กรุงไทยเดินหน้าพัฒนาบริการผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน

คุณปิยภักดิ์ ศรีเจริญ รักษาการอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานเปิดงาน “Blockchain in Banking Industry and Trade Finance” โดยศาสตราจารย์ Shyamasundar ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนจากมหาวิทยาลัยบอมเบย์ และนวัตกรชั้นนำด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนจากอินเดียได้ร่วมบรรยาย ให้กับผู้แทนสถาบันการเงิน โดยมี ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย นายชัยภัทร ศรีวิสารวาจา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ ให้การต้อนรับ ภายในงานยังมีพันธมิตรชั้นนำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากประเทศไทย เช่น ซินเน็ค ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ สบายเทคโนโลยี เอสอี ดิจิทัล เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ ที่โรงแรม เจดับบลิว แมริออท สุขุมวิท เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562

คุณปิยภักดิ์ เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบาย “Act West” ที่ต้องการกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยและอินเดียให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต นวัตกรรมเทคโนโลยีบล็อกเชนมีความสำคัญและสามารถนำมาปรับใช้ในอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารเพื่อเพิ่มความสำเร็จมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังนำมาใช้บริหารจัดการด้านการค้ากับคู่ค้าในระดับสากล โดยเฉพาะการรับชำระเงิน ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมด้านนี้สามารถเรียนรู้จากอินเดีย มีชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการคิดค้นนวัตกรรม นำมาพัฒนาและต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกัน

ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยได้พัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าร่วมโครงการ National Digital ID – Blockchain Platform ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในการยืนยันตัวตน เพื่อเปิดบัญชีด้วยการสแกนใบหน้า (Facial Recognition) ผ่านแอปพลิเคชั่นกรุงไทย NEXT

นอกจากนี้ธนาคารยังร่วมลงทุนใน Blockchain Community Initiative (BCI) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาระบบบล็อกเชนกลางในภาคธนาคาร เพื่อให้บริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์บนระบบบล็อกเชน โดยลูกค้าสามารถขอ Electronic Letter of Guarantee (LG ) ผ่านช่องทางของธนาคาร ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Professor R.K.Shyamasundar JC Bose National Fellow & Distinguished Visiting Professor Indian Institute of Technology Bombay กล่าวว่า บล็อกเชนเป็นตัวกลางที่ช่วยรวบรวมฐานข้อมูลทำให้ผู้ที่มีบัญชีสามารถใช้งานร่วมกันได้ง่ายขึ้น โดยทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ไม่ต้องมีตัวกลาง มีความโปร่งใส ปลอดภัยสูง ปลอมแปลงได้ยาก เนื่องจากการแก้ไขข้อมูลต้องทำโดยผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น นอกจากนี้ระบบยังมีการอัพเดทข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการทำธุรกรรมมากกว่ารูปแบบเดิม

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

depa-IBM-กระทรวงดีอี รวมตัวดึงนักวิจัย มหาลัย ผู้พัฒนาเทค และหน่วยงานรัฐ สร้าง Quantum Ecosystem ให้ประเทศไทย

เมื่อคอมพิวเตอร์ทั่วไปถอดรหัสใช้ 4.7 พันล้านปี แต่ควอนตัมทำเสร็จใน 8 ชม. เจาะลึกบทบาท depa x IBM ดัน Thailand Quantum Readiness ปูทางสร้าง Ecosystem ในก่อนสายเกินแก้...

Responsive image

อว. เปิดแนวทาง Talent Mobility เปิดทางอาจารย์ นักวิจัย และบุคคลากร ย้ายข้ามมหาวิทยาลัยได้โดยสิทธิและความก้าวหน้าไม่สะดุด

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ออกประกาศแนวทางการเคลื่อนย้ายหรือการแลกเปลี่ยนบุคลากร พ.ศ. 2569 เปิดทางให้อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในสังกัดไปปฏิบัติงานช...

Responsive image

BOI ยันไม่เอื้อต่างชาติ ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยได้สิทธิเท่ากัน พิจารณาที่คุณภาพ ไม่ใช่สัญชาติ ไทยมีสิทธิเต็มที่ ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ EV

บีโอไอยืนยันมาตรการส่งเสริมเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ โดยพิจารณาจากคุณภาพของโครงการ ที่ผ่านมาส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจอย...