• เปิดตัวและเปิดใจ "คณะผู้จัดการใหญ่" ในฐานะ Agile Team แรกของธนาคารไทยพาณิชย์
  • ต่อยอดกลยุทธ SCB Transformation ด้วยการเปลี่ยนวิธีการทำงานตั้งแต่ระดับบน

หลังจากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศโครงสร้างการบริหารงานใหม่ด้วยการแต่งตั้ง 4 ผู้จัดการใหญ่ (President) อย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุด คณะผู้จัดการใหญ่ทั้ง 4 ท่านก็ได้มีโอกาสพบปะสื่อมวลชยบอกเล่าทั้งแนวทางการทำงาน วิสัยทัศน์ เป้าหมาย ไปจนถึงเปิดใจในประเด็นต่างๆ ซึ่ง Techsauce ขอนำเรื่องราวดังกล่าวมาบอกเล่าให้ทุกท่านได้ทราบกัน

คุณอาทิตย์ นันทวิทยา CEO ของ SCB

ก่อนที่คณะผู้จัดการใหญ่ทั้ง 4 ท่านจะพบปะสื่อมวลชน คุณอาทิตย์ นันทวิทยา CEO ของ SCB ได้กล่าวในภาพรวมว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ดำเนินการตามกลยุทธ SCB Transformation เพื่อ “ซ่อม เสริม สร้าง” รากฐานองค์กรให้แข็งแรง ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 40,000 ล้านบาท ช่วยให้เกิดการผลักดันด้านเทคโนโลยีมากขึ้น แต่การลงทุนคงไม่ช่วยอะไรมากนัก หากวิธีการทำงานยังไม่ปรับเปลี่ยน ในปี 2019 SCB จึงรับเอาวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า Agile Organisation มาใช้เพื่อให้การทำงานรวดเร็วทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคเทคโนโลยี

จึงเป็นที่มาของการตั้ง Agile Team อันเป็นทีมแรกของธนาคารไทยพาณิชย์คือ คณะผู้จัดการใหญ่ (President) ซึ่งมี 4 ท่าน ประกอบด้วย คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์, คุณอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์, คุณอรพงศ์  เทียนเงิน และดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ ที่จะนำร่องการทำงานแบบ Agile Organisation ที่เน้นความรวดเร็วผ่านการเชื่อมประสานเป็นหนึ่งเดียว

ผู้จัดการใหญ่ทั้ง 4 ท่าน เริ่มจากคุณสารัชต์ รัตนาภรณ์, คุณอรพงศ์ เทียนเงิน, คุณอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ และดร.อารักษ์ สุธีวงศ์

หลังจากที่คุณอาทิตย์เล่าถึงที่มาคร่าวๆ แล้ว ก็เป็นคิวของคณะผู้จัดการใหญ่ทั้ง 4 ท่าน พูดคุยเพื่อถ่ายทอดแนวทางการทำงานและเป้าหมายซึ่งสะท้อนอนาคตของธนาคารไทยพาณิชย์ เริ่มที่คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ กล่าวว่า “ตามยุทธศาสตร์กลับหัวตีลังกา ผมตั้งใจผลักดันการเติบโตเพื่อมาทดแทนธุรกิจเดิม เป็น New Normal of Growth ผ่าน 2 ธุรกิจด้วยกัน โดยธุรกิจแรกคือ การปล่อยกู้ผ่านช่องทางดิจิทัลหรือ Digital Lending เพื่อเพิ่มช่องทางธุรกิจสินเชื่อไปยังลูกค้ารายย่อย อันเพิ่มเติมจากสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเพื่อองค์กร (Corporate) และอีกธุรกิจหนึ่งคือธุรกิจบริหารความมั่งคั่งหรือ Wealth Management ซึ่งกระทำผ่านกลุ่มลูกค้า 2 ส่วน ส่วนแรกคือลูกค้าบุคคลมั่งคั่งระดับสูง (Ultra-High Networth) จะดำเนินการร่วมกับ Julius Baer และกลุ่มลูกค้าผู้ต้องการบริหารความมั่งคั่งจะมีการนำ Data มาใช้เพื่อให้สามารถบริการแบบรายบุคคลได้ทุกที่ทุกเวลา”

ต่อด้วย ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ กล่าวว่า การพัฒนาขีดความสามารถใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิมนั้น ต้องให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงสิ่งที่ได้สร้างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า ผมตั้งใจที่จะผลักดัน 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  1. Platform Banking ธนาคารต้องปรับรูปแบบการให้บริการเป็น Platform ให้ได้อย่างแท้จริงเพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หรือในธุรกิจของลูกค้าให้ได้
  2. Partnership Banking การทำงานร่วมกับพันธมิตรในธุรกิจต่างๆ เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า และเติบโตไปพร้อมกัน
  3. Predictive Banking การนำ Data มาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างถ่องแท้และทันต่อความต้องการ

ในส่วนของคุณอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ เน้นว่า “ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดในการผลักดันภารกิจ SCB Transformation ต้องเกิดจากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่เปลี่ยนวิถีการทำงาน ส่งเสริมการทำงานให้พนักงานมีความกล้าที่จะเรียนรู้ให้เร็ว (learn faster)กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ และลองผิดลองถูกให้เร็ว (fail faster) แก้ไขและปรับปรุงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการให้ Empowerment เพื่อตัดสินใจ พร้อมกับวัฒนธรรมการกล้าเสี่ยง Risk Culture การปลูกฝังวิธีคิดที่จะนำธนาคารไปสู่องค์กรแห่ง The New Normal of Customer Excellence”

คุณอรพงศ์ เทียนเงิน กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้ คู่แข่งของธนาคารจะไม่อยู่ในรูปแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แนวทางการทำธุรกิจจากคู่แข่งใหม่ๆ จะมีความยืดหยุ่นสูง ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เร็ว ผมตั้งใจที่จะโฟกัสยุทธศาสตร์ระยะยาวทางด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ SCB สามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยี โดยมีคุณสมบัติหลัก ได้แก่

  1. ต้องรู้จักลูกค้าอย่างละเอียดรอบด้าน โดยใช้ Data ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  2. ต้อง Super Innovate เพราะในอนาคตเราจะสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วได้จากการมีนวัตกรรมที่ล้ำหน้า
  3. ความสามารถในการดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ และต้นทุนที่ต่ำ
  4. ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงจากข้อมูลเพื่อสร้างต้นแบบธนาคารแห่งอนาคตที่จะอยู่รอดได้ท่ามกลางคู่แข่งระดับโลกใหม่ๆที่กำลังจะมาถึง

คุณอาทิตย์ ย้ำว่า “ผมและคณะผู้จัดการใหญ่ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานขององค์กร และผลักดันให้ธนาคารเติบโตผ่านกระบวนการ SCB Transformation ที่จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในปี2020 เพื่อรับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมธนาคาร สร้างให้ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นองค์กรแห่งอนาคต (The Future Bank) ที่สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน”

RELATED ARTICLE

Responsive image

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัวบริการโอนเงินข้ามประเทศผ่าน Blockchain ครั้งแรกในไทยแล้ว

หลายคนคงยังจำกันได้กับข่าวเมื่อกลางปีก่อนเมื่อธนาคารไทยพาณิชย์และ ดิจิทัล เวนเจอร์ส ได้เข้าลงทุนในบริษัท Ripple ผู้ให้บริการโซลูชั่นการโอนเงินข้ามประเทศโดยนำ Blockchain มาใช้ ล่าสุ...

Responsive image

ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ประกาศร่วมทุน Dymon Asia บริษัท Venture Capital จากสิงคโปร์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ภายใต้การดำเนินงานของ ดิจิทัล เวนเจอร์ส (Digital Ventures) ประกาศลงทุนครั้งสำคัญในไดมอน เอเชีย (Dymon Asia) เวนเจอร์แคปปิตอลที่เน้นการลงทุนในสตาร์ทอัพกลุ่ม  ฟินเทค...

Responsive image

สัมภาษณ์พิเศษ CEO ไทยพาณิชย์และคุณธนา กับกองทุนสนับสนุน Fintech Startup ไทย

หลังจากที่มีการเปิดเผยถึงทิศทางการสนับสนุน Fintech Startup ซึ่งเป็นที่ฮือฮาไม่น้อยในวงการธนาคาร ทั้งตัวเลขการลงทุนและการดึงตัวคนดังอย่างคุณโจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ เข้ามานั่งเป็นบอร์ด...