นิตยสาร TIME สื่ออายุร่วม 100 ปี กับการนำ NFT มาเพิ่มคุณค่าธุรกิจ | Techsauce

นิตยสาร TIME สื่ออายุร่วม 100 ปี กับการนำ NFT มาเพิ่มคุณค่าธุรกิจ

เราต่างเพลิดเพลินกับอินเทอร์เน็ตในยุค Web2 ที่ทำให้เข้าถึงสื่อต่าง ๆได้อย่างไร้ขีดจำกัด ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานและรับชมผลงานได้ฟรี แต่เมื่อวิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ตได้กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Web3 จะเพิ่มเติมในส่วนของความเป็นเจ้าของ ด้วยเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึง NFTs และกรณีศึกษาของนิตยสาร TIME ธุรกิจสื่อที่มีการปรับตัวและนำ NFTs มาเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจกัน

จากการที่โลกเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลอย่างเต็มตัวทำให้ธุรกิจสิ่งพิมพ์ต่างก็ต้องปรับตัว สื่อเก่าแก่ระดับโลกอย่างเช่น the Associated Press และ the New York Times ต่างก็เข้าสู่โลก Web3 โดยการออกคอเลคชัน NFT เป็นของตัวเองในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีสื่อนิตยสารอายุร่วมร้อยปีอย่าง Time ที่ก้าวเข้าสู่โลกของ NFT และ Metaverse สู่การประสบความสำเร็จบนโลกของ Web 3 ในเวลาอันรวดเร็ว

Keith Grossman ประธานของนิตยาสารระดับโลกอย่าง Time ใช้เวลาในช่วงปีที่ผ่านมาในการสร้าง  NFT Communnity เป็นของตัวเองในชื่อ TIMEPieces ซึ่งเริ่มเปิดตัวเมื่อในเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดย TIMEPieces เป็นการแสดงถึงกลยุทธ์แรกที่สำคัญในการเข้าสู่ชุมชน Web3 ของนิตยสาร TIME ทำให้สามารถรวบรวมศิลปิน นักสะสม และแฟน ๆ เข้ามารวมกัน Community ของ TIME ได้ โดยมีเป้าหมายในการสร้างประโยชน์ใช้สอยและมอบคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว

ใน 1 ปี TIMEPieces ออก 20,000 โทเค็น สร้างกำไรกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ

นับตั้งแต่เปิดตัวมาในเวลา 1 ปี TIMEPieces ได้สร้างหรือ “dropped” ผลงานมากกว่า 20,000 TIMEPieces NFTs ที่เป็นเจ้าของโดยกระเป๋าเงินดิจิทัลประมาณ 12,000 กระเป๋า โดยประมาณครึ่งหนึ่งเชื่อมต่อกับ Time.com ซึ่งแปลเป็นกำไรกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับ TIME และอีก 600,000 เหรียญสหรัฐที่สร้างรายได้ให้กับองค์กรการกุศลต่าง ๆ 

ผู้ถือโทเค็น TIMEPieces สามารถเชื่อมต่อกระเป๋าเงินดิจิทัลของตนกับเว็บไซต์ของ TIME ได้ ซึ่งทำให้เข้าถึงเนื้อหาของ TIME ได้อย่างไม่จำกัด รวมถึงคำเชิญพิเศษให้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งแบบออนไลน์ ออฟไลน์ และบน Metaverse ซึ่งนอกเหนือจากการประมูล NFT ต้นฉบับของหน้าปกที่โด่งดังที่สุดของนิตยสารแล้ว TIME ยังเพิ่มกรอบสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ให้กับ NFT แต่ละรายการที่สร้างขึ้นโดยศิลปินหน้าใหม่ 89 คน โทเค็นที่ได้รับความนิยมบางส่วนในคอลเล็กชันของ TIMEPieces เช่น ภาพถ่ายและศิลปะดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ จากศิลปินหน้าใหม่อาทิ Farokh Sarmad, Joanne Hollings และ Julie Pacino (ลูกสาวของนักแสดงชื่อดัง Al Pacino) เป็นต้น ซึ่ง Grossman อธิบายว่าเป็นการส่งเสริม "ศิลปินรุ่นต่อไป" เนื่องจากแบรนด์เตรียมที่จะเฉลิมฉลองครบรอบศตวรรษของการเผยแพร่นิตยสาร ซึ่งราคาของ TIMEPieces NFT เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐ

Grossman กล่าวอีกว่า “เมื่อคุณมองออกจากเรื่องของการเป็นของสะสมและมุ่งเน้นไปที่ชุมชน [ของครีเอเตอร์และศิลปิน] ...โทเค็นไม่เพียงแต่ให้คุณตรวจสอบความเป็นเจ้าของเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พวกเขาสามารถติดลิขสิทธิ์ในการขายในอนาคตได้อีกด้วย”

เปลี่ยนผ่านจากผู้เช่าออนไลน์สู่การเป็นเจ้าของผลงาน

ตอนนี้หลากหลายแบรนด์ใหญ่จากทุกอุตสาหกรรม เช่น Coca-Cola, McDonald's, Nike, Gucci และ National Football League ได้นำ NFTs มาเป็นส่วนหนึ่งทางการตลาด เนื่องจาก Blockchain ช่วยให้มีวิธีการชำระเงิน สิ่งจูงใจ และผลตอบแทนแบบกระจายอำนาจมากขึ้น สำหรับผู้ผลิตแล้ว นี่จึงเป็นการทำให้ต้นทุนผลิตภัณฑ์เป็นศูนย์หรือต่ำมาก ซึ่งช่วยให้ชุมชนเข้าร่วมได้โดยไม่มีอุปสรรคต่อราคาเริ่มต้นที่สูงมาก

บริษัทสื่อต่าง ๆ มองผู้บริโภคในฐานะที่เป็นผู้เช่าบนแพลตฟอร์มของตน และให้ผู้บริโภคเข้าถึงการแสดงตัวตนบน Facebook หรือ Twitter หรือ Instagram หรือสิ่งที่คล้ายกัน และในทางกลับกัน บริษัทต่างก็ได้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ ซึ่งสิ่งที่ NFT ทำเบื้องหลังก็คือทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้ ดังนั้นจึงเปลี่ยนจากการเป็นผู้เช่าออนไลน์มาเป็นเจ้าของออนไลน์ ยังคงรักษาไว้ถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้

จากสื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิมก้าวสู่โลก Metaverse

ล่าสุด TIME ได้ร่วมมือกับ The Sandbox ผู้นำแพลตฟอร์มโลกเสมือน เพื่อสร้างพื้นที่ TIME Square บน Metavere ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการจัดแสดงศิลปะและสินค้าเสมือนจริง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ถือครองโทเค็น TIMEPieces NFT 

ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ Sandbox เป็นหนึ่งในโปรเจ็กต์ metaverse ที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ เนื่องจากการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในเป็นที่แรก ๆ ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2564 ที่ดินเสมือนจริงใน The Sandbox ได้สร้างสถิติการขายที่ดินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงสุดเมื่อ Republic Realm ผู้พัฒนา metaverse จ่ายเงิน 4.3 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเป็นเจ้าของที่ดินใน metaverse

นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่าการเข้าสู่ metaverse ของ TIME ถือเป็นโอกาสที่ดีในอนาคต Kieran Warwick หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง metaverse game Illuvium กล่าวกับ The Defiant ว่า “ยิ่งแบรนด์กระแสหลักยอมรับ Web3 เร็วขึ้นเท่าไหร่ เราก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ Web3 ได้เร็วขึ้นเท่านั้น” ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่สื่ออย่าง TIME เท่านั้ันแต่สิ่งที่ทำให้ TIME แตกต่างก็คือการให้ความสำคัญว่าข้อมูลประจำตัวออนไลน์มีความสำคัญพอ ๆ กับอัตลักษณ์ทางโลกกายภาพ

ในด้านของกลุ่มเป้าหมายนั้น พบว่ามีความหลากหลายต่างกันไปตามแพลตฟอร์ม จากข้อมูลระบุว่ากลุ่มผู้อ่านนิตยสารไทม์ส่วนมากนั้นเป็นผู้ชายวัย 50 ปี ในขณะที่ผู้อ่าน Time.com จะเป็นผู้หญิงอายุ 40 ปี ในส่วนของโซเชียลมีเดียนั้น 62% ของผู้มีส่วนร่วมบนโซเชียลฟีดของ TIME มีอายุต่ำกว่า 35 ปี และหนึ่งในสามอยู่นอกสหรัฐอเมริกา ซึ่งราคาเฉลี่ยสำหรับการสมัครสมาชิก Time.com แบบออนไลน์อยู่ที่ 24 เหรียญสหรัฐ แต่ TIMEPieces NFT เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐซึ่งแม้ว่าฐานผู้ใช้ TIMEPiece จะเล็กมากเมื่อเทียบกับตัวผู้อ่านนิตยสารทั่วไปแต่ก็สร้างมูลค่าอย่างสูงให้กับ TIME รวมถึงดึงให้ผู้ติดตามกลุ่มใหม่ซึ่งไม่เคยตาม TIME มาก่อนมาอยู่ในคอมมูนิตี้และเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ผ่าน NFT นี้

ดังนั้นคุณค่าของการสร้าง NFT นั้นไม่เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ แต่ยังสร้างชุมชนสำหรับแลกเปลี่ยนผลงานศิลปะ สร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งธุรกิจสื่อที่ต้องเจอกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่มากขึ้นนั้น ต่างก็ต้องปรับตัวเข้าสู่โลกยุค Web3 เร็วขึ้นเท่านั้น

อ้างอิง CNBC  Time Thedefiant Businessinsider





RELATED ARTICLE

Responsive image

L’Oreal ก้าวสู่โลกเมตาเวิร์ส จับมือ Ready Player Me แพลตฟอร์มสร้าง Avatar เนรมิตรความงามแบบ Virtual อวดลุคเต็มที่ไร้ขีดจำกัด

ลอรีอัล กรุ๊ป ก้าวสู่โลกเมตาเวิร์ส จับมือกับ “เรดดี้ เพลเยอร์ มี” Ready Player Me แพลตฟอร์มสร้างอวทาร์ เนรมิตรความงามแบบเวอร์ชวลเพื่อการแสดงออกซึ่งตัวตน...

Responsive image

Aniverse Metaverse ลงนาม 20 มหาวิทยาลัย ชู Digital University - เดินหน้าลิสต์ ANIV Token บน “COINSTORE” กระดานเทรด #29 ของโลก พร้อมเปิดจอง Aniverse Lands

“แอนิเวิร์ส เมตาเวิร์ส” และพันธมิตรได้ร่วมลงนามกับมหาวิทยาลัยทั้ง 20 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนคร...

Responsive image

องค์กรอัตโนมัติ DAO จะเปลี่ยนภาพตลาดแรงงานและการทำงานในยุค Web3 ได้อย่างไร ?

การปฏิวัติทางเทคโนโลยีอีกอย่างหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้น คือ “Web3” ที่จะมาพร้อมกับการใช้งานของ NFT Cryptocurrency ตลอดจน DAO -Decentralized Autonomous Organization หรือ องค์กรอัตโนมัต...