นายกฯ หารือ Canva ดัน Creative Economy ไทยสู่ตลาดโลก พร้อมชวนตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัย AI-Design

บัญชีผู้ใช้ Canva ในประเทศไทยสะสมแล้วกว่า 30 ล้านบัญชี และมีคนเปิดใช้งานจริงราว 7 ล้านคนต่อเดือน มากพอที่จะทำให้ไทยกลายเป็นตลาดใหญ่อันดับ 6 ของโลกสำหรับแพลตฟอร์มออกแบบดิจิทัลสัญชาติออสเตรเลียรายนี้ โจทย์ที่รัฐบาลหยิบขึ้นมาวางบนโต๊ะเจรจาจึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่เป็นคำถามว่าฐานผู้ใช้ขนาดนี้จะเปลี่ยนกลับมาเป็นรายได้ของคนไทยได้มากแค่ไหน

คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลจากภารกิจของนายกรัฐมนตรีที่เครือรัฐออสเตรเลียว่า หนึ่งในความร่วมมือที่มีศักยภาพสูงที่สุดคือการต่อยอดความร่วมมือกับ Canva โดยรัฐบาลได้เชิญชวนให้บริษัทพิจารณาจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัยด้านการออกแบบด้วย AI (AI-Design) ในประเทศไทย พร้อมวางเป้าหมายเป็นตัวเลขไว้ครบทั้งฝั่งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นักออกแบบอาชีพ และภาคการศึกษา เพื่อเชื่อมคนกลุ่มนี้เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและตลาดโลก

ตัวเลขที่ทำให้ไทยได้นั่งโต๊ะเจรจา

Canva ปัจจุบันมีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 265 ล้านคนในกว่า 190 ประเทศ และให้บริการบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 ถึง 475 บริษัท ตัวเลขระดับองค์กรก็เติบโตในทิศทางเดียวกัน โดยบริษัทปิดปี 2568 ด้วยรายได้ประจำต่อปี (Annual Recurring Revenue) ราว 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.3 แสนล้านบาท จากผู้ใช้งานรายเดือนที่เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีผู้ใช้แบบจ่ายเงินมากกว่า 31 ล้านคน สะท้อนว่าธุรกิจออกแบบดิจิทัลกำลังขยับจากเครื่องมือทำภาพ ไปเป็นแพลตฟอร์ม AI สำหรับการทำงานขององค์กร

เมื่อวางฐานผู้ใช้ของไทยลงไปในภาพนั้น ตัวเลข 7 ล้านคนต่อเดือนและ 30 ล้านบัญชีสะสมทำให้ไทยติดอันดับ 6 ของโลกในด้านจำนวนผู้ใช้งาน คุณเอกนิติระบุว่าตัวเลขชุดนี้สะท้อนว่าคนไทยมีฐานความพร้อมและศักยภาพสูงในอุตสาหกรรมการออกแบบและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) อยู่แล้ว

เปลี่ยนสถานะจากผู้ใช้เทคโนโลยี มาเป็นฐานพัฒนาเทคโนโลยี

ข้อเสนอที่รัฐบาลยื่นให้ Canva พิจารณาคือการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัยด้าน AI-Design ในประเทศไทย เหตุผลสำคัญคือรัฐบาลต้องการให้ไทย 'ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นฐานของการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรด้านการออกแบบในภูมิภาค'

ข้อเสนอนี้ต่อเนื่องมาจากการหารือเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่นครซิดนีย์ ซึ่งคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไทยเข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของ Canva และหารือกับคุณ Cliff Obrecht ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) คุณ Willix Halim ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Canva ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคุณภคพล ตั้งตงฉิน ผู้บริหารประจำภูมิภาคประเทศไทย

ในการหารือครั้งนั้น คุณอนุทินเชิญชวนให้ Canva พิจารณาจดทะเบียนนิติบุคคลและขยายฐานธุรกิจในไทย รวมถึงนำบุคลากรความสามารถสูงจากต่างประเทศเข้ามาทำงานร่วมกับคนไทยให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ในประเทศ โดยเสนอให้ทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทั้งด้านการลงทุนและโครงการพัฒนาทักษะเพื่อเชื่อมช่องว่างด้านบุคลากร (Skill Bridge) ซึ่ง BOI รับไปเป็นผู้ประสานงานหลักเพื่อผลักดันให้ข้อหารือเกิดผลจริง

SME 40,000 ราย และนักออกแบบไทยที่ต้องเพิ่มอีกกว่า 5 เท่า

ฝั่งผู้ประกอบการเป็นกลุ่มที่รัฐบาลระบุว่าจะได้ประโยชน์โดยตรงและเร็วที่สุด ผ่านความร่วมมือระหว่าง Canva กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ที่ตั้งเป้าช่วย SMEs ไทย 40,000 ราย พัฒนาภาพลักษณ์สินค้า บรรจุภัณฑ์ แคมเปญการตลาด และสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

อีกเป้าหมายที่ท้าทายกว่าคือฝั่งนักออกแบบอาชีพ โดยจะผลักดันจำนวนนักออกแบบไทยในโครงการ Canva Creators จากปัจจุบัน 190 คน ขึ้นไปเป็น 1,000 คนภายในปี 2571 พร้อมเสริมทักษะด้าน AI ให้คนกลุ่มนี้ หมายความว่าต้องเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่า 5 เท่าภายในราวสองปี ความสำคัญของกลไกนี้อยู่ที่การเปิดช่องให้นักออกแบบไทยส่งผลงานเข้าไปอยู่บนแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้ทั่วโลกหยิบไปใช้งานได้ และรับค่าตอบแทนจากผลงานของตัวเองโดยตรง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ทำให้รายได้จากตลาดโลกไหลกลับเข้าประเทศ

จากห้องเรียนถึงตลาดแรงงาน เป้าหมาย 6.6 ล้านคน

ภาคการศึกษาเป็นขาที่สามของความร่วมมือ ผ่านการทำงานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อให้ครูและนักเรียนเข้าถึง Canva Education โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป้าหมายที่วางไว้คือขยายผู้ใช้งานจาก 3.3 ล้านคน ขึ้นไปเป็น 6.6 ล้านคนภายในปี 2571 หรือเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

เหตุผลที่ตัวเลขฝั่งการศึกษาถูกนับรวมเข้ามาในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ คือทักษะการออกแบบ การสื่อสารด้วยภาพ และการใช้ AI กำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานที่ธุรกิจตั้งแต่ SMEs ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ต้องการ การเริ่มจากห้องเรียนจึงเป็นการเตรียมกำลังคนให้กับตลาดแรงงานดิจิทัลล่วงหน้า

ทำไมออสเตรเลียถึงอยู่ในสมการเศรษฐกิจไทย

คุณเอกนิติอธิบายว่าความร่วมมือกับ Canva เป็นตัวอย่างของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่รัฐบาลต้องการเห็น คือการนำเทคโนโลยีจากพันธมิตรต่างประเทศมาต่อยอดกับศักยภาพของคนไทย เพื่อสร้างงาน ทักษะ และรายได้ใหม่ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศ

"วันนี้เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญทั้งการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยจึงต้องขยายพันธมิตรทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับประเทศที่มีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีอย่างออสเตรเลีย เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างความยืดหยุ่นให้เศรษฐกิจไทย" คุณเอกนิติกล่าว

จุดแข็งของสองประเทศถูกมองว่าเกื้อหนุนกันได้ โดยไทยมีความสามารถด้านการผลิตและแปรรูปอาหาร ขณะที่ออสเตรเลียโดดเด่นด้านเทคโนโลยีการเกษตร (AgriTech) พลังงานหมุนเวียน ดิจิทัล และการผลิตขั้นสูง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ AI จึงเป็นอีกสาขาที่เพิ่มมูลค่าให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย นอกจากการหารือกับ Canva คณะของนายกรัฐมนตรียังเป็นประธานเปิดงาน Thailand-Australia Investment & Business Partnership Reception ที่จัดโดย BOI ซึ่งมีผู้บริหารบริษัทออสเตรเลียเข้าร่วมกว่า 70 ราย

สถานะปัจจุบันของดีลนี้

ข้อเสนอเรื่องสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัย AI-Design ยังอยู่ในขั้นที่รัฐบาลเชิญชวนให้ Canva พิจารณา ยังไม่มีการประกาศเงินลงทุนหรือกรอบเวลาจัดตั้งจากฝั่งบริษัท ส่วนที่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมแล้วคือความร่วมมือกับ DBD, depa, สพฐ. และ สช. ซึ่งเดินหน้าอยู่แล้วและถูกตั้งเป้าตัวเลขใหม่ให้ชัดขึ้น โดย BOI จะเป็นหน่วยงานที่ทำงานกับ Canva อย่างใกล้ชิดทั้งด้านการลงทุน การพัฒนาบุคลากร และการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในประเทศ

บริบทที่ทำให้ดีลนี้น่าติดตามคือขนาดของอุตสาหกรรมที่มันไปเกี่ยวข้อง ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ระบุว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 15 สาขาของไทยมีมูลค่า 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 8.01% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และมีการจ้างงานเกือบ 1 ล้านคน ตัวเลขที่ต้องจับตาจากนี้จึงไม่ใช่จำนวนคนไทยที่เปิด Canva ในแต่ละเดือน แต่เป็นรายได้ที่นักออกแบบไทยทำได้จริงจากแพลตฟอร์ม และจำนวน SMEs ที่ขายของได้มากขึ้นจากงานออกแบบที่ดีกว่าเดิม

"เป้าหมายไม่ใช่เพียงการดึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามา แต่คือการทำให้คนไทยและธุรกิจไทยเติบโตไปกับเทคโนโลยีโลก ตั้งแต่นักเรียน นักออกแบบ ไปจนถึง SMEs และทำให้ประเทศไทยมีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจดิจิทัลของโลก" คุณเอกนิติกล่าวปิดท้าย

ที่มา: ข่าวทำเนียบรัฐบาล, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุปฟีเจอร์ Google Search อัปเดตใหม่ สแกนการบ้าน - ปั้นโมเดล 3D ติวสอบครบในที่เดียว

Google อัปเดตใหญ่ Search, Lens และ Gemini ต้อนรับเปิดเทอม แปลงหน้าค้นหาเป็น Interactive Learning Space พร้อมแจกสิทธิ์ Google AI ฟรี 12 เดือนแก่นักศึกษา...

Responsive image

เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับบริการ เคลมไม่ต้องสำรองจ่าย ผนึก iClaim เพิ่มทางเลือกรักษาในโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ 

เมืองไทยประกันชีวิตขยายบริการ Health Claim ผ่านระบบ iClaim เชื่อมโรงพยาบาลรัฐกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ให้ลูกค้าใช้สิทธิประกันสุขภาพแบบ Cashless Claim ลดภาระสำรองจ่ายและเพิ่มความสะดว...

Responsive image

นายกฯ นำทีมหารือ Skyline ยักษ์สวนสนุกนิวซีแลนด์ ลุยปักหมุดกรุงเทพฯ บีโอไอไฟเขียวแล้ว

นายกฯ หารือ Skyline ยักษ์ใหญ่สวนสนุกนิวซีแลนด์ ลุยลงทุนสวนสนุกแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ พร้อมหนุนตั้งศูนย์ R&D พัฒนาเครื่องเล่น ยกระดับไทยสู่ฮับท่องเที่ยวโลก...