คุณอรลา เจริญลาภ Chief Finance Officer บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ บีไอจี (Bangkok Industrial Gas: BIG) บรรยายที่งาน Techsauce Healthspan Festival 2026 ในหัวข้อ 'Sustainability in Healthcare: มาตรฐานความยั่งยืนด้วย Medical Gas' โดยกล่าวถึงภาพรวมตลาดสุขภาพ, โอกาสในตลาด Wellness, มาตรฐานสากล JCI และบริการด้านก๊าซอุตสาหกรรมของบีไอจีในด้าน Medical Gas ที่สามารถช่วยโรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขไทยลดการปล่อยคาร์บอนและเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน
คุณอรลากล่าวถึงภูมิทัศน์โดยรวมว่า โอกาสของตลาด Wellness และไทยในฐานะ Medical Hub มาจาก 3 ประเด็นหลัก คือ
คุณอรลาขยายความว่า ล่าสุดมาตรฐาน JCI พัฒนาถึงเวอร์ชันที่ 8 (JCI Accreditation Standards for Hospitals, 8th Edition.) ที่ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งในมุมของโรงพยาบาลให้โฟกัสที่การจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการเรื่องการปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission) เช่น ลดการปล่อยคาร์บอนในบางกิจกรรมหรือการใช้งานบางอุปกรณ์ลง ลดการใช้พลังงานด้วยโซลูชันจัดการพลังงานอัจฉริยะ ตลอดจนการใช้ตัวชี้วัดติดตามและประเมินผลว่า โรงพยาบาลลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission) ลงได้อย่างเป็นรูปธรรม
คุณอรลาให้ข้อมูลต่อเรื่อง มาตรฐาน JCI (Joint Commission International) หรือ มาตรฐานสากลด้านการบริการทางการแพทย์ ที่สถาบันของสหรัฐอเมริกาจะเข้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นและรับรองการบริการทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นเครื่องการันตีว่า สถานพยาบาลนั้น ๆ ให้บริการได้มาตรฐานระดับนานาชาติ (Global Standard)
คุณอรลาขยายความว่า ล่าสุดมาตรฐาน JCI พัฒนาถึงเวอร์ชันที่ 8 (JCI Accreditation Standards for Hospitals, 8th Edition.) ที่ให้ความสำคัญในเรื่อง สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งในมุมของโรงพยาบาล ให้โฟกัสที่การจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการเรื่องการปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission) เช่น ลดการปล่อยคาร์บอนในบางกิจกรรมหรือการใช้งานบางอุปกรณ์ลง, ลดการใช้พลังงานด้วยโซลูชันจัดการพลังงานอัจฉริยะ ตลอดจนการใช้ตัวชี้วัดติดตามและประเมินผลว่า โรงพยาบาลลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission) ลงได้อย่างเป็นรูปธรรม
คุณอรลากล่าวถึงภาพรวมในตลาด Wellness และความสำคัญของมาตรฐาน JCI แล้วจึงฉายภาพของ บีไอจี ในฐานะธุรกิจบริการก๊าซทางการแพทย์ ที่สามารถสนับสนุนโรงพยาบาลไทยเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ทั้งยังมุ่งสู่มาตรฐาน JCI โดยใช้ประโยชน์จากโซลูชันหรือแพลตฟอร์มของบริษัทได้ อาทิ
เนื่องจากระบบปรับอากาศและเครื่องอัดอากาศ (Air Compressor) เป็นอุปกรณ์ที่กินไฟในโรงพยาบาลสูงสุดถึงราว 60% บีไอจีจึงพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยวิเคราะห์และลดการใช้พลังงานที่ใช้ในระบบนี้ได้ ซึ่งถ้าใช้ช่วยโรงพยาบาลขนาดกลางและใหญ่ลดการใช้พลังงานลงได้ 10-30% จะช่วยประหยัดเงินได้หลักหลายล้านบาทต่อปี
หลังจากร่วมทุนกับ ปตท. บีไอจีได้ใช้กระบวนการผลิตก๊าซออกซิเจนคาร์บอนต่ำที่ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้นและปล่อยคาร์บอนน้อยลง (Low‑Carbon Medical Gas Solution) ส่งผลให้บีไอจีมีผลิตภัณฑ์หรือโซลูชันด้านการผลิตก๊าซที่เป็น 'ออกซิเจนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Oxygen) ออกสู่ตลาด ข้อดีคือ หากโรงพยาบาลขนาดเล็กเปลี่ยนมาใช้ออกซิเจนชนิดนี้ จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ราวปีละ 2.4 ตัน ส่วนโรงพยาบาลขนาดใหญ่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ปีละเกือบ 40 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ถึง 850 ต้น

วันนี้ ‘ออกซิเจนคาร์บอนต่ำ’ ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบของการรักษา แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่สะท้อนคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของทั้งระบบสาธารณสุข ผ่านมาตรฐานระดับสากลอย่าง JCI เราเชื่อว่าการพัฒนาออกซิเจนคาร์บอนต่ำที่มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คือก้าวสำคัญในการดูแลชีวิตวันนี้ โดยไม่สร้างภาระให้โลกในวันข้างหน้า
คุณอรลาเผยด้วยว่า มีทั้งโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลของรัฐเริ่มใช้ออกซิเจนคาร์บอนต่ำกับบีไอจี และกำลังขยายบริการไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ
ออกซิเจนคาร์บอนต่ำยังสามารถนำมาใช้กับเครื่อง Hyperbaric Oxygen Therapy หรือ การรักษาด้วยออกซิเจนที่ให้ผู้ป่วยหายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ในอุโมงค์ความดันสูง (Chamber) ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือดให้แก่ผู้ใช้บริการได้ จึงเป็นอีกแนวทางตอบสนองการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างตรงจุด และยังสอดคล้องกับการเติบโตของตลาด Wellness
คุณอรลาฝากในช่วงท้ายว่า บีไอจีพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการสาธารณสุขไทยสู่ความยั่งยืน (Sustainable Healthcare) และช่วยยกระดับโรงพยาบาลต่างๆ ให้เข้าใกล้มาตรฐานความยั่งยืนมากที่สุด นอกจากนี้อาจดึงดูดชาวต่างชาติให้เลือกประเทศไทยเป็นเป้าหมายปลายทางในการเข้ามารักษาตัวได้มากยิ่งขึ้น
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด