'Healing is the New Luxury' เมื่อ ททท. ดันไทยสู่ Global Wellness Destination

คุณจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดวิสัยทัศน์การวางตำแหน่งประเทศไทยสู่ "จุดหมายปลายทางแห่งการเยียวยาระดับโลก" บนเวที Techsauce Healthspan Festival 2026

เศรษฐกิจเชิงสุขภาวะมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ และโอกาสของไทย

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่ใช่เทรนด์ใหม่สำหรับประเทศไทย แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่ ททท. ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ด้วยเหตุผลที่ชัดเจน นี่คือตลาดคุณภาพที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง และเป็นหัวใจของการขยับทิศทางจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว มาสู่การเน้นมูลค่า

ตัวเลขจากสถาบันสุขภาวะโลก (Global Wellness Institute) ยืนยันภาพนี้อย่างชัดเจน ในปี 2024 เศรษฐกิจเชิงสุขภาวะทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 200 กว่าล้านล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 7% ต่อปีในช่วงปี 2024-2029 ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพจะคว้าส่วนแบ่งได้อย่างเต็มที่

จาก "นักท่องเที่ยว" สู่ "นักเดินทางที่มีเป้าหมาย"

คุณจิระวดีชี้ให้เห็นว่า มุมมองของ ททท. ต่อนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปแล้ว หากมองเฉพาะ 'นักท่องเที่ยว' ทั่วไป ภาพจะแคบเกินไป ในยุคปัจจุบัน ททท. มองผู้เดินทางในฐานะ 'นักเดินทาง' ที่มีเป้าหมายในการเดินทางอย่างชัดเจน

กลุ่มนักเดินทางเชิงสุขภาพไม่ใช่นักท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนทั่วไป แต่เป็นกลุ่มนักเดินทางเชิงฟื้นฟู (Regenerative Travel) ที่เน้นประสบการณ์เป็นสำคัญ พวกเขาต้องการเดินทางแล้วกลับไปมีพลังงานเพิ่มขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่พักผ่อนแบบทั่วไป

ต้นทุนที่ครบครัน จากเหนือจรดใต้

จุดแข็งสำคัญของประเทศไทยคือความหลากหลายของสินทรัพย์ด้านสุขภาวะที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาค โดย ททท. วางตำแหน่งให้แต่ละภาคมีจุดขายเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างตรงจุด

ภาคเหนือ โดดเด่นด้วยการแพทย์พื้นบ้านดั้งเดิม อย่างการย่ำขาง และสมุนไพรพื้นถิ่นที่ใช้ในอุตสาหกรรมสปาและสุขภาวะมาอย่างยาวนาน ภาคกลาง เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลก ด้วยโรงพยาบาลเอกชนที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมทั้งกำลังเติบโตในด้านการดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืนยาว (Longevity) อย่างเข้มแข็ง ขณะที่ ภาคอีสานและภาคใต้ ต่างมีเอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเฉพาะตัวที่พร้อมนำเสนอสู่ตลาดโลก

ที่สำคัญคือทุกสินทรัพย์ด้านสุขภาวะและการแพทย์จะถูกผนวกเข้ากับการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนเสมอ เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) ที่ต้องการทั้งการดูแลสุขภาพและประสบการณ์การท่องเที่ยวควบคู่กัน

วิวัฒนาการ 3 ยุค: การแพทย์ → สุขภาวะ → อายุยืนยาว

เส้นทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยผ่านมาแล้ว 3 ยุค ยุคแรกเริ่มจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ตั้งแต่ราวปี 2540 โดย ททท. ใช้กลยุทธ์ให้นักเขียนชาวอเมริกันมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในไทย เพราะเรื่องของการแพทย์ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้สื่อสาร ไม่ใช่หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวพูดเอง

จากนั้นจึงขยายสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ และล่าสุดคือการเข้าสู่ยุคของการดูแลเพื่ออายุยืนยาว ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตของนักเดินทางยุคใหม่ที่ต้องการผสมผสานการดูแลสุขภาพระยะยาวเข้ากับการพักผ่อน

3 เสาหลักของการตลาดด้านสุขภาพและสุขภาวะ

ททท. แบ่งกลยุทธ์การทำตลาดออกเป็น 3 กลุ่มชัดเจน

กลุ่มแรกคือ ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ครอบคลุมบริการทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูง กลุ่มที่สองคือ สุขภาวะบนฐานวิทยาศาสตร์ ที่ยกระดับสินทรัพย์อย่างนวดไทยและสมุนไพรด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันว่าสิ่งเหล่านั้นให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง และกลุ่มที่สามคือ สุขภาวะจากภูมิปัญญาท้องถิ่นบนฐานวิทยาศาสตร์ ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้สมัยใหม่

เป้าหมายปลายทางคือการสร้างตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็น "จุดหมายปลายทางแห่งการเยียวยาระดับโลก"

ตัวเลขที่บอกว่า "ตลาดนี้คุ้มค่า"

ข้อมูลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มการแพทย์และสุขภาวะยืนยันว่านี่คือตลาดคุณภาพอย่างแท้จริง

กว่า 86% เป็นนักท่องเที่ยวอิสระที่เดินทางด้วยตัวเอง มีระยะเวลาพำนักในไทยไม่ต่ำกว่า 12 วัน และมีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับบริการที่เข้ารับ รูปแบบการเดินทางก็หลากหลาย ตั้งแต่มาเป็นครอบครัวในกลุ่มที่มารักษาพยาบาล ไปจนถึงเดินทางคนเดียวหรือมาเป็นคู่ในกลุ่มดูแลความงามและสุขภาพสตรี

ตลาดหลักในปัจจุบันมาจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านสำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ส่วนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะมาจากยุโรปและอินเดียซึ่งกำลังเติบโตอย่างโดดเด่น

ปี 2026: ปีแห่งการสร้างการยอมรับระดับโลก

ปีนี้ถือเป็นปีสำคัญสำหรับการวางตำแหน่งของไทยบนเวทีโลก ททท. มีแผนจัดงาน Amazing Thailand Health and Wellness Trade Meet ในวันที่ 23 เมษายน 2026 เป็นเวทีจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ซื้อจากต่างประเทศเกือบ 100 รายกับผู้ประกอบการไทยทั้งกลุ่มการแพทย์และสุขภาวะ

ไฮไลต์สำคัญอีกงานคือการเป็นเจ้าภาพ การประชุมสุดยอดด้านสุขภาวะโลก (Global Wellness Summit) ที่ภูเก็ตในเดือนกันยายน 2026 โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหัวเรือใหญ่ การที่งานระดับโลกนี้มาจัดในไทย ถือเป็นการสร้างการยอมรับให้กับประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาวะชั้นนำ

แคมเปญใหม่ที่นิยามความหรูหราใหม่

ททท. ปิดท้ายด้วยการเปิดตัวแคมเปญ "Healing is the New Luxury" (การเยียวยาคือความหรูหราแบบใหม่) ภายใต้โครงการ Thailand Health Excellence 2026 ในฐานะ "บทใหม่แห่งการเยียวยาของโลก" แคมเปญนี้นิยามความหรูหราใหม่ ไม่ใช่สิ่งของหรือวัตถุ แต่คือการเยียวยา

ตั้งแต่การแช่น้ำในบ่อธรรมชาติที่เกิดขึ้นมากว่า 200 ล้านปี การอาบป่า อาหารไทยที่ทุกส่วนผสมคัดสรรเพื่อบำรุงสุขภาพ ไปจนถึงเทศกาลที่ทำให้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง สารที่ส่งออกไปทั่วโลกคือ ถ้าคุณยังไม่มีบ้านหลังที่สอง ลองทำความรู้จักประเทศไทยให้ลึกซึ้ง แล้วไทยจะเยียวยาคุณเหมือนบ้าน

ที่มา: สรุปเนื้อหาจาก Session "Global Wellness Destination: ฟื้นเศรษฐกิจไทย ด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ" ในงาน Techsauce Healthspan Festival 2026

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Isomorphic Labs พัฒนา AI ออกแบบยา เคลมว่าช่วยหายาได้ ‘เร็วแบบไม่เคยมีมาก่อน’

Isomorphic Labs บริษัทสตาร์ทอัพด้านการออกแบบยาและพัฒนายาด้วย AI ที่ก่อตั้งโดย Demis Hassabis ซีอีโอ DeepMind ประกาศระดมทุน Series B มูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งขยายเทคโ...

Responsive image

งานวิจัย Harvard ชี้ ลดเวลาเล่นมือถือช่วยลดความเครียด-วิตกกังวล เปิด 3 วิธี Digital Detox ฉบับทำได้จริง

งานวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยของมหาวิทยาลัย Harvard ชี้ว่าการทำ Digital Detox อาจไม่จำเป็นต้องหักดิบหรือเลิกเล่นมือถือไปเลย แค่ลดการใช้งานลงนิดหน่อยก็เห็นผล...

Responsive image

Fitbit Air สายรัดสุขภาพจาก Google หน้าตาเหมือน Whoop เป๊ะ แต่ทำไมคนถึงตื่นเต้นกันทั้งวงการ ?

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณใส่ Wearable ที่ติดตามสุขภาพ 24 ชั่วโมง ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี เลือกระหว่าง Whoop กับ Fitbit Air ตัวใหม่ของ Google จะต้องจ่ายเงินรวมกันต่างกันแค่ไหน ?...