นักวิทย์ฯ พัฒนา "ยาต้นแบบ IC7Fc" เอาอยู่ทั้งโรคหัวใจและเบาหวาน ช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ 84%

พัฒนา "ยาต้นแบบ IC7Fc" เอาอยู่ทั้งโรคหัวใจและเบาหวาน

นักวิจัยจากออสเตรเลียและเนเธอร์แลนด์ กำลังพัฒนายาต้นแบบที่อาจช่วยรักษา โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และ โรคหัวใจ ไปพร้อมกันได้ ยานี้เน้นลดคอเลสเตอรอลและลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นสองสาเหตุหลักของโรคเหล่านี้

ปัจจุบันคนทั่วโลกป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายในปี 2050 จะมีผู้ป่วยมากถึง 1.31 พันล้านคน ขณะเดียวกันโรคหัวใจก็ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก และมักมาคู่กับโรคเบาหวานเสมอ

‘IC7Fc’ ยาต้นแบบที่อาจเปลี่ยนแนวทางรักษาโรคเรื้อรัง

งานวิจัยนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Monash University ในออสเตรเลีย และ Leiden University Medical Center (LUMC) ในเนเธอร์แลนด์ พวกเขาทดลองยาใหม่ชื่อ IC7Fc ในหนูที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้มีระบบไขมันคล้ายคน ผลการทดลองชี้ว่า IC7Fc ไม่เพียงช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดและน้ำหนัก แต่ยังช่วยลดการอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจได้

ศาสตราจารย์ Mark Febbraio หัวหน้าทีมวิจัยจาก Monash University กล่าวว่า “ตอนแรกพัฒนา IC7Fc เพื่อช่วยรักษาเบาหวาน แต่ตอนนี้กลับพบว่าสามารถช่วยลดไขมันที่อุดตันในเลือดได้ด้วย”

IC7Fc เป็นโปรตีนที่สร้างขึ้นในห้องแล็บ โดยเลียนแบบสารในร่างกายชื่อ IL-6 (อินเตอร์ลิวคิน-6) ซึ่งปกติ IL-6 จะช่วยเรื่องการเผาผลาญและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ แต่ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้เช่นกัน

 IC7Fc จึงถูกออกแบบให้เก็บเฉพาะข้อดีของ IL-6 ที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานและซ่อมแซมเซลล์ ขณะเดียวกันก็จะไม่ทำให้เกิดการอักเสบที่เป็นอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือด 

ลดคอเลสเตอรอลได้แรงกว่ายาแบบเดิม

นักวิจัยได้ให้หนูทดลองกินอาหารไขมันสูงเป็นเวลา 7 สัปดาห์ จากนั้นแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม

  • กลุ่มที่ได้ยา IC7Fc
  • กลุ่มที่ได้ยาลดไขมัน (สแตติน)
  • กลุ่มที่ได้ทั้งสองอย่าง 
  • กลุ่มที่ไม่ได้ยา

ผลลัพทธ์ที่ออกมาค่อนข้างน่าทึ่ง หนูที่ได้รับ IC7Fc มีไขมันในเลือดลดลงมากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาสแตติน เพราะตับผลิตไขมันน้อยลง และไขมันบางส่วนถูกใช้สร้างกรดน้ำดีมากขึ้นเพื่อช่วยย่อยไขมัน และเมื่อดูที่หลอดเลือด พบว่าไขมันในหลอดเลือดของหนูกลุ่มนี้ลดลงถึง 84% และไขมันที่เหลือก็แข็งแรงกว่าเดิม ทำให้ความเสี่ยงหัวใจวายลดลง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยา 

ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและระบบเผาผลาญดีขึ้น

นอกจากลดไขมันในเลือดแล้ว IC7Fc ยังช่วยให้ระดับอินซูลินในเลือดลดลง ซึ่งบ่งบอกว่าร่างกายอาจตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น หรือระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้นนั่นเอง แม้ผลลัพธ์จะออกมาดูดี แต่นักวิจัยย้ำว่าตอนนี้ยังเป็นเพียง การทดลองในหนู ระยะสั้นเท่านั้นยังต้องรอการทดสอบในคน เพื่อดูผลระยะยาวและความปลอดภัยของยาก่อน

อย่างไรก็ตามผลการศึกษาก่อนหน้านี้ก็เคยพบว่า IC7Fc ช่วยลดความอยากอาหารและไขมันในร่างกายของหนูอ้วนได้ และเมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกัน นักวิจัยจึงมองว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีมากว่ายาตัวนี้อาจให้ประโยชน์แบบ 'สองต่อ' คือช่วยลดความอ้วนและในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเสี่ยงผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจ

ศาสตราจารย์ Mark Febbraio ทิ้งท้ายว่า IC7Fc อาจเป็นยาที่ให้ประโยชน์สองต่อ ทั้งการลดความอ้วนและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการรักษาโรคเรื้อรังในอนาคต

อ้างอิง: newatlas

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก OpenEvidence AI หาข้อมูลการแพทย์อันดับ 1 จากอเมริกา

OpenEvidence สตาร์ทอัพ Medical AI มูลค่าพุ่ง 1.2 หมื่นล้านเหรียญ แพทย์สหรัฐฯ กว่า 45% เลือกใช้ Daniel Nadler ผู้ก่อตั้งเผยแผนสร้าง AI Orchestra ยกระดับการรักษา...

Responsive image

ระบบสาธารณสุขกำลังล้าหลัง? เมื่อเทคโนโลยีพร้อมแต่ระบบไม่พร้อม ผู้เชี่ยวชาญชี้ทางรอดเดียวคือต้องกล้า ‘รื้อระบบ’

เวที Healthcare Needs New Ideas จากงาน World Economic Forum 2026 สะท้อนภาพชัดว่าปัญหาของระบบสาธารณสุขทั่วโลกในวันนี้ไม่ใช่การขาดนวัตกรรม แต่เป็นเรื่องที่นวัตกรรมจำนวนมากยังไม่สามาร...

Responsive image

Proxima กับภารกิจรักษาโรคที่เคยเป็นไปไม่ได้ พัฒนายายุคใหม่ จัดการความสัมพันธ์ของโปรตีน เปิดทางรักษามะเร็ง โรคภูมิคุ้มกัน และโรคเสื่อมตามวัย

Proxima สตาร์ทอัพ AI biotech จากสหรัฐฯ เดินหน้าปฏิวัติการค้นพบยา ด้วยแนวคิด Proximity-based medicines ที่จัดการความสัมพันธ์ของโปรตีน เปิดทางรักษาโรคที่เคยถูกจัดว่ารักษาไม่ได้ตั้งแต...