ออสเตรเลียกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกอีกครั้ง ล่าสุดรัฐบาลออสเตรเลียเตรียมงัดไม้แข็งใส่ Google, Meta และ TikTok ด้วยร่างกฎหมายใหม่ที่ชื่อว่า News Bargaining Incentive ซึ่งคือกฎหมายบังคับแบ่งเค้ก
รัฐบาลออสเตรเลียมองว่า แพลตฟอร์มอย่าง Google (ที่คนใช้ค้นหาข่าว), Meta (ที่คนแชร์ข่าวบน FB/IG) และ TikTok (ที่คนดูสรุปข่าว) กำลังตักตวงผลประโยชน์ฟรี ๆ จากหยาดเหงื่อของนักข่าว เพราะคอนเทนต์ข่าวช่วยให้คนอยู่ในแพลตฟอร์มนานขึ้น และแพลตฟอร์มก็ขายโฆษณาได้เงินมหาศาล

ด้านองค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลีย ทั้ง Nine Entertainment, ABC และ News Corp Australia ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า แผนนี้คือ "ก้าวสำคัญในการปกป้องอนาคตของข่าวออสเตรเลีย" โดยย้ำว่าหากแพลตฟอร์มไม่จ่ายค่าคอนเทนต์ที่ตนเองนำไปแสวงหาผลกำไร วิชาชีพสื่อสารมวลชนก็จะไม่สามารถอยู่รอดได้
ฝั่งบริษัทเทคโนโลยี เช่น Meta โต้แย้งว่าแนวคิดที่ว่าตนขโมยเนื้อหาข่าวเป็นเรื่องผิดโดยสิ้นเชิง และเตือนว่านโยบายนี้จะทำให้สื่อท้องถิ่นต้องพึ่งพาสวัสดิการจากรัฐ พร้อมมองว่านี่เป็นเพียงภาษีบริการดิจิทัลที่แฝงมาในรูปแบบอื่น
ส่วน Google แสดงท่าทีคัดค้านโดยระบุว่า "เราปฏิเสธความจำเป็นในการเก็บภาษีนี้" แม้จะอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่างกฎหมายก็ตาม และ TikTok ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในขณะนี้
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการปรับปรุงกฎหมายเดิมปี 2021 ที่รัฐบาลมองว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Meta เคยตอบโต้ด้วยการระงับการแชร์เนื้อหาข่าวในออสเตรเลียชั่วคราว
รัฐบาลออสเตรเลียไม่ได้ต้องการเงินภาษี แต่ต้องการบีบให้ Big Tech ยอมจ่ายเงินให้คนทำข่าว เพื่อรักษาระบบนิเวศของสื่อสารมวลชนให้ยังอยู่รอดได้
การเดิมพันครั้งนี้ของออสเตรเลียเป็นการประกาศชัดว่าคอนเทนต์มีราคา และแพลตฟอร์มที่สร้างรายได้จากคอนเทนต์ผู้อื่นต้องจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งหากโมเดลนี้สำเร็จ เราอาจเห็นประเทศอื่น ๆ นำโมเดลนี้ไปปรับใช้เพื่อกอบกู้วงการสื่อที่กำลังวิกฤต
อ้างอิง: asia.nikkei
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด