สรุปกำไรสุทธิปี 2563 ของ 6 ธนาคารพาณิชย์แห่งใหญ่ในไทย | Techsauce

สรุปกำไรสุทธิปี 2563 ของ 6 ธนาคารพาณิชย์แห่งใหญ่ในไทย


ผ่านไปแล้วสำหรับปี 2563 ช่วงเวลาถัดไปคือการประกาศผลประกอบการประจำปี แน่นอนว่ากลุ่มแรกที่ต้องออกมาโชว์ผลงานก่อนใครเพื่อนก็คือกลุ่มธนาคารพาณิชย์นั้นเอง วันนี้ Techsauce จึงขอรวบรวมผลประกอบการในปีที่ผ่านมาของ 6 ธนาคารใหญ่ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

ธนาคารกรุงเทพ 

ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ ปี 2563 จำนวน  17,181ล้านบาท ปรับตัวลดลง 52.03% จากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ จำนวน 35,816 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากธนาคารตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จำนวน 31,196ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ที่ร้อยละ 181.6  เป็นการเตรียมความพร้อมตามหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจที่หดตวัจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 

ขณะที่ในปี 2563 ธนาคารกรุงเทพและบริษทัย่อยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ8.4จากปี 2562 มามาอยู่ที่ 77,047 ล้านบาท เป็นผลจากการรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารเพอร์มาตา โดยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.25 ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิและรายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง สาเหตุหลักจากค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อและรายได้จากเงินลงทุน จากการนำมาตรฐานกลุ่มเครื่องมือทางการเงินฉบับใหม่(ฉบับที่9) มาถือปฏิบัติกับงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2563

ธนาคารกรุงไทย 

ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานในปี 2563 เท่ากับ 68,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 จากช่วง เดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ในระดับเดียวกันกับปี 2562 ท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้ดอกเบี้ยพิเศษที่เพิ่มขึ้น (“รายได้ดอกเบี้ยพิเศษ” จากเงินให้สินเชื่อจากการได้รับเงินบางส่วนจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินหลักประกันจำนอง)

อย่างไรก็ตาม ธนาคารและบริษัทย่อยได้ทยอยตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับที่สูง จำนวน 44,903 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 88.6จากหนี้สูญหนี้สงสัยจะสูญฯ ในปี2562โดยพิจารณาอย่างรอบคอบถึงปัจจัยแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและมีความไม่แน่นอนสูงที่อาจส่งผลต่อคุณภาพสินเชื่อ ทำให้อัตราส่วน Coverage Ratio ณ 31 ธันวาคม 2563 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 147.3 จากร้อยละ 131.8 ณ วันที่ 31ธันวาคม 2562 ควบคู่กับการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารโดยมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพก่อนหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อรวม (NPLsRatio-Gross) เท่ากับร้อยละ 3.81 ลดลงจากร้อยละ 4.33 ณ 31 ธันวาคม 2562

จากผลประกอบการดังกล่าวและการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับสูงส่งผลให้ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร เท่ากับ 16,732 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 42.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ธนาคารกรุงศรี 

ธนาคารมีกำไรสุทธิปี 2563 จำนวน  23,040 ล้านบาท ลดลงจํานวน 3,901 ล้านบาท หรือร้อยละ 14.5 จากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ จำนวน 32,748  ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของการตั้งสํารองตามค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) และ ManagementOverlay ภายใต้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 จากการหดตัวอย่างรุนแรงของภาวะเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 

ทั้งนี้หากรวมรายการพิเศษในปี 2562 (การบันทึกกําไรจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นของ บริษัท เงินติดล้อ จํากัด (มหาชน) และค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับประมาณการหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากกการชดเชยกรณีพนักงานเกษียณและเลิกจ้างตามการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน) กําไรสุทธิลดลงจํานวน 9,709 ล้านบาท หรือร้อยละ 29.6 จากปี 2562

ในฐานะธนาคารพาณิชย์ที่มีความสําคัญเชิงระบบ ในปี 2563 กรุงศรีดําเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินสําหรับลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อยที่ประสบปัญหาทางการเงินจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเงินให้สินเชื่อตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อลดภาระดอกเบี้ยของลูกค้า นอกจากนั้นธนาคารได้มีมาตรการเชิงรุกในการให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งการพักชําระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย การปรับลดดอกเบี้ย การขยายระยะเวลาผ่อนชําระ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และการปรับโครงสร้างหนี้สําหรับลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบ 

ธนาคารกสิกรไทย 

ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2563จำนวน 29,487ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 9,240 ล้านบาทหรือ 23.86% ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ธนาคารและบริษัทย่อยใช้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องในการพิจารณาสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss: ECL) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 9,536 ล้านบาท หรือ 28.04% ซึ่งเป็นการตั้งสำรอง ฯ ตั้งแต่ในครึ่งแรกของปีเป็น จำนวนรวม 32,064 ล้านบาท เนื่องจาก ความไม่แน่นอนในระดับสูงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควดิ-19 ที่มีผลกระทบที่รุนแรงทั้งในและต่างประเทศอันเป็นวกิฤตการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในลักษณะนี้มาก่อนรวมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการของทางการที่ให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลูกค้า 

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในครึ่งปีหลังที่มาตรการช่วยเหลือลูกค้าทยอยสิ้นสุดลงลูกค้ายังสามารถผ่อนชำระได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้รวมทั้งในปลายไตรมาส 4 มีการแพร่ระบาดของโควิด-19ระลอกใหม่ก็ตาม 

ธนาคารได้มีการทบทวนประเมินความเพียงพอของสำรองฯ พบว่าการตั้งสำรองฯในสามไตรมาสที่ผ่านมาอยุ่ในระดับที่เพียงพอแล้ว ธนาคารจึงพิจารณาตั้งสำรองฯในไตรมาส 4 ในระดับที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงสามไตรมาสของปีโดยเมื่อรวมการตั้งสำรองในปี 2563 จำนวนทั้งสิ้น 43,548 ล้านบาท ท ซึ่งถือเป็นระดับที่สามารถรองรับความเสียหายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน

ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น จำนวน 6,334 ล้านบาท หรือ 6.17%  ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยและการปรับลดอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินทำให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.27%

ธนาคารทหารไทย

ธนาคารทหารไทยประกาศกำไรสุทธิปี 2563 อยู่ที่ 10,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.0 จากปี 2562  ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่  7,222 ล้านบาท ถึงแม้ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2563 จพหดตัวอย่างรุนแรงท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของ COVID-19โดยมีการฟื้นตัวยังคงเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ธนาคารยังคงมีการเติบโตของสินเชื่อและเงินฝากอย่างระมัดระวังเพื่อมั่นใจในคุณภาพของพอร์ตจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 รอบใหม่ในประเทศและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง ขณะที่ เงินฝากเพื่อออมหลักที่มีคุณภาพเติบโตได้เป็นอย่างดีในสภาวะอัตราดอกเบี้ยขาลง รายได้ดอกเบี้ยและส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยปรับตัวดีขึ้นสอดคล้องกับกลยุทธ์ของธนาคารในการปรับโครงสร้างงบดุลให้เหมาะสมจากการรวมกิจการกับธนาคารธนชาต การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการรับรู้ประโยชน์ด้านต้นทุนสะท้อน PPOP ที่ปรับตัวดีขึ้นการปรับปรุงพอร์ตสินเชื่อยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายของธนาคารภายหลังรวมกิจการ ทีเอ็มบียังคงความรอบคอบและตั้งสำรองฯ ในระดับสูง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 2.50

ทั้งนี้ ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิรอบ 12 เดือนปี 2563 เป็นจ นวน 53,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 100.3 เมื่อเทียบกีบปี 2562 เป็นผลจากการปรับโครงสร้างงบดุลให้มีความเหมาะสมด้วยการลดสัดส่วนเงินฝากต้นทุนสูงส่งผลให้ต้นทุนเงินฝากของธนาคารภายหลังรวมกิจการลดลง

*งบการเงินดังกล่าวได้รวมผลประกอบการของธนาคารธนชาตแล้ว

ธนาคารไทยพาณิชย์  

ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศผลกำไรสุทธิประจำปี 2563 จำนวน 27,218 ล้านบาท ลดลง 33% จากปีก่อน เป็นผลจากการตั้งสำรองที่สูงขึ้น โดยในปี 2563 ธนาคารได้ตั้งสำรองจำนวน 46,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจของการแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองมีจำนวน 80,437 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน (ไม่รวมกำไรพิเศษครั้งเดียวจากการขายหุ้นในบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตในปีก่อน) ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่แข็งแกร่งและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ 

ด้าน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2563 มีจำนวน 96,899 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลายครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี ในขณะที่สินเชื่อโดยรวมขยายตัว 7% จากปีก่อน จากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจขนาดใหญ่และการสนับสนุนสินเชื่อซอฟท์โลนให้กับลูกค้าธุรกิจ

ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 47,869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน (ไม่รวมกำไรพิเศษครั้งเดียวจากการขายหุ้นในบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตในปี 2562) โดยรายได้จากธุรกิจการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านธนาคารและธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายหลังจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองในช่วงปลายเดือนมิถุนายน


ข้อมูลจาก : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

RELATED ARTICLE

Responsive image

7 กรรมการผู้ตัดสิน เฟ้นหา ‘สุดยอดนวัตกรรม e-Office’ ยกระดับ SMEs ไทย ใน Hackathon: Finding the Best Enabler

รวมผู้เชี่ยวชาญผู้มากด้วยประสบการณ์จากหลายสาขา หลากหลายแวดวงธุรกิจและหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ตัดสินชี้ขาด สุดยอดนวัตกรรมเพื่อ SMEs ไทย...

Responsive image

Circle ผู้ออกเหรียญ USDC มีแผนจะตั้ง Hub ในสิงคโปร์ ขยายตลาด Stable Coin ฝั่งเอเชีย

Circle ผู้ออกเหรียญ USDC ที่เป็นเหรียญ Stable Coin ออกมาประกาศ เตรียมจะลงทุนเพิ่มในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในเอเชีย ตั้งเป้าจะเปิด Hub ในสิงคโปร์ เพิ่มฐานผู้ใช้งาน Stable Coin ในเอเชีย...

Responsive image

Gartner เผย 12 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์มาแรงในปี 2022 ที่องค์กร ธุรกิจจะต้องจับตามอง

Gartner Inc. เผยเทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์มาแรงที่องค์กรธุรกิจต้องจับตาดูและศึกษาเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในปี 2022...