สหรัฐฯ ยังใช้ Anthropic โจมตีอิหร่าน หลังทรัมป์สั่งแบน แหล่งข่าวแฉนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำ เคยใช้จับกุม นีโคลัส มาดูโร มาก่อน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่คนทั่วโลกและชาว Silicon Valley ต้องจับตามอง เมื่อมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ใช้เทคโนโลยี AI จาก Anthropic สตาร์ทอัพระดับ Unicorn คู่แข่งสำคัญของ OpenAI ในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นแบบสด ๆ ร้อน ๆ หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งแบนการใช้งานเทคโนโลยีของบริษัทนี้ในหน่วยงานรัฐบาลทั้งหมด

เกิดอะไรขึ้นใน 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา?

  • 27 ก.พ. 2026 ทรัมป์โพสต์ Truth Social สั่งหน่วยงานรัฐหยุดใช้ Anthropic ทันที หลังดีลมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กับเพนตากอนล่ม เพราะ Anthropic ปฏิเสธไม่ให้กองทัพใช้ AI ในการสอดแนมประชาชนหรือสร้างอาวุธอัตโนมัติ
  • 28 ก.พ. 2026 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มฐานที่มั่นในอิหร่าน โดย The Wall Street Journal รายงานว่ากองบัญชาการกลาง (CENTCOM) ยังคงใช้ Claude AI ในการวิเคราะห์เป้าหมายและจำลองฉากทัศน์การรบ แม้จะมีคำสั่งแบนออกมาแล้ว
  • 1 มี.ค. 2026 รมว.กลาโหม Pete Hegseth ตอกย้ำด้วยการประกาศให้ Anthropic เป็น Supply Chain Risk (ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน) ซึ่งเป็นฉลากที่ปกติสงวนไว้ใช้กับบริษัทจากประเทศศัตรูเท่านั้น

และนี่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ AI ของ Anthropic ถูกนำไปใช้ในสมรภูมิ เพราะก่อนหน้านี้ Claude AI เคยถูกใช้ในภารกิจจับกุม นีโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลามาแล้ว

จุดแตกหักระหว่าง Dario Amodei vs Pentagon

ชนวนเหตุของความขัดแย้งนี้เกิดจากกำแพงด้าน AI Ethics โดย Dario Amodei CEO ของ Anthropic ปฏิเสธข้อเรียกร้องของเพนตากอนที่ต้องการให้กองทัพเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้อย่างไม่มีเงื่อนไข

ทรัมป์ตอบโต้อย่างดุเดือดโดยตราหน้าพนักงาน Anthropic ว่าเป็นพวกซ้ายจัด Left-wing nut jobs พร้อมพูดว่า

"ความเห็นแก่ตัวของพวกเขากำลังทำให้ชีวิตคนอเมริกันตกอยู่ในอันตรายและความมั่นคงของชาติสั่นคลอน เราไม่ต้องการมัน และจะไม่ทำธุรกิจกับพวกเขาอีก"

ในฝั่งของ Anthropic ได้ออกมาแถลงการณ์สวนกลับทันที โดยระบุว่าเตรียมท้าทายคำสั่งของรัฐบาลในชั้นศาล กรณีที่ถูกระบุว่าเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยยืนยันว่า การกดดันจากรัฐบาลจะไม่เปลี่ยนจุดยืนของบริษัทในเรื่องการสอดแนม หรือการพัฒนาอาวุธอัตโนมัติ

การใช้อำนาจนี้ไม่มีฐานรองรับทางกฎหมายที่ชัดเจน และเป็นบรรทัดฐานที่อันตรายต่อภาคธุรกิจอเมริกัน แม้ทรัมป์จะสั่งแบน แต่ในความเป็นจริงเทคโนโลยีของ Anthropic ได้ฝังรากลึกอยู่ในระบบของกระทรวงกลาโหม (ซึ่งทรัมป์เรียกว่า Department of War) จนต้องให้ระยะเวลา Phase-out นานถึง 6 เดือน

ศึกครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุค Sovereign AI หรือ AI เพื่อความมั่นคง โดยมีรายงานว่าเพนตากอนเริ่มขยับดีลกับ xAI ของ Elon Musk และ OpenAI ของ Sam Altman เพื่อเข้ามาแทนที่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในอนาคตอันใกล้ โมเดล AI ที่จะรุ่งเรืองในหน่วยงานรัฐอาจไม่ใช่โมเดลที่ฉลาดที่สุด แต่เป็นโมเดลที่ยอมโอนอ่อนตามนโยบายรัฐมากที่สุดนั่นเอง

อ้างอิง: engadget, ndtv

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ไทยต้องเตรียมรับแรงกระแทกด้านไหน อย่างไร เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลาม และอิหร่านปิด Strait of Hormuz

สรุปจากการรับฟังทีมผู้บริหาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เผยข้อมูล ผลกระทบ ฉากทัศน์ ฯลฯ อันเป็นผลสืบเนื่องจากสงครามในอิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่ส่งแรง...

Responsive image

LINE SCALE UP สนับสนุน Venture Spark Cohort 2: เปิดโอกาสเข้าถึงผู้ใช้กว่า 56 ล้านคนในประเทศไทย ร่วมกับ depa, ExpresSo NB และ InnoSpace (Thailand)

Venture Spark เปิดตัว Cohort 2 จับมือ LINE SCALE UP มอบโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้าถึงผู้ใช้ 56 ล้านคน พร้อมรับการสนับสนุนจาก depa, ExpresSo NB และ InnoSpace เพื่อเร่งการเติบโตและระดมทุนร...

Responsive image

Tellscore เปิดตัว 'Content Score' เครื่องมือวิเคราะห์คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็น 'คำตอบ' สำหรับนักการตลาด

Tellscore เปิดตัว Content Score เครื่องมือวิเคราะห์คอนเทนต์โซเชียลมีเดียเชิงลึกด้วย RACE Funnel เจาะดาต้าอารมณ์ผู้ชม เปรียบเทียบคู่แข่ง พร้อมหาฐานลูกค้าใหม่ ตัวช่วยที่นักการตลาดและ...