3 การเปลี่ยนแปลงสำคัญในวงการ AI จากมุมมอง Andrew Ng ต่อ DeepSeek-R1

DeepSeek-R1 โมเดล AI ใหม่จากจีน กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงเทคโนโลยี หลังเปิดตัวในรูปแบบ Open Weight ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนนำไปพัฒนาต่อได้ พร้อมประสิทธิภาพที่เทียบเคียงกับ OpenAI o1 แต่มีต้นทุนถูกกว่ามาก Andrew Ng ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI มองว่า DeepSeek-R1 ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 ด้านในวงการ AI คือ

3 การเปลี่ยนแปลงสำคัญในวงการ AI จากมุมมอง Andrew Ng ต่อ DeepSeek-R1

1. จีนกำลังไล่ตามสหรัฐฯ ในด้าน Generative AI

ก่อนหน้านี้ หลายคนมองว่าสหรัฐฯ นำหน้าจีนอยู่ไกล โดยเฉพาะหลังจากที่ ChatGPT เปิดตัวในปี 2022 แต่ช่วงสองปีที่ผ่านมา จีนพัฒนาโมเดล AI อย่างต่อเนื่อง เช่น Qwen, Kimi, InternVL และล่าสุด DeepSeek-R1 ทำให้ช่องว่างนี้แคบลงมาก บางด้านอย่าง AI สร้างวิดีโอ จีนอาจจะแซงหน้าสหรัฐฯ ไปแล้วด้วยซ้ำ

2. โมเดล AI แบบ Open Weight กำลังเปลี่ยนเกม

DeepSeek-R1 ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพเทียบเคียงกับ OpenAI’s o1 แต่ยังเปิดให้ใช้งานในรูปแบบ Open Weight พร้อมสัญญาอนุญาตแบบ MIT ซึ่งช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถนำไปต่อยอดได้อย่างอิสระ Ng ชี้ให้เห็นว่า ราคาของโทเค็น LLM กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย OpenAI’s o1 มีค่าใช้จ่าย 60 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเค็น ขณะที่ DeepSeek-R1 คิดเพียง 2.19 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน AI มีต้นทุนที่ต่ำลง

3. ไม่ได้มีแค่ “ขนาด” ที่ทำให้ AI เก่งขึ้น

ที่ผ่านมาหลายบริษัททุ่มเงินมหาศาลเพื่อพัฒนาโมเดลที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ DeepSeek-R1 แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมด้านอัลกอริทึม ก็สามารถทำให้ AI ฉลาดขึ้นได้เช่นกัน ทีมงานของ DeepSeek สามารถฝึกโมเดลโดยใช้ชิป H800 ซึ่งแรงน้อยกว่า H100 ได้สำเร็จ โดยใช้ต้นทุนแค่ 6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าถูกมากในวงการ AI

ผลกระทบต่ออนาคต AI และโอกาสของนักพัฒนาการมาของ DeepSeek-R1 อาจเปลี่ยนเกม AI ในระดับโลก เพราะหากจีนเดินหน้าพัฒนาโมเดลแบบเปิดต่อไป ในขณะที่สหรัฐฯ คุมเข้มและจำกัดการเข้าถึง AI Open Source มากขึ้น ก็อาจทำให้จีนกลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาด AI โลก

Ng มองว่า นี่คือช่วงเวลาทองของนักพัฒนา AI ทั่วโลก การที่โมเดล Open Weight มีให้ใช้งานมากขึ้นช่วยเปิดโอกาสให้นักพัฒนาและธุรกิจสามารถนำ AI ไปต่อยอดได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แชตบอทอัจฉริยะ, ระบบช่วยสรุปอีเมล, AI ทางการแพทย์ หรือผู้ช่วยด้านกฎหมาย ซึ่งจะช่วยเร่งนวัตกรรมใหม่ๆ และทำให้ AI กลายเป็นเครื่องมือที่เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับทุกอุตสาหกรรม

อ้างอิง: facebook

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก CIC องค์กรที่สร้างระบบนิเวศ เพื่อเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจและนวัตกรรมเข้าด้วยกัน

CIC หรือ Cambridge Innovation Center เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 โดยมีเป้าหมายหลักคือการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมให้กับธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่สตาร์ทอัพ บริษัทที่กำลังเติบโต องค...

Responsive image

32 เครือข่ายร่วมกับ NIA อว. สร้าง 'Medical Innovation Hub' ลดพึ่งพาต่างชาติ ด้วยการสร้างและส่งออกนวัตกรรมการแพทย์เอง

NIA เปิดตัว 32 ภาคีเครือข่ายที่ร่วมยกระดับไทยจาก 'ผู้ให้บริการทางการแพทย์และผู้รับจ้างผลิต' สู่ 'ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ (Medical Innovation Hub)' ที่สามารถออกแบบ พัฒนา และต่อยอด...

Responsive image

ททท. จับมือ Visa เปิดตัว Visa Destinations ดันไทยสู่จุดหมายระดับโลกที่เที่ยวง่าย จ่ายคล่อง

วีซ่าจับมือ ททท. ดันไทยเป็นตลาดแรกและประเทศเดียวในเอเชียแปซิฟิกที่ได้สถานะ Visa Destinations ระดับประเทศ ยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ ครอบคลุม 8 เมืองหลั...