กินอย่างไรให้สุขภาพดีโดยไม่ต้องเลิกอร่อย: สูตร 6-6-1 และ 2-1-1 จาก Techsauce Healthspan Festival 2026

เมื่อคุณภิรมลเปิดประเด็นด้วยการถามผู้ฟังว่าอยากมีอายุถึง 100 ปีไหม ซึ่งหลายคนยังลังเล แต่พอเพิ่มเงื่อนไขว่าเป็นการมีอายุยืนแบบแข็งแรงและมีความสุข มือที่ยกขึ้นก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นี่คือบรรยากาศการเปิดประเด็นจาก Session ชวนคิดในช่วงเช้าของงาน Techsauce Healthspan Festival วันที่ 27 มีนาคม 2026 ในหัวข้อ "ถ้าอาหารคือความสุข เทคนิคการกินสู้เบาหวาน-ความดัน-โรคไต" โดยคุณภิรมล ชูประภาวรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ 4Care Group และดำเนินรายการโดยคุณอรทัย เลิศสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือทางธุรกิจ Techsauce

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสำหรับคนไทย "อาหาร" คือความสุขขั้นพื้นฐาน แต่ความสุขบนจานที่อัดแน่นไปด้วยรส หวาน-มัน-เค็ม มักเป็นภัยเงียบที่พาเราไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (กลุ่มโรค NCDs) บทความนี้ Techsauce ขอสรุป Insight และเทคนิคการปรับพฤติกรรมจาก Food Innovator ที่จะช่วยให้คุณรักษาสมดุลระหว่างความอร่อยไปพร้อมกับการมี Healthspan ที่ยืนยาวที่สามารถทำตามได้จริง

healthy-eating-rules-6-6-1-and-2-1-1

NCDs ‘ภัยเงียบ’ คร่าชีวิตคนไทย 76%

กลุ่มโรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งรวมถึงเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ และโรคไต คือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 76% หรือประมาณ 400,000 คนต่อปี สิ่งที่ทำให้โรคกลุ่มนี้น่ากังวลยิ่งขึ้นคือมักมาทีเดียวหลายโรค คุณภิรมลอธิบายว่าเมื่อเป็นเบาหวาน น้ำตาลในเลือดที่สูงจะส่งผลต่อหลอดเลือดทั่วร่างกาย ซึ่งนำไปสู่ทั้งโรคหัวใจและโรคไตตามมา จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่โรคเหล่านี้มักพบร่วมกันในผู้ป่วยคนเดียว

ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ NCDs ไม่ใช่โรคของผู้สูงอายุอีกต่อไป คุณภิรมลชี้ว่าในอดีตเรามักนึกถึงโรคหัวใจหรือเบาหวานว่าเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ แต่ทุกวันนี้เราเริ่มได้ยินข่าวคนวัย 30 กว่าหัวใจวายเฉียบพลัน และปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนแนวโน้มนี้ไม่ใช่กรรมพันธุ์อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการกิน

คุณภิรมลชี้ให้เห็นภาพว่า เมื่อร่างกายรับน้ำตาลมากเกินไป น้ำตาลเหล่านั้นจะไปเกาะตามผนังหลอดเลือดทั่วร่างกาย ทำให้แผลหายช้าและเกิดโรคแทรกซ้อน นอกจากนี้ยังมี ความเข้าใจผิดยอดฮิต ที่ว่าการงดไขมันคือทางออกที่ดีที่สุด บางคนเลี่ยงไขมันทุกชนิดแต่หันไปทานแป้งในปริมาณมากแทน โดยไม่รู้ว่าเมื่อร่างกายรับแป้งเข้าไป จะถูกเปลี่ยนเป็น "ไตรกลีเซอไรด์" ไปสะสมเป็นไขมันที่พุง ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้หลอดเลือดตีบตันไม่ต่างจากท่อน้ำอุดตัน ที่สำคัญคือ ในหลอดเลือดของเรา เราไม่สามารถใช้น้ำยาทะลวงท่อไปจัดการกับไขมันเหล่านั้นได้เหมือนการล้างซิงก์น้ำที่บ้าน

healthy-eating-rules-6-6-1-and-2-1-1

กินอย่างไรห่างไกลโรคภัย: สูตร 6-6-1 และ 2-1-1

เพื่อให้การดูแลตัวเองทำได้จริงในชีวิตประจำวัน คุณภิรมลแนะนำให้จำกัดโควตาต่อวัน และจัดสัดส่วนต่อจานด้วยสูตรจำง่ายๆ ดังนี้

  • สัดส่วน 6-6-1
    • น้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา: รวมน้ำตาลแฝงในอาหารซึ่งปัจจุบันคนไทยทานเฉลี่ยสูงถึง 25 ช้อนชาต่อวัน
    • น้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชา: ร่างกายยังต้องการไขมันเพื่อละลายวิตามิน A, D, E และ K แต่ควรเน้นไขมันไม่อิ่มตัว และเลี่ยงไขมันทรานส์
    • เกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา: หรือโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม หากติดรสเค็ม ลองเปลี่ยนมาใช้ดอกเกลือที่ให้ความนัวและมีแร่ธาตุ แต่ช่วยลดปริมาณการใช้ลงได้
  • สัดส่วน 2-1-1
    • ผัก 2 ส่วน: คุณภิรมลให้ข้อสังเกตที่เห็นภาพชัดเจนว่า เวลาเราสั่งอาหารจานเดียวอย่างข้าวมันไก่ เรามักจะได้แตงกวาเพียง 2 ชิ้นกับผักชี 1 กลีบ ซึ่งปริมาณผักแค่นี้ไม่พอแน่ๆ เราจึงต้องตั้งใจสั่งผักเพิ่มในมื้ออาหารด้วยเสมอ นอกจากนี้ คุณอรทัยได้เสริมประเด็นที่น่าสนใจว่า ควรเลือกทานผักให้หลากสี เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน เช่น การทานผักสีม่วงเพื่อให้ร่างกายได้รับสารแอนโทไซยานิน เป็นต้น
    • คาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน: เปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่หรือข้าวกล้องเพื่อเพิ่มไฟเบอร์ให้กับร่างกาย
    • โปรตีน 1 ส่วน: เน้นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เลี่ยงของทอดชุบแป้งหนาๆ หรือหมูปิ้งที่ชุ่มไปด้วยซีอิ๊วโซเดียมสูง

ระวังกับดักผลไม้: คุณอรทัยทิ้งท้ายเตือนใจสายสุขภาพว่า บางคนคิดว่าทานผลไม้แล้วไม่อ้วน แต่หากเลือกทุเรียนหรือน้ำผลไม้ที่ปริมาณน้ำตาลสูงปรี๊ด ก็เสี่ยงรับน้ำตาลเกินโควตาได้เช่นกัน

healthy-eating-rules-6-6-1-and-2-1-1

Food Innovation: คืนความสุขให้คนมีข้อจำกัด

ในมุมของนวัตกรรมอาหาร นวัตกรรมที่ดีต้องเริ่มต้นจากการแก้ Pain Point ของผู้คน คุณภิรมลเล่าถึงจุดเริ่มต้นของสินค้าตัวแรกเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ว่ามาจากคนใกล้ตัวที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด Bypass หัวใจ และถูกคุณหมอสั่งห้ามทานเมนูโปรดอย่าง "แกงเผ็ดเป็ดย่าง" เด็ดขาด

"ถ้ากินได้แค่ถั่วกับผัก ความสุขในชีวิตมันก็หายไป"  จากปัญหานี้ 4Care จึงพัฒนานวัตกรรม "น้ำมันรำข้าว" มาใช้แทนกะทิมะพร้าว ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวต่ำกว่ากะทิปกติถึง 3 เท่า ไม่มีคอเลสเตอรอล และมีสารแกมมาออริซานอล ช่วยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจกลับมาทานเมนูแกงได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด

นอกจากนี้ การใช้สารให้ความหวานทดแทนจากธรรมชาติ (น้ำตาลหล่อฮั่งก๊วย, หญ้าหวาน หรือน้ำตาลดอกมะพร้าว) หรือการเติมใยอาหาร พรีไบโอติกส์ อย่างอินนูลินลงในเครื่องดื่ม Plant-based ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ลำไส้ ซึ่งเป็นปราการภูมิคุ้มกันที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย

พฤติกรรมสำคัญกว่ากรรมพันธุ์

หลายคนมักตัดพ้อว่า "ที่บ้านเป็นเบาหวาน เดี๋ยวเราก็ต้องเป็น" คุณภิรมลเน้นย้ำว่ากรรมพันธุ์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่น้ำหนักที่แท้จริงตกอยู่ที่พฤติกรรม โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินในครอบครัว หากที่บ้านทานรสจัดหรือติดหวาน เด็กก็จะคุ้นชินและซึมซับสิ่งเหล่านั้นไปตลอดชีวิต วิทยากรยกตัวอย่างการฝึกให้ลูกวัย 13 ปีทานหวานน้อยมาตั้งแต่เด็ก จนทุกวันนี้สามารถรับรู้และปฏิเสธอาหารที่หวานจัดได้ด้วยตัวเอง

ดังนั้น การดูแลสุขภาพให้ยั่งยืนต้องเริ่มจากการปรับสภาพแวดล้อมในบ้าน และไม่จำเป็นต้องตึงเครียดจนเกินไป ใน 1 สัปดาห์ที่มี 21 มื้อ ขอเพียงมีมื้อที่ Healthy สัก 10-15 มื้อ ส่วนที่เหลือยังสามารถเป็น Cheat Day ให้ตัวเองได้เอ็นจอยกับของอร่อยได้บ้าง

healthy-eating-rules-6-6-1-and-2-1-1

ไม่ต้องเลิกอร่อย แค่เลือกให้เป็น

NCDs เป็นโรคที่ป้องกันได้ และเครื่องมือในการป้องกันก็ไม่ได้ซับซ้อน คุณภิรมลทิ้งท้ายว่าเราสามารถเริ่มต้นได้จากการจำตัวเลขสองชุด คือ 6-6-1 สำหรับควบคุมปริมาณน้ำตาล น้ำมัน และเกลือต่อวัน กับ 2-1-1 สำหรับจัดสัดส่วนผัก คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนในแต่ละจาน โดยไม่จำเป็นต้องคุมทุกมื้อ ขอเพียง 10-15 มื้อจาก 21 มื้อต่อสัปดาห์ที่เลือกอย่างมีสติก็เพียงพอ

และที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ควรเริ่มและจบที่ตัวเราคนเดียว แต่ต้องขยายไปเป็นพฤติกรรมของทั้งครอบครัว เพราะสิ่งที่เราเลือกวางบนโต๊ะอาหารวันนี้ จะกลายเป็นนิสัยของคนรุ่นถัดไป


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

นักวิจัย Northwestern สร้าง 'เซลล์ประสาทเทียม' ส่งสัญญาณคุยกับสมองจริงได้ เปิดทางฟื้นฟูการได้ยิน การมองเห็น การเคลื่อนไหว

คนที่สูญเสียการได้ยิน การมองเห็น หรือการเคลื่อนไหว ปัจจุบันมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ปัญหาใหญ่คือ สัญญาณที่อุปกรณ์ส่งไปยังสมองยังไม่เหมือนของจริง สมองจึงตอบสนองได้ไม...

Responsive image

นักวิจัย MIT สร้าง ‘กล้ามเนื้อเทียม’ จากเส้นใยไฟฟ้า เล็กกว่าไม้จิ้มฟัน ไม่มีมอเตอร์ ไม่มีเสียง หดยืดได้เหมือนกล้ามเนื้อจริง

นักวิจัย MIT และ Politecnico di Bari พัฒนากล้ามเนื้อเทียมแบบเส้นใยที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ไม่ต้องใช้มอเตอร์หรือปั๊มภายนอก ทำงานเงียบสนิท เปิดทางสู่หุ่นยนต์ Exoskeleton และอุปกรณ์เที...

Responsive image

SoundCell สร้างกลองจิ๋วจากกราฟีน เพื่อฟังเสียงแบคทีเรียเคลื่อนไหว! ใช้ AI แยกแยะเชื้อได้แม่น 88% และตรวจเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะได้ในชั่วโมงเดียว

SoundCell สร้างกลองจิ๋วจากกราฟีน ฟังเสียงการเคลื่อนไหวของแบคทีเรียระดับเซลล์เดียว ใช้ AI แยกแยะเชื้อได้แม่น 88% และตรวจเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะได้ในชั่วโมงเดียว เร็วกว่าวิธีปัจจุบันหลา...