กระแสการเปลี่ยนงาน เมื่อเหล่ากูรูด้าน AI ลาออกจาก Big Tech ไปตั้งสตาร์ทอัพของตนเอง

แหล่งข่าวจาก Linkedin ได้เปิดเผยถึงกระแสการเปลี่ยนงานของเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ที่ย้ายออกจากองค์กรใหญ่ไปสู่บริษัทสตาร์ทอัพ โดยในปีที่ผ่านมามีผู้บริหารจากยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Meta, OpenAI,  DeepMind ลาออกและก่อตั้งสตาร์ทอัพด้าน AI ขึ้นใหม่จำนวนมาก และในขณะเดียวกันที่บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI จำนวนมากก็พยายามดึงดูดคนเก่งที่มีชั่วโมงบินสูงให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัท และดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มการจ้างงานในสายงาน AI เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ที่มีความสามารถระดับสูง  

กระแสการเปลี่ยนงาน เมื่อเหล่ากูรูด้าน AI ลาออกจาก Big Tech ไปตั้งสตาร์อัพเอง

ด้วยโครงสร้างของการทำงานที่คล่องตัวและความเป็นไปได้ในการเติบโตสูง ทำให้สตาร์ทอัพกลายเป็นจุดหมายปลายทางของคนเก่ง ๆ เพราะมีพื้นที่และโอกาสในสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเป็นเป้าหมายด้านการลงทุนที่มีศักยภาพสำหรับองค์กรใหญ่ๆ  

Inflection AI , Cohere, Adept และ Anthropic ขึ้นชื่อว่าเป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ที่ได้รับทุนสนับสนุนดีที่สุด ซึ่งกำลังแย่งชิงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน AI วิศวกรและนักวิเคราะห์ระดับสูง รวมถึงคนที่มีประสบการณ์จากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่มาบริษัทตน ทั้งสี่ได้รับแรงหนุนจากบริษัท VC นักลงทุน ที่ต้องการทำกำไรจำนวนมาก โดยรวมแล้ว บริษัทเหล่านี้ระดมทุนได้กว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นพวกเขาจึงใช้ทุนมหาศาลในการว่าจ้างพนักงานเก่ง ๆ ไปจนถึงการมอบค่าจ้างตอบแทนให้ในมูลค่าที่สูงกว่าตลาด

Inflection AI

Mustafa Suleyman อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง DeepMind บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Labs) ในเครือ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ได้ ลาออกจากตำแหน่งรองประธานฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ AI บอกลาบทบาทในการดูแลกิจการเกี่ยวกับ AI ทั้งหมดใน Google และเริ่มต้นบทบาทใหม่กับการก่อตั้ง Inflection AI สตาร์ทอัพพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ของ AI ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ AI ที่ช่วยให้มนุษย์สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้นในเดือนมีนาคม 2022 ที่ผ่านมา ร่วมกับ Reid Hoffman ผู้ร่วมก่อตั้ง Linkedin ซึ่งบริษัทสามารถระดมทุนได้แล้วกว่า 225 ล้านดอลลาร์ โดยมีผู้สนับสนุนหลักคือ Greylock Partners VC ที่มีชื่อเสียงในซิลิคอนแวลลีย์ที่เชื่อมั่นในเป้าหมายสตาร์ทอัพรายนี้ว่าจะทำให้ทุกคนสามารถพูดกับคอมพิวเตอร์ในภาษาธรรมดาได้ในที่สุด    

ในช่วงเริ่มแรกที่มีพนักงานไม่ถึง 10 คน Suleyman เริ่มต้นทาบทามและจ้างอดีตเพื่อนร่วมงานหลายคนให้มาทำงานที่ Inflection AI ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Heinrich Kuttler อดีต DeepMinder ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมการวิจัยที่ Meta AI เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกของทีมผู้ก่อตั้งที่ Inflection AI และดูด้านธุรกิจและฝั่งเทคนิค Joe Fenton ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสที่ Google เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกของทีมผู้ก่อตั้งที่ Inflection AI ดูแลด้านผลิตภัณฑ์,  Karen Simonyan อดีตนักวิจัยจาก DeepMind, Rewon Child อดีตนักวิจัยของ Google Brain และ OpenAI,  Maarten Bosma วิศวกรวิจัยที่ Google 

Cohere

สตาร์ทอัพคู่แข่ง Inflection AI ผู้ให้บริการอินเตอร์เฟซสำหรับการ Developer ที่ใช้ AI ในการทำแอพลิเคชันประเภทต่าง ๆ ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดย Aidan Gomez, Ivan Zhang และ Nick Frosst และมี Ed Grefenstette และ Phil Blunsom นักพัฒนาอาวุโสด้าน AI และศิษย์เก่าจาก DeepMind เป็นหนึ่งใน AI Scientists ล่าสุดที่เข้าร่วมกับ Cohere โดยทั้งสองมีหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยจัดตั้งสำนักงาน Cohere แห่งใหม่ในลอนดอน ซึ่งได้กลายเป็นแหล่งรวบรวมและเพาะพันธุ์ผู้มีความสามารถด้าน AI ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจำนวนมาก โดย Cohere ระดมทุนได้ประมาณ 170 ล้านดอลลาร์จากบริษัท Index Ventures และ Tiger Global และกำลังพัฒนาเทคโนโลยี AI สำหรับประมวลภาษา (Natural language Processing: NLP) 

Anthropic

อีกหนึ่งสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดย Dario Amodei หนึ่งในอดีตรองประธานบริหารฝ่ายวิจัย VP จาก OpenAI ผู้ให้บริการ Open Source AI ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก  มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบ AI ที่น่าเชื่อถือและควบคุมได้  โดย Amodei ก่อตั้งบริษัทด้วยความช่วยเหลือจากอดีตพนักงาน OpenAI หลายคน รวมถึง Jack Clark, Tom Brown, Sam McCandlish และ Daniela Amodei น้องสาวของเขา เปิดตัวในปี 2021 และประกาศว่าได้รับเงินจำนวน 124 ล้านดอลลาร์จากกลุ่มนักลงทุน รวมถึง Jaan Tallinn ผู้ร่วมก่อตั้ง Skype และอดีต CEO ของ Google Eric Schmidt ล่าสุดบริษัทประกาศว่าได้ระดมทุนอีก 580 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2022 ที่ผ่านมา 

Adept

อีกหนึ่งสตาร์ทอัพด้าน AI Assistant ที่พึ่งก่อตั้งในปี 2022 เช่นเดียวกัน โดย Adept AI Labs กลุ่มผู้โลดแล่นในวงการ Machine Learning โดยมี David Luan CEO ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นผู้อำนวยการ Google Research และรองประธานบริหารฝ่ายวิศวกรที่ OpenAI, Niki Parmar และ Ashish Vaswani นักวิจัยที่ Google Brain ระดมทุนได้ 65 ล้านดอลลาร์ในช่วงก่อตั้งและกำลังพัฒนาระบบ  General Intelligence ให้มนุษย์ทำร่วมงานระบบ AI เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 


ที่มา 

A.I. gurus are leaving Big Tech to work on buzzy new start-ups

The co-founders of DeepMind and LinkedIn have raised $225 million for their A.I. lab

 

 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก CIC องค์กรที่สร้างระบบนิเวศ เพื่อเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจและนวัตกรรมเข้าด้วยกัน

CIC หรือ Cambridge Innovation Center เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 โดยมีเป้าหมายหลักคือการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมให้กับธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่สตาร์ทอัพ บริษัทที่กำลังเติบโต องค...

Responsive image

32 เครือข่ายร่วมกับ NIA อว. สร้าง 'Medical Innovation Hub' ลดพึ่งพาต่างชาติ ด้วยการสร้างและส่งออกนวัตกรรมการแพทย์เอง

NIA เปิดตัว 32 ภาคีเครือข่ายที่ร่วมยกระดับไทยจาก 'ผู้ให้บริการทางการแพทย์และผู้รับจ้างผลิต' สู่ 'ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ (Medical Innovation Hub)' ที่สามารถออกแบบ พัฒนา และต่อยอด...

Responsive image

ททท. จับมือ Visa เปิดตัว Visa Destinations ดันไทยสู่จุดหมายระดับโลกที่เที่ยวง่าย จ่ายคล่อง

วีซ่าจับมือ ททท. ดันไทยเป็นตลาดแรกและประเทศเดียวในเอเชียแปซิฟิกที่ได้สถานะ Visa Destinations ระดับประเทศ ยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ ครอบคลุม 8 เมืองหลั...