นักวิจัย MIT กำลังพัฒนาเทคโนโลยี 'ตรวจโรคปอด' แค่หายใจเข้า-ออก รู้ผลใน10 นาที

นักวิจัยจาก MIT พัฒนาเครื่องมือตรวจโรคปอดรูปแบบใหม่ ที่อาจช่วยการวินิจฉัยโรคปอดบวมหรือโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ใช้เวลาเพียงประมาณ 10 นาที แค่ ‘หายใจเข้าและออก’ ก็รู้ผลได้

แค่หายใจก็รู้ว่าเป็นโรคหรือไม่

แนวคิดของวิธีนี้เริ่มจากให้ผู้ป่วยสูดอนุภาคขนาดเล็กมากเข้าไปในปอด คล้ายกับการพ่นยาของผู้ป่วยหอบหืด อนุภาคนี้มีสิ่งที่เรียกว่า ‘ตัวส่งสัญญาณโรค’ ติดอยู่ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนตัวแจ้งเตือน

ถ้าร่างกายปกติ อนุภาคจะไม่เปลี่ยนแปลง และค่อย ๆ ถูกขับออกไป แต่ถ้ามีโรค เช่น ปอดบวม เอนไซม์จำเพาะที่ชื่อว่าโปรตีเอสจะเข้าไปตัดส่วนนี้ออก โดยมันถูกออกแบบมาให้หลุดออกเมื่อเจอเอนไซม์ที่เป็นกุญแจเฉพาะของโรคนั้น ๆ เท่านั้น

ส่วนที่หลุดออกมาจะปนออกมาพร้อมกับลมหายใจของผู้ป่วย และนี่คือสิ่งที่เครื่องตรวจจะใช้จับสัญญาณ

เซ็นเซอร์ขนาดเล็ก แต่ตรวจได้แม่นยำ

หัวใจของเทคโนโลยีนี้คือเครื่องตรวจที่ชื่อว่า ‘PlasmoSniff’ เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กระดับพกพาได้ แต่สามารถตรวจจับสารในลมหายใจที่มีปริมาณน้อยมาก ๆ ได้ถึงระดับ 10 ส่วนในพันล้านส่วน

ซึ่งความยากของการตรวจลมหายใจ มักจะมีสารปะปนจำนวนมาก ทำให้หาสารที่เกี่ยวกับโรคได้ยาก นักวิจัยจึงออกแบบให้เซ็นเซอร์สามารถ ‘ดักจับ’ สารเป้าหมาย และ ‘ขยายสัญญาณ’ ให้ชัดขึ้น ตัวเซ็นเซอร์ทำจากฟิล์มทองคำบางมากและทำงานร่วมกับอนุภาคทองคำระดับนาโนที่เคลือบด้วยซิลิกา โดยเว้นช่องว่าง 5 นาโนเมตร เพื่อช่วยขยายสัญญาณของสารให้ตรวจจับได้ง่ายขึ้น

เทคโนโลยีนี้ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Raman spectroscopy คือ ใช้แสงในการอ่านลักษณะเฉพาะของสารแต่ละชนิด เหมือนการดู ‘ลายนิ้วมือ’ ว่าเป็นของใคร วิธีนี้ช่วยให้สามารถระบุชนิดของสารได้แม่นยำ แม้จะมีปริมาณน้อยมาก

จากเครื่องใหญ่ราคาแพง สู่เครื่องระดับพกพา

ที่ผ่านมาการตรวจสารระดับเล็กแบบนี้ต้องใช้เครื่องมือขนาดใหญ่ เช่น Mass Spectrometry ซึ่งมีราคาแพงและใช้งานเฉพาะในห้องแล็บ แต่เทคโนโลยีใหม่นี้ทำให้การตรวจเร็วขึ้น เหลือเพียงไม่กี่นาที และมีโอกาสพัฒนาเป็นเครื่องพกพาได้

ในอนาคตนักวิจัยตั้งเป้าให้สามารถใช้งานได้ทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้าน

ขั้นตอนที่คาดว่าจะเป็นในอนาคตอาจเป็นแบบนี้สูดอนุภาค → หายใจใส่หน้ากากประมาณ 5 นาที → ระบบตรวจจับ → รู้ผลภายในไม่กี่นาที นอกจากโรคปอดบวมเทคโนโลยีนี้ยังมีโอกาสใช้ตรวจโรคอื่น ๆ ได้เช่นกัน รวมถึงการนำไปใช้ตรวจสารเคมีในอุตสาหกรรมหรือมลพิษในอากาศได้ด้วย

อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในขั้นการทดลองในห้องแล็บและยังไม่ได้ทดสอบในผู้ป่วยจริง

สรุป

จากเดิมที่ต้องใช้เวลาและเครื่องมือเฉพาะทาง เทคโนโลยีนี้กำลังทำให้การตรวจโรค ‘ง่ายขึ้นมาก’ เหลือเพียง สูดเข้า → หายใจออก → รู้ผล ในอนาคตหากพัฒนาได้สำเร็จ การตรวจโรคอาจกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ทำได้เหมือนการหายใจในชีวิตประจำวัน

อ้างอิง: phys

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SPEAR-H Accelerator เบื้องหลังโครงการที่ช่วย Health Tech ไทย พาของดี ไปสู่ของที่ระบบใช้จริง

ระยะห่างระหว่าง 'ผ่านการทดสอบในแล็บ' กับ 'ใช้งานได้จริงในโรงพยาบาล' คือช่วงที่นวัตกรรมไทยจำนวนมากสะดุดและไปต่อไม่ได้ ในธุรกิจ Health Tech ระยะห่างนี้ยาวกว่าที่หลายคนคิด...

Responsive image

AI ออกแบบสัญญาณกระตุ้นสมองให้ ‘ดวงตาเทียม’ แม่นขึ้น เรียนรู้สมองคนว่าตอบสนองยังไง แล้วค้นหาสัญญาณที่จะได้ผลตามเป้า

ทีมวิจัย UCSB, ETH Zurich และ Miguel Hernández ใช้ Deep Learning ออกแบบสัญญาณกระตุ้นสมองให้อุปกรณ์ดวงตาไบโอนิก ผลทดสอบในผู้เข้าร่วมวัย 27 ปีพบว่าแม่นยำกว่าวิธีมาตรฐานและใช้กระแสไฟน...

Responsive image

Fitbit ซิงก์เข้า Apple Health ได้แล้ว ก้าว การนอน สัญญาณชีพ ไหลเข้าครบ

Google Health 5.05 เพิ่มการซิงก์ข้อมูลสองทางกับ Apple Health ทำให้ข้อมูล Fitbit ทั้งการออกกำลังกาย การนอน สัญญาณชีพ และจำนวนก้าว ส่งเข้า Apple Health ได้โดยตรง ปิดฉากยุคต้องพึ่งแอป...