MIT สร้าง AI ทำนาย ‘อัลไซเมอร์’ รู้ความเสี่ยงโรคล่วงหน้า 10 ปี พร้อมเปิด Open Source ให้ใช้งานฟรี

MIT สร้าง AI ทำนาย ‘อัลไซเมอร์’ รู้ความเสี่ยงโรคล่วงหน้า 10 ปี

นักวิจัยจาก MIT เปิดตัว FINGERS-7B โมเดล AI ตัวแรกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเน้นการป้องกันโรคอัลไซเมอร์โดยเฉพาะ ความน่าสนใจของ AI ตัวนี้คือมันสามารถวิเคราะห์และทำนายความเสี่ยงของโรคได้ล่วงหน้าถึง 10 ปีก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการให้เห็น ทำให้การรับมือและป้องกันโรคนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ กลายเป็นเรื่องที่ทำได้จริง

รวมข้อมูลสุขภาพรอบด้าน จับสัญญาณโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก 

ปกติแล้วเวลาวิเคราะห์ความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ เครื่องมือทั่วไปมักจะดูข้อมูลแค่ทีละส่วน เช่น ดูเฉพาะพันธุกรรมอย่างเดียว แต่ FINGERS-7B ใช้วิธีดึงข้อมูลหลายๆ มิติมาประมวลผลพร้อมกัน ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต ข้อมูลทางคลินิก พันธุกรรม และโปรตีนในร่างกาย ทำให้ AI มองเห็นสัญญาณเตือนของโรคที่เครื่องมืออื่นมักจะมองข้ามไป

จากการทดสอบพบว่า AI ตัวนี้สามารถวินิจฉัยโรคในระยะก่อนมีอาการได้แม่นยำกว่าเครื่องมือเดิมถึง 4 เท่า และคาดการณ์ได้ดีขึ้น 130% ว่าผู้ป่วยคนไหนจะตอบสนองต่อการรักษาแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นการปรับวิถีชีวิต อาหารการกิน หรือการใช้ยา นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายบุคคลได้เลยว่า แต่ละคนมีความเสี่ยงระดับไหน สมองจะเริ่มเสื่อมในช่วงเวลาไหน และควรดูแลตัวเองด้วยวิธีไหนถึงจะเห็นผลดีที่สุด

Adrian Noriega หนึ่งในทีมนักวิจัย อธิบายว่าร่างกายของเราทุกคนมีรอยนิ้วทางชีววิทยาที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งซ่อนสัญญาณความเสี่ยงของโรคเอาไว้ หน้าที่ของ AI ตัวนี้คือการเข้ามาช่วยตีความสัญญาณเหล่านั้น โดยมันถูกฝึกด้วยข้อมูลจากกลุ่มเสี่ยงหลายหมื่นคน เพื่อหาตัวชี้วัดใหม่ๆ ที่นำไปสู่การป้องกันและรักษาอัลไซเมอร์

นอกจากความสามารถของ AI สิ่งที่น่าสนใจคือทีมวิจัยเลือกเปิดระบบนี้เป็น Open Source ให้นักวิจัยและแพทย์จากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกสามารถเข้ามาใช้งานผ่านคลาวด์ที่ปลอดภัยได้ฟรี ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถนำ AI ไปใช้กับข้อมูลของตัวเองและช่วยกันพัฒนาความแม่นยำได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการละเมิดข้อมูลความลับของผู้ป่วย Arvid Gollwitzer นักวิชาการวิจัยจาก Broad Institute ผู้ร่วมพัฒนาย้ำแนวคิดนี้ว่า ระบบพื้นฐานสำหรับป้องกันอัลไซเมอร์ควรเป็นระบบเปิดและควรทำตั้งแต่ตอนนี้

สรุป 

การมาถึงของ FINGERS-7B ช่วยเปลี่ยนภาพจำของโรคอัลไซเมอร์ จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นอาการสมองเสื่อมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้กลายเป็นโรคที่สามารถประเมินความเสี่ยง จัดการ และหาทางรับมือได้ตั้งแต่ก่อนที่อาการแรกจะเริ่มออก ถือเป็นการดึงศักยภาพของ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพที่ซับซ้อน เพื่อวางแผนดูแลร่างกายของแต่ละคนได้อย่างแม่นยำและตรงจุดที่สุด

อ้างอิง: neurosciencenews

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ย่นเวลาวินิจฉัยโรคหายากจาก 5 ปี เหลือ 5 วัน เมื่อเทคโนโลยีถอดรหัสจีโนมพร้อมแล้ว โจทย์ต่อไปคือระบบที่เชื่อมทุกคนเข้าด้วยกัน

เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมย่นเวลาวินิจฉัยโรคหายากจากหลายปีเหลือไม่กี่วันได้แล้ว สรุปเวทีเสวนาโรคหายากใน Techsauce Global Summit 2026 จากจุฬาฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และแอสตร้าเซนเนก...

Responsive image

สรุป 15 Key Takeaways จากรมว.สาธารณสุข กับทิศทาง Healthspan และอนาคตการดูแลสุขภาพ

สรุปสปีชจากคุณพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บนเวที Techsauce Global Summit 2026...

Responsive image

จีนทำสำเร็จครั้งแรกของโลก ฉีดเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจเพาะจาก iPSC ผู้ป่วย 9 ใน 10 อาการดีขึ้นที่ 12 เดือน เดินได้ไกลขึ้นเกือบเท่าตัว ไม่พบเนื้องอก

ทีมแพทย์จีนเผยผลทดลอง HEAL-CHF ในวารสาร Nature Medicine ฉีดเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจจาก iPSC เข้าหัวใจผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวขั้นรุนแรง ผู้ป่วย 9 ใน 10 อาการดีขึ้นที่ 12 เดือน เดินได้ไกลขึ้...