
เม็ดเงินลงทุนกว่า 66,000 ล้านบาทกำลังไหลเข้าประเทศไทย ตั้งแต่โรงงานกาแฟของ Nestlé ไปจนถึง Data Center ที่ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) สำหรับงาน AI จากญี่ปุ่น และที่น่าจับตาไม่แพ้ตัวเลขการลงทุนคือ ภาครัฐไทยตัดสินใจตั้งกลไกใหม่ขึ้นมา 'กลั่นกรองโครงการ Data Center ก่อนยื่นขอรับการส่งเสริม' เพื่อรับมือกับความต้องการพลังงานและน้ำที่จะพุ่งสูงขึ้นตามคลื่นการลงทุนดิจิทัล
คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมีคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร ขนส่งทางอากาศ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Hosting) และพลังงานหมุนเวียน พร้อมเห็นชอบให้ขยายบทบาทคณะอนุกรรมการด้านพลังงานให้ครอบคลุมการกลั่นกรองโครงการ Data Center อย่างรอบด้าน

โครงการที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุดคือ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่จะลงทุน 22,935 ล้านบาท ตั้งฐานการผลิตกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ NESCAFÉ ที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตามมาด้วยบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับอนุมัติ 2 โครงการ มูลค่ารวม 14,326 ล้านบาท สำหรับขยายกิจการขนส่งทางอากาศผ่านการเช่าเครื่องบินโดยสาร 8 ลำ รองรับเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ฝั่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ บริษัท ดาต้าเซคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ Datasection Inc. ผู้นำด้านศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยี AI จากญี่ปุ่น ที่จะลงทุน 7,831 ล้านบาทในกิจการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล โดยติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ GPU สมรรถนะสูงในศูนย์ข้อมูลที่จังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพฯ เพื่อรองรับบริการด้าน AI และธุรกิจดิจิทัล
อีกกลุ่มที่สะท้อนการขยับของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกมายังไทยคือผู้ผลิตวัตถุดิบสำหรับแผงวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board: PCB) ถึง 3 ราย เริ่มจากบริษัท ดูซาน อิเลคโทร-แมททีเรียลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือ Doosan Corp. กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (แชโบล) จากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มวัสดุ Non-Flow Prepreg จะลงทุน 6,000 ล้านบาท ผลิตวัสดุพรีเพร็ก (Prepreg) และแผ่นลามิเนตเคลือบทองแดง (Copper Clad Laminate: CCL) ที่จังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่บริษัท ไต้หวัน ยูเนี่ยน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตวัตถุดิบ PCB สำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI และ Data Center จากไต้หวัน จะลงทุน 6,300 ล้านบาท ผลิตสินค้ากลุ่มเดียวกันที่จังหวัดชลบุรี และบริษัท ฟูลเทค ไฟเบอร์ กลาส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตผ้าใยแก้ว (Glass Fiber Fabric) รายใหญ่จากไต้หวัน จะลงทุน 3,310 ล้านบาท ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อผลิตวัตถุดิบต้นน้ำที่จะถูกนำไปผลิตเป็น CCL และ PCB ต่อไป
ปิดท้ายด้วยพลังงานหมุนเวียน โดยบริษัท ลมรักษ์ กรีนเอ็นเนอร์จี จำกัด ได้รับอนุมัติ 2 โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม กำลังผลิตรวม 120 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนรวม 5,618 ล้านบาท ที่จังหวัดลพบุรี

ความเคลื่อนไหวเชิงนโยบายที่สำคัญของการประชุมครั้งนี้คือ การยกระดับ 'คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน' เป็น 'คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการ Data Center' โดยมีคุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน และมีบีโอไอกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นฝ่ายเลขานุการร่วม กลไกนี้จะพิจารณาโครงการ Data Center อย่างรอบด้านก่อนที่ผู้ลงทุนจะยื่นขอรับการส่งเสริม ทั้งด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์แก่ประเทศ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าจากการประชุมคณะอนุกรรมการชุดเดิมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งวางกรอบงานเร่งด่วนไว้ 7 ด้าน ตั้งแต่การกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่สำหรับ Data Center โดยเฉพาะ เพื่อให้อัตราค่าไฟสะท้อนต้นทุนการจัดหาพลังงานอย่างเหมาะสม การกำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้สอดคล้องกับแผนประเทศ การส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดผ่านกลไกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) การจัดทำหลักเกณฑ์การวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า การศึกษารูปแบบการจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูงโดยตรงแก่ Data Center รายใหญ่ การเร่งลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า ไปจนถึงการจัดทำแผนที่พลังงานและน้ำ (Power & Water Map) เพื่อใช้กำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุน
"บีโอไอให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อเตรียมความพร้อมปัจจัยรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมดิจิทัล AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีแนวโน้มจะเข้ามาลงทุนมากขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้พลังงานและน้ำในอัตราสูงตามไปด้วย ภาครัฐจึงจำเป็นต้องร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการวางแผนพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสม ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว" คุณนฤตม์กล่าว
ทั้ง 9 โครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วจากที่ประชุมบอร์ดบีโอไอเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ขณะที่คณะอนุกรรมการชุดใหม่จะเข้ามาทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการ Data Center ที่จะยื่นขอรับการส่งเสริมนับจากนี้ เพื่อสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลก
ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ฉบับที่ 104/2569 วันที่ 8 กรกฎาคม 2569
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด