นักวิทย์พัฒนา RMA เทคโนโลยีอ่านสมองผ่านการ ‘เจาะเลือด’ ก้าวใหม่รักษาโรคสมอง

นักวิทย์พัฒนา RMA เทคโนโลยีอ่านสมองผ่านการ ‘เจาะเลือด’ ก้าวใหม่รักษาโรคสมอง

การจะรู้ว่าสมองกำลังทำงานอย่างไรไม่ใช่เรื่องง่าย ปกติต้องใช้เครื่องสแกนราคาแพงหรือบางครั้งต้องผ่าตัดเพื่อเก็บข้อมูล ทั้งซับซ้อน มีความเสี่ยงและได้ข้อมูลแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แต่งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Neuron กำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องนี้ เพราะนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถติดตามการทำงานของสมองได้จาก 'การตรวจเลือด' แบบไม่ต้องผ่าตัด

RMA คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ

เทคโนโลยีนี้เรียกว่า Released Markers of Activity หรือ RMA

นักวิจัยได้ออกแบบโปรตีนพิเศษให้ทำหน้าที่เหมือน 'ตัวส่งสัญญาณ' จากสมอง ซึ่งโปรตีนเหล่านี้สามารถข้ามแนวกั้นเลือดสมอง (ซึ่งปกติป้องกันไม่ให้สารต่าง ๆ ผ่านเข้าออกง่าย ๆ) แล้วออกมาอยู่ในกระแสเลือดได้

เมื่อโปรตีนนี้ไปอยู่ในเลือด นักวิจัยก็สามารถตรวจจับมันได้จากการเจาะเลือดธรรมดาและอ่านข้อมูลย้อนกลับได้ว่าภายในสมองมียีนตัวไหนกำลังทำงานอยู่ หรือเซลล์ประสาทบริเวณไหนกำลังเคลื่อนไหวผิดปกติ พูดง่าย ๆ คือสมอง 'ส่งข้อความ' ออกมาในเลือดและเราก็อ่านมันได้

จากหนูทดลองสู่ลิง ก้าวสำคัญก่อนถึงมนุษย์

เทคโนโลยีนี้ถูกทดสอบในหนูมาก่อนแล้ว แต่คำถามสำคัญคือมันจะใช้ได้ในสัตว์ที่ใกล้เคียงมนุษย์กว่านี้หรือไม่

ทีมวิจัยจาก Rice University ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จาก Emory University ทดลองใช้ RMA กับลิงและพบว่าได้ผลดีเช่นเดียวกับในหนู นี่เป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะงานวิจัยจำนวนมากไปไม่ถึงจุดทดลองในสัตว์ขนาดใหญ่ การที่ RMA ใช้งานข้ามสายพันธุ์ได้ แปลว่าโอกาสพัฒนาไปสู่มนุษย์มีความเป็นไปได้มากขึ้น

ทำไมวิธีนี้ถึงต่างจากการสแกนสมองทั่วไป

การสแกนสมองแบบเดิมให้ข้อมูลเหมือน 'ภาพถ่าย' ที่จับช่วงเวลาหนึ่งไว้เท่านั้น แต่ RMA ทำให้เราติดตามสมองของคนเดิมได้ต่อเนื่อง เปรียบเหมือนการดู “หนังทั้งเรื่อง” มากกว่าดูแค่ภาพนิ่งภาพเดียว

สิ่งนี้สำคัญมากเพราะโรคทางสมองหลายชนิดไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา เช่น ภาวะเสพติด หรือโรคทางพันธุกรรมอย่าง Huntington’s disease ที่ค่อย ๆ ทำลายระบบประสาท เมื่อสามารถติดตามระยะยาวได้ เราจะเห็นชัดขึ้นว่ายีนตัวไหนเริ่มผิดปกติเมื่อไร และการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เหล่านั้นค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นโรคได้อย่างไร

แม่นยำแค่ไหน

นักวิจัยอธิบายว่า เทคโนโลยีนี้ละเอียดมาก สามารถจับการทำงานของเซลล์ประสาทได้ในระดับแค่หลักสิบถึงหลักร้อยเซลล์ ซึ่งถือว่าแม่นยำกว่าวิธีที่มีอยู่ในปัจจุบันมาก ที่สำคัญในอนาคตยังสามารถออกแบบให้ตรวจได้หลายยีน จากหลายส่วนของสมอง พร้อมกันจากเลือดเพียงตัวอย่างเดียว ทำให้ได้ข้อมูลครบขึ้น โดยไม่ต้องทำการตรวจซ้ำหลายครั้ง

ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าจับตา

ที่ผ่านมาการศึกษาสมองมักติดข้อจำกัดเรื่องต้นทุน ความซับซ้อนและความเสี่ยง หากการตรวจเลือดธรรมดาสามารถบอกได้ว่าสมองกำลังเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ นั่นจะเปลี่ยนทั้งวงการวิจัย และอาจเปลี่ยนวิธีรักษาโรคสมองในอนาคต เพราะเราจะไม่ต้องรอให้โรครุนแรงก่อนถึงจะเห็นความผิดปกติ แต่อาจตรวจพบการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและติดตามผลการรักษาได้แบบต่อเนื่องในแต่ละคน

ในภาพรวม RMA ไม่ใช่แค่เครื่องมือใหม่ แต่คือแนวคิดใหม่ในการ 'ฟังเสียงสมอง' ผ่านเลือด และอาจเป็นก้าวสำคัญของการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคตที่การรักษาจะอิงกับข้อมูลของสมองแต่ละคนแบบละเอียดมากกว่าที่เคยเป็นมา

อ้างอิง: neurosciencenews

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

MIT ใช้ AI พัฒนาสูตรวัคซีน mRNA ให้ทนร้อนได้สำเร็จ เก็บที่อุณหภูมิห้องได้นาน 1 ปี ทดลองแล้วยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เหมือนเดิม

MIT ใช้ AI ปรับสูตรอนุภาคนาโนไขมันที่ห่อหุ้มวัคซีน mRNA ให้ทนร้อน เก็บที่อุณหภูมิห้องได้ 1 ปี หรือที่ 37 องศาได้ 2 เดือน ยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูได้เท่าสูตรต้นแบบ และย่นเวลาพัฒนา...

Responsive image

นักวิจัยไอร์แลนด์สร้าง 'DNA Computer' เครื่องแรกที่ไม่ต้องป้อนไฟตลอดเวลา ประมวลผลเร็วที่สุดในบรรดาคอมพิวเตอร์ DNA

ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์และระบบประมวลผลกินไฟเยอะมาก มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2050 ไฟฟ้าถึง 20% ของภาคธุรกิจในสหรัฐฯ จะหมดไปกับการประมวลผลข้อมูล ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์เพียงอย่างเดียวก็จะต้อง...

Responsive image

เจาะลึก Spear-H เร่งอนาคต HealthTech ไทย

ทำความรู้จัก 12 HealthTech สตาร์ทอัพมาแรงจากโครงการ SPEAR H (โดย NIA x มหาวิทยาลัยมหิดล) ที่พร้อมเข้ามาแก้ Pain Point วงการแพทย์และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น...