไม่ได้เน้นทำโปรโมชันระยะสั้น แต่สร้างความรู้สึกมีส่วนร่วม ให้คนเป็นส่วนหนึ่งของมูฟเมนต์ ซึ่งตอบโจทย์เด็กรุ่นใหม่ (Gen Z และ Gen Y) ที่ต้องการแสดงออกถึงตัวตนในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นเรื่องเท่และสร้างแรงบันดาลใจได้จริง

เธอฝากไว้ว่า ถ้าคุณเป็นแบรนด์ ลูกค้าอยากให้คุณเป็น 'Human Optimizer' ไม่ใช่แค่ขายสินค้า ถ้าคุณเป็นหมอ คนไข้อยากให้คุณเป็น 'Architect of Longevity' ไม่ใช่แค่ช่างซ่อมอวัยวะ และถ้าคุณเป็นผู้กำหนดนโยบาย สิ่งที่ประชาชนต้องการคือ Healthcare จริง ๆ ไม่ใช่ Sick-care
เพราะสิ่งที่คนเอเชียกำลังตามหาไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่คือ Connection and Relationship ที่ทำให้ชีวิตมีความหมายนั่นเอง
อ้างอิง: เซสชัน Health & Wellbeing Index 2026 ของ คุณขนิษฐา ตั้งวรพจน์วิธาน ในงาน Techsauce Healthspan Festival 2026
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด