Contact us
Search
Generic filters
Exact matches only
Filter by Custom Post Type

Keyword Trend : iPhoneSummitBlockchainTechsauceWordpress

1 นาที

เจาะลึก 10 แนวคิดการทำ Accelerator จาก Digital Ventures Accelerator หรือ DVA ที่ใครๆ ก็พูดถึงตอนนี้1 min read

Posted by
Posted date สิงหาคม 21, 2016

10 things to know about digital ventures accelerator - 2

Digital Ventures Accelerator หรือเรียกย่อๆ ว่า DVA เป็นโครงการ Accelerator ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวและรับสมัคร Batch 0 ไปเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ช่วงก่อนเริ่มงาน Techsauce Summit พอดี และในช่วงนี้เชื่อว่าหลายๆ คนคงได้เห็นความคึกคักของ Digital Ventures กับการสนับสนุนกิจกรรม Startup ต่างๆ จนอดรู้สึกอยากรู้ไม่ได้ว่า แล้ว Accelerator ของที่นี่ มีแนวคิดการสนับสนุนเป็นอย่างไรบ้าง

วันนี้ทีมงานจึงได้มาพูดคุยกับคุณชาล เจริญพันธ์ Head of Accelerator และคุณกัน เจติยา งามเมฆินทร์ Accelerator Program Manager โดยพบว่าสามารถสรุปแนวคิดการทำงานของ DVA ได้ออกมาเป็น 10 ข้อ ดังนี้

1. บ่มเพาะ Startup ทุกสาย ไม่ใช่ FinTech อย่างเดียว

มีคนเข้าใจผิดกันเยอะค่ะ ว่าที่นี่รับเฉพาะฟินเทคเท่านั้น ซึ่งความจริงไม่ได้จำกัดแค่ FinTech อย่างเดียว แม้ภาพลักษณ์ของ Digital Ventures จะเน้น FinTech เพราะเปิดตัวในฐานะ First FinTech Ecosystem Enabler “โดย DVA เราอยากจะช่วยวงการ Startup และตั้งเป้าว่าจะเป็น Accelerator ชั้นนำในระดับประเทศ และในระดับนานาชาติด้วย” ระบุโดยคุณชาล

พอได้เข้าไปดูแบบฟอร์มรับสมัครของ DVA ก็เห็นตามนั้น ในช่องประเภทมีออปชันให้เลือกราวๆ 20 สาขา รวมถึงอื่นๆ ด้วย เรายิงคำถามต่อไปว่า หากรับทุกสาย อะไรอีกบ้างที่เป็นจุดเด่นที่น่าสนใจของ Digital Ventures สำหรับ Startup จากหลากหลายสาขา ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ

2. เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายของ SCB

DVA สามารถช่วยเชื่อมต่อกับหน่วยธุรกิจต่างๆ ของ SCB เพื่อช่วยทำให้เขาเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ทำให้ธุรกิจเขาเติบโตมากขึ้น เพราะทั้งบุคคลทั่วไป บริษัทต่างๆ ต่างก็เป็นลูกค้าของธนาคารอยู่แล้ว
นอกจากนี้การสนับสนุนจาก Corporate ยังช่วยให้ Startup ได้รับความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้นด้วย

3. โอกาสเชื่อมต่อกับนักลงทุนและ Innovation ก่อนใคร

นอกจาก Accelerator แล้ว Digital Ventures ก็ยังมีอีกสามภาคส่วนอย่าง Venture Capital (หน่วยงานลงทุนองค์กร), Digital Products (หน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล) และ Discovery Lab (หน่วยงานแลปค้นหานวัตกรรมใหม่) ซึ่งล้วนมีความเชื่อมโยงกับ Tech Startup ทั้งสิ้น การมีทั้ง 3 ส่วนงานนี้ใน DV จึงเหมือนเป็น one stop ของเหล่า Startup เลยก็ว่าได้

4. ทุนให้เปล่า ทีมละ 3 แสนบาท

10 Startup ที่ได้เข้าร่วมโครงการ จะได้เงินแบบไม่ต้องแลกหุ้นไปเลย 3 แสนบาท! ทำไม Accelerator ของที่นี่จึงชูเรื่องเงินเข้ามา คุณชาลเล่าว่า ตลาดการแข่งขันมันเปลี่ยนไปมาก เงินที่เคยพอสำหรับ Startup สามปีที่แล้ว มันไม่พอแล้วตอนนี้ หลังจากเฟ้นหา Startup ดีๆ ได้แล้ว เราต้องให้เงินเขามากพอด้วย ที่จะช่วยให้เขาพัฒนาไประดับต่อไป และอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องพะวงเรื่อง Raise fund รอบต่อไป

แน่นอนว่าให้เงินขนาดนี้ กรรมการก็จะต้องสแกนหาคนที่ตั้งใจจริงๆ ไม่ได้มาเล่นๆ โดยสรุปขั้นตอนการคัดเลือกเป็นดังนี้

  1. ต้องเป็น Startup ที่มี Product แล้ว หรืออย่างน้อยๆ คือมี Prototype
  2. ใบสมัครรอบแรก ก็ถามละเอียดแล้ว มีคำถามถึง 30 ข้อ มีหลายคนบ่น แต่ที่นี่ก็มีเหตุผล หนึ่งคือเขาต้องการรู้จักกับ Startup นั้นจริงๆ และสองก็เป็นการเทสเล็กๆ ในตัวด้วย ว่าคุณสามารถตอบคำถามทุกข้อไหม เวลาอ่านคำตอบ ก็จะรู้ว่าคนนี้ตั้งใจจริงหรือไม่
  3. จากใบสมัคร จะมีการเรียกเข้ามาสัมภาษณ์
  4. หลังจากสัมภาษณ์ อาจจะมีให้การบ้านออกนอกสถานที่ด้วย เพื่อดูการทำงานของคนในทีม เมื่อเจอโจทย์ที่ไม่ได้คาดเอาไว้
  5. คัดเหลือ 10 ทีมสุดท้าย และมอบเงิน 3 แสนแบบไม่เอาหุ้น ตั้งแต่ต้นโครงการ ไม่ต้องรอจนจบ 6 เดือนก่อน ซึ่งจะช่วยให้เขาปั้นธุรกิจให้โตได้ตลอดช่วงที่อยู่โครงการ

คุณกันฝากบอกว่าเกณฑ์นึงคือ อยากได้ Startup ที่มองการณ์ไกล ไม่ใช่แค่มองจะโตในประเทศไทย แต่มุ่งโตระดับภูมิภาคหรือระดับโลก

5. ร่วมลงทุนขั้นต่ำหลักล้าน

นอกจากเรื่องทุนให้เปล่าแล้ว Startup นั้นยังมีโอกาสได้รับการลงทุนจาก SCB หรือ DV ด้วย สำหรับทีมที่สนใจ เงินลงทุนขั้นต่ำคือ 1 ล้านบาท และไม่มีลิมิตเพดาน ถ้า Startup น่าสนใจอาจได้รับเงินลงทุนหนักๆ ไปเลย 6 ล้านก็เป็นได้

6. ได้รับ Access ต่างๆ ระดับนานาชาติ

“จากการร่วมมือกับ SCB และ ส่วนงาน Venture Capital ของ DV เรามี Relationship กับ Speakers ต่างๆ นักลงทุน รวมถึงพาร์ทเนอร์ระดับโลกหลายๆ ที่ ตอนนี้เรามีคุยกับ Accelerator ของประเทศอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ หรือแม้แต่ Y Combinator เอง ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ภายใต้การเจรจากันอยู่ค่ะ คือเราวางแผนระยะยาวให้ Startup โตได้จริงๆ” คุณกันได้ระบุไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้

7. จัดพื้นฐานให้แน่น มุ่งสร้างโปรดักส์ และต่อด้วย Growth Hack

ถามต่อไปว่า แล้วระหว่างโครงการจะมีอะไรบ้าง คุณชาลเล่าว่า “หลายคนมองว่าเข้า Accelerator ส่วนใหญ่ในโลก ให้ไม่กี่อย่าง ให้ Mentorship, Relationship และ Workspace แต่ทั้งหมดนี้ สถานที่อย่าง Co-working space ดีๆ ในโลกก็ให้ได้ถูกไหม ของ DVA มีครบทั้งหมด และเรายังเน้นเรื่อง Education ไปพร้อมๆ กับเน้นเรื่องการสร้างโปรดักส์และธุรกิจ เพราะวงการเราเพิ่งมีมาไม่นานเรื่อง Skill set เรื่อง Know-how ต่างๆ เนี่ย ส่วนใหญ่ไม่รู้ลึกจริงๆ รู้แค่ผิวเผิน เราอยากจะมั่นใจว่าเขารู้ลึกพอ Mentor ของเราจะเป็นแบบหนึ่ง-ต่อ-หนึ่ง กับ Startup เลย เพื่อที่จะปรับพื้นฐานเขาให้ดีก่อน พร้อมๆ กับ Speaker ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ช่วงสองเดือนหลัง เราจะจัดให้มีทำ Growth Hack กันจริงจัง

8. In-house professionals คอยช่วยดูแลทุกทีมใกล้ชิด

จากจุดที่บอกว่าตลอด 2 เดือนจะช่วยเร่ง Growth Hack ให้ด้วย ทางคุณชาลและคุณกัน ได้เล่าต่อว่า DVA จะสรรหา Growth Hacker มืออาชีพมานั่งเป็นพนักงาน In-house ประจำของ DVA เลย ทำให้สามารถช่วยดูแลทุกทีมได้อย่างเต็มที่ เพิ่มเติมจาก Speaker ที่ปกติแล้วเป็นการบรรยายหรือให้คำแนะนำระยะสั้นเท่านั้น

9. ที่ DVA  Startup เลือก Mentor ไม่ใช่ Mentor เลือก Startup

สอบถามถึงเรื่อง Mentor ว่าทำไมยังไม่เห็นมีรายชื่อเปิดเผยออกมา ปรากฏว่าเหตุผลจริงๆ ก็คือ ที่นี่อยากให้ Startup แต่ละทีม เป็นฝ่ายเลือก Mentor ของตัวเอง!

“เพราะ Startup ที่เราเลือกเข้ามาไม่ใช่แค่มีไอเดีย แต่นี่เขามีโปรดักส์แล้ว หรืออาจมีลูกค้าแล้วด้วยซ้ำ ประเด็นคือเขาต้องการคนที่จะช่วยพาธุรกิจของเขาไปสู่เลเวลถัดไป ดังนั้น Mentor จะต้องมี Synergy อะไรบางอย่างในเชิงธุรกิจกับเขาด้วย ลองมาคุยกัน ให้รู้ความต้องการกันก่อน จากนั้นเราจะไปหา Mentor ที่เหมาะสมที่สุดมาให้ อาจจะไม่ใช่คนในวง Startup ก็ได้ เช่น สมมติเขาทำแอปเกี่ยวกับดนตรี ก็อาจจะต้องเอาคนในวงการดนตรีมา หรือทำ FinTech ก็อาจจะอยากได้ผู้บริหารของธนาคาร เป็นต้น” คุณชาลเล่าถึงจุดประสงค์
ส่วนคุณกันเสริมต่อว่า “10 ทีมสุดท้ายเรายังไม่รู้เลยว่าจะได้ใครมา เราอยากดูก่อนว่าแต่ละทีมต้องการ Mentor แบบไหน สมมติเป็น E-commerce เขาจะต้องการใคร หรือถ้าเป็น FinTech มันก็มีแยกย่อยหลายประเภทถูกไหม เราจะมีคุยกับทีมว่าตอนนี้ขาดอะไร ต้องการเพิ่มอะไร เราก็อยากจะตอบโจทย์แบบนั้นเพราะเขาต้องอยู่ด้วยกันยาว”

10. โปรแกรมยืดหยุ่น ไม่เน้นเดดไลน์และการแข่งขัน

ก่อนหน้านี้ระหว่างเล่าถึงเรื่องเงินลงทุนที่ยืดหยุ่นตั้งแต่ 1 ล้านบาท ไปจนถึงไม่มีลิมิตเพดาน คุณชาลก็ได้เล่าเพิ่มเติมถึงความยืดหยุ่นของโปรแกรมการบ่มเพาะ เนื่องจากว่าบาง Startup เช่น FinTech หรือ Hardware อาจใช้เวลาในการ Launch มากกว่าประเภทอื่น DVA เลยเลือกที่จะยืดหยุ่น ให้คุณสร้างธุรกิจไป ที่นี่ก็ช่วยในระยะยาวให้ชัวร์ จะไม่รีบร้อนเพื่อเดโม

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีแนวคิดเรื่องการเชื่อมต่อระหว่าง Batch ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง Batch 0 และ Batch 1 จะจัดให้เหลื่อมกันบ้าง เพื่อให้ได้รู้จักและเรียนรู้กันและกัน

สรุป 10 แนวคิด Accelerator ฉบับ DVA

  1. เปิดรับ Startup  ทุกประเภท (Fintech หรือ Non-Fintech ก็ได้) และไม่จำกัดว่าจะเคยหรือไม่เคยเข้าโปรแกรมของที่อื่นมาก่อน
  2. เข้าสู่ตลาด หาลูกค้าได้เร็ว ด้วยฐานลูกค้าของ SCB
  3. เชื่อมต่อกับ VC และ การพัฒนา product  ของ DV ได้ทันที
  4. เงินทุนให้เปล่า สามแสนบาท
  5. โอกาสได้รับเงินลงทุนขั้นต่ำหนึ่งล้านบาท
  6. ได้รับ Access ต่างๆ ในระดับนานาชาติ
  7. โครงการมุ่งเน้นเรื่องความรู้ และการสร้างโปรดักส์และธุรกิจให้เกิดจริง
  8. มาพร้อมกับ In-house professionals ที่จะให้การช่วยเหลือใกล้ชิด
  9. ที่นี่ Startup เลือก Mentor ได้ และจับคู่กันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
  10. โปรแกรมมีความยืดหยุ่น

ซึ่ง DVA Batch 0 นั้นเปิดรับสมัครถึงสิ้นเดือนนี้ (31 ส.ค.) เท่านั้น Startup ที่สนใจ กรอกใบสมัครได้เลยที่เว็บไซต์ www.dv.co.th

และสามารถอ่านบทสัมภาษณ์คุณชาลและคุณกัน ถึงการเข้ามาทำ Accelerator ที่ Digital Ventures แบบเต็มๆ ได้ที่นี่

Comments

comments

Sign-up for exclusive content. Be the first to hear about ConvertPlug news.
Subscribe