Anthropic เดือด แฉ Alibaba สร้างบัญชีผี 25,000 บัญชี ดูดข้อมูล Claude ไปเทรน AI ของตัวเอง

Anthropic ออกมากล่าวหา Qwen ซึ่งเป็นแล็บวิจัย AI ของ Alibaba ว่ากำลังดำเนินปฏิบัติการ "Distillation" หรือการดูดข้อมูลเพื่อลอกเลียนแบบความสามารถของโมเดล AI สัญชาติอเมริกันครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยรายงานต่อวุฒิสมาชิกและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวว่า Alibaba ใช้บัญชีปลอมเกือบ 25,000 บัญชี เพื่อสูบข้อมูลความสามารถของ Claude ในระดับอุตสาหกรรม

ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน บัญชีปลอมเกือบ 25,000 บัญชีที่เชื่อมโยงกับ Alibaba ได้สร้างบทสนทนากับ Claude ถึง 29 ล้านครั้ง เพื่อเจาะจงลอกเลียนความสามารถด้านการเขียนโค้ด และการใช้เหตุผลขั้นสูง ซึ่งเป็นทักษะที่ทำเงินได้มากที่สุดของโมเดล

นี่เป็นครั้งแรกที่ Anthropic เอ่ยชื่อบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของจีนชัดเจน ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ เคยมีกรณีของสตาร์ทอัพจีนอย่าง DeepSeek, MiniMax และ Moonshot AI ที่รวมกันใช้บัญชีผี 24,000 บัญชี สร้างบทสนทนา 16 ล้านครั้ง ซึ่งแคมเปญของ Alibaba ลำพังเพียงเจ้าเดียวก็มีปริมาณแซงหน้าทั้งสามบริษัทรวมกันไปแล้ว

หุ้น ADR ของ Alibaba ร่วงลงกว่า 3% ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ทันทีหลังข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป

‘Distillation’ คืออะไร ทำไมวงการ AI ถึงหวาดกลัว?

Distillation คือเทคนิคการป้อนคำสั่ง ที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยลเข้าไปใน AI ระดับแนวหน้า เพื่อเก็บรวบรวมคำตอบที่ได้ จากนั้นนำข้อมูลเหล่านั้นไปเทรนให้กับระบบ AI คู่แข่งที่มีต้นทุนถูกกว่า เพื่อให้มีความสามารถใกล้เคียงกับต้นฉบับ

ทำเนียบขาวได้ประกาศเตือนตั้งแต่เดือนเมษายนว่าเทคนิคนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยผู้อำนวยการ OSTP อย่าง Michael Kratsios ได้ออกบันทึกข้อตกลงเพื่อให้รัฐบาลแชร์ข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับพฤติกรรมนี้กับแล็บ AI ในสหรัฐฯ ซึ่ง Anthropic ระบุว่า ปฏิบัติการของ Alibaba เกิดขึ้นหลังจากมีประกาศเตือนนี้เสียอีก ถือเป็นการท้าทายรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

ปัจจุบัน Alibaba ยังคงปิดปากเงียบกับข้อกล่าวหานี้ ขณะที่โฆษกของ Anthropic ปฏิเสธที่จะลงรายละเอียดลึก ๆ แต่เน้นย้ำว่า รัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมต้องร่วมมือกันจัดการปัญหานี้

สถานการณ์นี้ยิ่งซ้ำเติม Alibaba ในวอชิงตันให้หนักขึ้นไปอีก เพราะเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา เพนตากอนเพิ่งขึ้นบัญชีดำ Alibaba ในฐานะ "บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการทหารของจีน" (ซึ่ง Alibaba เพิ่งยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อขอถอดชื่อออกไปหมาด ๆ) ข้อกล่าวหาเรื่องการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาด้าน AI ในครั้งนี้ จึงเหมือนเป็นการเปิดศึกหน้าที่สอง ที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ว่า Alibaba ไม่ได้แค่มีเอี่ยวกับกองทัพ แต่ยังขโมยเทคโนโลยีอเมริกันอย่างเป็นระบบอีกด้วย

ข้อเรียกร้องและกฎหมายที่กำลังตามมา

ในจดหมายของ Anthropic มีการเตือนว่า การดูดข้อมูลแบบนี้ทำให้แล็บจีนสามารถโคลนนิ่ง AI ระดับท็อปได้ด้วยต้นทุนเพียงเศษเสี้ยว แถมโมเดลที่ได้ยังมักจะขาดระบบป้องกันความปลอดภัย (Safety Guardrails) อีกด้วย บริษัทจึงเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์

  1. ปรับปรุงกฎหมายต่อต้านการผูกขาด เพื่อให้บริษัท AI สหรัฐฯ แชร์ข้อมูลภัยคุกคามกันได้ง่ายขึ้น
  2. สนับสนุนการควบคุมการส่งออก ชิป AI ขั้นสูง
  3. ลงโทษ บริษัทที่ใช้เทคนิค Distillation

ในขณะเดียวกัน ฝั่งสภาก็เริ่มขยับ วุฒิสมาชิก Bill Hagerty และ Andy Kim เตรียมเสนอแก้กฎหมายเพื่อคว่ำบาตรบริษัทจีนที่แอบเข้าถึงข้อมูล AI สหรัฐฯ อย่างไม่เหมาะสม โดยมีสภาผู้แทนราษฎรรับลูกเตรียมผลักดันร่างกฎหมายที่คล้ายคลึงกัน

จังหวะเวลานี้มีความอ่อนไหวต่อ Anthropic อย่างมาก เพราะบริษัทเพิ่งระดมทุน Series H จนมีมูลค่าพุ่งแตะ 9.65 แสนล้านดอลลาร์ และกำลังเตรียมตัวยื่น IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ การที่คู่แข่งจากจีนขโมยเทคโนโลยีไปสร้างของถูกกว่าเพื่อแย่งลูกค้า ถือเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจระดับหมื่นล้านดอลลาร์ตามที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ประเมินไว้

อย่างไรก็ตาม Anthropic เองก็กำลังมีประเด็นขัดแย้งกับรัฐบาลทรัมป์อยู่เช่นกัน หลังจากกระทรวงพาณิชย์สั่งบล็อกไม่ให้ชาวต่างชาติเข้าถึงโมเดล Fable 5 และ Mythos 5 ของบริษัทด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ซึ่งทำให้ Anthropic ต้องจำใจปิดการให้บริการและยังเจรจาไม่เป็นผล

Anthropic กำลังติดอยู่ตรงกลาง ระหว่างการร้องขอให้รัฐบาลจัดการกับจีนที่มาขโมยเทคโนโลยี แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องต่อสู้กับรัฐบาลเดียวกันที่พยายามจำกัดการขายโปรดักส์ของตนเอง

คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าวอชิงตันจะตัดสินใจอย่างไร เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ Anthropic เท่านั้น แต่มันคือการกำหนดมาตรฐานใหม่ว่า สหรัฐฯ จะสร้างพรมแดนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้กับ AI ได้อย่างไร ในยุคที่เทคโนโลยีระดับโลกสามารถถูกก๊อปปี้และขโมยได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ด้วยการพิมพ์แค่ Prompt คำถามเท่านั้น

อ้างอิง: thenextweb

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ศรีจันทร์ฯ กำไรสุทธิโต 34% ยอดขายทะลุ 2,055 ล้านบาท ประกาศไม่ขึ้นราคาสินค้ากลางวิกฤต พร้อมทุ่ม R&D หนักที่สุดเพื่อบุกอาเซียน

ศรีจันทร์สหโอสถกำไรสุทธิโต 34% ยอดขายทะลุ 2,055 ล้านบาท ประกาศไม่ขึ้นราคาสินค้ากลางวิกฤต พร้อมถอดกลยุทธ์ T-Beauty ทั้งครีมซองที่โต 45.3% Fandom Marketing และแผนบุกอาเซียน ภายใต้แนว...

Responsive image

หมดยุครอเวลาราชการ 'D-Value' ฟีเจอร์ประเมินราคาที่ดินออนไลน์ ออกไฟล์รับรอง 'สำเนาถูกต้อง' ส่งเข้าเมลใน 10 นาที

กรมธนารักษ์ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ 'D-Value' รับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย” ซึ่งเป็นบริการที่รัฐจัดให้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งย...

Responsive image

ภาพใหม่ของจีนในยุค China Opportunity 2.0 สรุป Keynote จาก Li Qiang ในงาน Summer Davos 2026

บนเวที Summer Davos 2026 ที่เมืองต้าเหลียน Li Qiang นายกรัฐมนตรีจีน ได้ขึ้น Keynote สำคัญเพื่ออธิบายเศรษฐกิจจีนผ่าน 4 คำ คือ Stability, Innovation, Dynamism และ Integration...