ยุคแห่ง ‘Traffic’ กำลังจะตาย? เมื่อ AI สรุปคำตอบให้ โดยไม่ต้องเข้าเว็บ Reuters ชี้ทราฟฟิกสื่ออาจร่วง 43% ใน 3 ปี

Traffic

รายงานจาก Reuters เผยข้อมูลสำหรับคนทำเว็บและสำนักข่าวทั่วโลก เมื่อผู้บริหารสื่อส่วนใหญ่เริ่มยอมรับว่า "ยุคแห่ง Traffic" ที่พึ่งพาคนคลิกเข้ามาอ่านข่าวจาก Google กำลังจะจบลง และถูกแทนที่ด้วย คำตอบสำเร็จรูปจาก AI

ยอดคนเข้าเว็บลดลง เพราะ AI ตอบให้หมด

ผลสำรวจจากผู้นำองค์กรสื่อ 280 แห่งใน 51 ประเทศ เผยว่ายอดคนเข้าเว็บไซต์ที่มาจาก Search Engine อาจหายไปถึง 43% ภายใน 3 ปีข้างหน้า

สาเหตุหลักมาจากการที่แพลตฟอร์มอย่าง Google เริ่มใช้ AI Overviews (สรุปคำตอบให้ผู้ใช้ทันทีที่หน้าค้นหา) รวมถึงการมาของ Chatbot ต่างๆ ทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านคำตอบจบที่หน้าการค้นหา โดยไม่ต้องคลิกลิงก์เข้ามาอ่านในเว็บอีกต่อไป

ข้อมูลจาก Chartbeat ระบุว่ายอดเข้าชมเว็บข่าวทั่วโลกจาก Google Search ลดลงแล้ว 33% ในปีเดียว โดยเฉพาะคอนเทนต์เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ดารา และการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ในขณะที่ ข่าวที่รายงานสถานการณ์สดหรือข่าววิเคราะห์เหตุการณ์ปัจจุบันยังพอเอาตัวรอดได้บ้าง

ปัจจุบัน Google เริ่มใช้ AI สรุปคำตอบให้คนอ่านเห็นทันทีที่หน้าค้นหา (AI Overviews) ซึ่งพบแล้วถึง 10% ในสหรัฐฯ และกำลังขยายไปทั่วโลก ส่วนยอดคนที่กดลิงก์เข้ามาจาก ChatGPT แม้จะดูเพิ่มขึ้น แต่เอาเข้าจริงก็ยังถือว่าน้อยมากจนแทบไม่มีผลอะไร

เปลี่ยนนักข่าวให้เป็น "Content Creator"

เมื่อคนไม่คลิกเข้ามาอ่านเว็บ ทางรอดคือไปหาผู้ชมในที่ที่พวกเขาอยู่ สื่อจำนวนมากจึงหันไปโฟกัสที่ วิดีโอสั้น บน YouTube และ TikTok

  • 75% ของผู้บริหารสื่อ ระบุว่าจะผลักดันให้นักข่าวปรับพฤติกรรมให้เหมือน Content Creator มากขึ้นภายในปีนี้
  • 50% ของสื่อ วางแผนจับมือกับครีเอเตอร์เพื่อช่วยกระจายข่าวแทนการทำเองทั้งหมด

แนวโน้มนี้ชัดเจนถึงขนาดที่ ทำเนียบรัฐบาลอังกฤษ ภายใต้นายกฯ เคียร์ สตาร์เมอร์ พยายามเข้าถึง Gen Z โดยเชิญอินฟลูเอนเซอร์สายแม่–เด็ก และสายการเงิน เข้าไปพูดคุยกับรัฐมนตรีโดยตรง แทนการพึ่งพาสื่อดั้งเดิม

สรุป 

Nic Newman นักวิจัยอาวุโสจาก Reuters Institute ฟันธงว่า "ยุคแห่งการกวาด Traffic" จาก Search Engine ได้จบลงแล้ว โดยที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าโมเดลธุรกิจใหม่ที่จะมาแทนที่คืออะไร

แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ความสะดวกสบายของ AI Chatbot อาจทำให้คนลืมชื่อสำนักข่าวหรือตัวนักข่าวไปเลย อารมณ์ประมาณ "ถาม AI มา แต่จำไม่ได้ว่าเว็บไหนเขียน" ทำให้หลายค่ายต้องหนีตายด้วยการหันมาใช้ระบบ "สมาชิก" (Subscription) เพื่อสร้างฐานแฟนคลับของตัวเองโดยตรงแทน

แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ AI ยังไงก็เลียนแบบไม่ได้ และเป็นจุดแข็งเดียวที่เหลืออยู่คือ "ความเป็นมนุษย์" ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องที่เข้าถึงอารมณ์ การวิเคราะห์ที่ลึกซึ้ง และความน่าเชื่อถือ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญให้วงการสื่อยังคงยืนหยัดอยู่ได้ในยุคนี้

อ้างอิง: theguardian

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

OpenAI บรรลุข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ภายในคืนเดียวกับที่ Anthropic ถูกแบน พร้อมเงื่อนไขที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ

OpenAI บรรลุข้อตกลงพัฒนาระบบ AI ลับให้เพนตากอน สวนทาง Anthropic ที่ถูกประธานาธิบดีทรัมป์สั่งแบนและตราหน้าเป็นความเสี่ยง เจาะลึกความขัดแย้งและทิศทาง AI ทางทหาร...

Responsive image

ทรัมป์สั่งแบน Anthropic ออกจากระบบลับของกองทัพ! ชี้เป็น 'ภัยคุกคามห่วงโซ่อุปทาน' เหตุไม่ยอมให้ใช้ AI สอดแนมคน

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบน Anthropic และ Claude AI จากกองทัพสหรัฐฯ ชี้เป็นภัยความมั่นคง หลังบริษัทปฏิเสธให้ใช้ AI สอดแนมและคุมอาวุธ กระทบวงการเทคฯ สะเทือนแผน IPO ขณะที่ xAI ของอีลอน มั...

Responsive image

คนไทยใช้เงินซื้อ 'ประสบการณ์' มากขึ้น ดันยอดใช้จ่ายต่างประเทศผ่านทรูมันนี่โต 45%

การฟื้นตัวของการเดินทางต่างประเทศในปี 2569 กำลังสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยอย่างชัดเจน แม้เศรษฐกิจยังมีความผันผวน แต่ความต้องการเดินทางกลับมาเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดหมา...