'สติกเกอร์อัจฉริยะ' เปลี่ยนแก้วน้ำเป็นเครื่องตรวจสุขภาพ แค่แปะแล้วดื่ม ก็รู้ผลวิตามินทันที

'สติกเกอร์อัจฉริยะ' เปลี่ยนแก้วน้ำเป็นเครื่องตรวจสุขภาพ

สำหรับใครที่กลัวการเจาะเลือด หรือกังวลกับค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล ข่าวดีมาถึงแล้ว! 

เมื่อทีมนักวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แซนดีเอโก (UC San Diego) ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ที่อาจเปลี่ยนโลกของการดูแลสุขภาพ นั่นคือ "Smart Sticker" หรือสติกเกอร์อัจฉริยะที่สามารถเปลี่ยนแก้วน้ำธรรมดาให้กลายเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดระดับวิตามินซีในร่างกายได้ โดยไม่ต้องเจ็บตัวแม้แต่นิดเดียว

จากอุปกรณ์สวมใส่ สู่ยุคของ "Unawareables"

ที่ผ่านมา เราอาจคุ้นเคยกับเซนเซอร์วัดค่าสุขภาพต่าง ๆ ที่ต้องแปะติดกับผิวหนัง ซึ่งอาจทำให้รู้สึกรำคาญหรือลืมใส่ได้ แต่นักวิจัยทีมนี้ได้นิยามรูปแบบใหม่ขึ้นมาเรียกว่า Smart Cup

แนวคิดนี้คือการสร้างอุปกรณ์แบบ "Unawareables" หรืออุปกรณ์ที่กลมกลืนไปกับชีวิตประจำวันจนเราไม่รู้ตัวว่ากำลังใช้งานอยู่ โดยแทนที่จะแปะสติกเกอร์ลงบนผิวหนัง เรากลับแปะมันลงบนแก้วน้ำแทน

คนส่วนใหญ่ตรวจสุขภาพแค่ปีละครั้ง แต่ร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป้าหมายของเราคือการทำให้การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและทำได้บ่อยเท่ากับการหยิบกาแฟดื่มตอนเช้า — Patrick Mercier ศาสตราจารย์และหนึ่งในทีมผู้พัฒนา กล่าว

ทำงานอย่างไร ?

หลักการทำงานของสติกเกอร์นี้อาศัย "เหงื่อจากปลายนิ้ว" ซึ่งเป็นบริเวณที่มีต่อมเหงื่อหนาแน่นกว่าส่วนอื่นของร่างกายหลายร้อยเท่า

หลักการทำงานเริ่มเพียงแค่สัมผัสแก้ว เหงื่อจากนิ้วมือจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าด้วย Biofuel Cell พลังงานที่ได้จะไปเลี้ยงแผงวงจรขนาดจิ๋วและเซนเซอร์วัดวิตามินซีบนสติ๊กเกอร์ จากนั้นจะส่งข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth ไปประมวลผลและแสดงค่าบนคอมพิวเตอร์ได้แบบเรียลไทม์

ทำไมต้องโฟกัสที่วิตามินซี ?

การขาดวิตามินซีส่งผลเสียหลายอย่าง เช่น โรคโลหิตจาง เลือดออกตามไรฟัน หรือแผลหายช้า ปกติแล้วการวัดระดับวิตามินซีต้องใช้การเจาะเลือดและส่งแล็บซึ่งมีราคาสูง อีกทั้งระดับวิตามินซีในร่างกายยังผันผวนตลอดเวลา ทำให้การตรวจปีละครั้งไม่เพียงพอ

จากการทดสอบสติกเกอร์นี้สามารถวัดระดับวิตามินซีที่เพิ่มขึ้นของผู้เข้าร่วมทดสอบหลังจากดื่มน้ำส้มได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เวลาเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ผลเพียงไม่กี่นาที

จุดเด่น ราคาถูกและเข้าถึงง่าย

สติกเกอร์นี้ทำงานได้โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ แต่อาศัยพลังงานจากเหงื่อที่สามารถขับเคลื่อนระบบได้นานกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เหลือเพียงไม่กี่เซนต์ (หลักบาท) ต่อชิ้น จึงกลายเป็นอุปกรณ์แบบใช้แล้วทิ้งที่ใช้งานง่าย ราคาถูก และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการกระจายโอกาสในการดูแลสุขภาพเข้าสู่พื้นที่ห่างไกล

นอกจากนี้ทีมนักวิจัยไม่ได้หยุดแค่วิตามินซี พวกเขากำลังพัฒนาให้สติกเกอร์นี้สามารถวัดสารอาหารและข้อมูลทางชีวภาพอื่นๆ ได้มากขึ้น รวมถึงพัฒนาให้ส่งข้อมูลเข้าสมาร์ทโฟนได้โดยตรง เพื่อให้การดูแลสุขภาพแบบเรียลไทม์เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้

อ้างอิง: newatlas

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SPEAR-H Accelerator เบื้องหลังโครงการที่ช่วย Health Tech ไทย พาของดี ไปสู่ของที่ระบบใช้จริง

ระยะห่างระหว่าง 'ผ่านการทดสอบในแล็บ' กับ 'ใช้งานได้จริงในโรงพยาบาล' คือช่วงที่นวัตกรรมไทยจำนวนมากสะดุดและไปต่อไม่ได้ ในธุรกิจ Health Tech ระยะห่างนี้ยาวกว่าที่หลายคนคิด...

Responsive image

AI ออกแบบสัญญาณกระตุ้นสมองให้ ‘ดวงตาเทียม’ แม่นขึ้น เรียนรู้สมองคนว่าตอบสนองยังไง แล้วค้นหาสัญญาณที่จะได้ผลตามเป้า

ทีมวิจัย UCSB, ETH Zurich และ Miguel Hernández ใช้ Deep Learning ออกแบบสัญญาณกระตุ้นสมองให้อุปกรณ์ดวงตาไบโอนิก ผลทดสอบในผู้เข้าร่วมวัย 27 ปีพบว่าแม่นยำกว่าวิธีมาตรฐานและใช้กระแสไฟน...

Responsive image

Fitbit ซิงก์เข้า Apple Health ได้แล้ว ก้าว การนอน สัญญาณชีพ ไหลเข้าครบ

Google Health 5.05 เพิ่มการซิงก์ข้อมูลสองทางกับ Apple Health ทำให้ข้อมูล Fitbit ทั้งการออกกำลังกาย การนอน สัญญาณชีพ และจำนวนก้าว ส่งเข้า Apple Health ได้โดยตรง ปิดฉากยุคต้องพึ่งแอป...