BlueBik เตรียมเปิดตัว บลูบิค วัลแคน รองรับ Digital Delivery หลังปิดดีลควบรวมกิจการ MFEC ก้าวขึ้นแท่นผู้นำตลาด DX | Techsauce

BlueBik เตรียมเปิดตัว บลูบิค วัลแคน รองรับ Digital Delivery หลังปิดดีลควบรวมกิจการ MFEC ก้าวขึ้นแท่นผู้นำตลาด DX

BlueBik คาดผลประกอบการปี 66 โตสุดแกร่งทะลุ 1,000 ล้านบาท ขึ้นแท่นที่ปรึกษาชั้นนำที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมากถึง 800 ชีวิต หลังปิดดีลควบรวมกิจการใหญ่ ตุนแบ็คล็อกแน่นกว่า 600 ล้านบาทตั้งแต่ต้นปี  

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำผู้ให้บริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแบบครบวงจร เตรียมเปิดตัว บริษัท บลูบิค วัลแคน จำกัด ภายในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อรองรับหน่วยธุรกิจ Digital Delivery หลังคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบและอนุมัติให้เข้าซื้อหน่วยธุรกิจดังกล่าวจาก บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา 

โดยกระบวนการเข้าซื้อกิจการและการจัดตั้งบริษัท บลูบิค วัลแคน จำกัด จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/66 ซึ่งจะส่งผลให้บุคลากรผู้เชี่ยวชาญของบริษัทฯ มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 800 คน นับเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องแบบ 360 องศา รวมถึงเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของบริษัทฯ ทั้งในและต่างประเทศ โดย ณ สิ้นปี 2565 มีงานแบ็คล็อกรวมมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท

ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าการเพิ่มจำนวนบุคลากรผ่านการควบรวมกิจการในครั้งนี้ จะผลักดันให้ผลประกอบการของบลูบิคในปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่งทะลุ 1,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัว โดยจะมีสัดส่วนรายได้จาก บลูบิค วัลแคน ราว 300 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของรายได้รวมของบลูบิค ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของกลุ่มธุรกิจให้คำปรึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีให้กับองค์กร (Digital Excellence & Delivery หรือ DX) ซึ่งเป็นแกนหลักในการสร้างรายได้ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 50% ในปี 2565 เป็น 65% ในปีนี้  

คุณพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า การผนึกกำลังระหว่างทีม DX ของบลูบิค และบลูบิค วัลแคน เป็นหนึ่งใน Key Driver สำคัญที่จะช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามแผนงาน ผ่านการขยายบริการไปยังฐานลูกค้าของทั้งสองฝ่าย อีกทั้งการขยับขึ้นเป็นบริษัทฯ ที่มีจำนวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอันดับต้นๆ ของประเทศ เป็นการเปิดประตูสู่การขยายบริการไปยังกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดกลางที่มีความต้องการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันยังมีจำนวนบริษัทที่ปรึกษาฯ ที่ให้ความสนใจในตลาดนี้ไม่มาก ดังนั้นลูกค้ากลุ่มนี้จึงเป็นตลาด Blue Ocean ที่น่าสนใจและมีศักยภาพ 

“ทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน DX ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน จำนวนคนของทีม DX ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยปลดล็อคข้อจำกัดการให้บริการในอดีต พร้อมเปิดโอกาสขยายการให้บริการกลุ่มลูกค้าทั้งแนวตั้งและแนวราบได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจึงเชื่อมั่นว่าการเติบโตนับจากนี้ของบริษัทฯ จะเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพและแข็งแกร่ง”

ทั้งนี้ภาพรวมตลาด DX ในประเทศไทย คุณพชร มองว่า มีการจ้างงานโปรเจกต์ในลักษณะนี้มูลค่าไม่น้อยกว่าหมื่นล้านบาท และมีการเติบโตขึ้นทุกปี ปีละไม่ต่ำกว่า 20%

ขณะเดียวกัน คุณพชร ชี้ว่า เป้าหมายของธุรกิจไม่ใช่แค่การขยายตัว แต่เรามองถึงโจทย์ที่อยากจะเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจ Digital Transformation หรือ  Digital Excellence ซึ่งจะต้องมีการสเกล  มีโปรเจกต์ไซต์ใหญ่ มีบุคลากร และการสรรหาทรัพยากรใหม่ ๆ รวมทั้งต้องมี Economies of Scale ขณะเดียวกันสถานะปัจจุบันคือ อยู่ในช่วงการทำ Transaction โดยคาดว่าจะดำเนินการภายในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะมีการซื้อหุ้นเป็นที่เรียบร้อย รวมทั้งภายในปีนี้จะมุ่งเน้นที่จะช่วยให้บริษัทที่ควบรวมกิจการเข้ามาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะส่งเสริมในเรื่องของการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้น

สำหรับความเชี่ยวชาญของทีมนักพัฒนาเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันของ ‘บลูบิค วัลแคน’ มีดังต่อไปนี้ 

1) การจัดการ Application Programming Interface - API Management และการนำระบบขึ้นเพื่อใช้งาน (Deployment Management)

2) ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและแอปพลิเคชันภายใต้มาตรฐาน Software Development Life Cycle – SDLC ได้แก่ Banking Solution, Mobile Application Platform, Line Business Connect, Big Data & Analytics, Automation, Blockchain และ API Gateway

3) การออกแบบเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน/ฟังก์ชันพื้นฐานในการใช้งาน (UX/UI Design) 

4) การประกันคุณภาพซอฟต์แวร์ (Software Quality Assurance) 

การผสานจุดแข็งด้านบริการที่ปรึกษาชั้นนำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแบบครบวงจรของบลูบิค กับศักยภาพในการให้บริการของ บลูบิค วัลแคน ที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มลูกค้าองค์กรชั้นนำด้านการเงิน กลุ่มธุรกิจการสื่อสาร และกลุ่มพลังงาน จะก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นกับพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลก อาทิ Microsoft  Salesforce และ Google เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจร่วมกันในอนาคตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สอดรับกับเทรนด์การทำธุรกิจ เพื่อสนับสนุนและช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผ่านตนเองเป็นDigital First Organization 

“นอกจากความแข็งแกร่งด้านบริการที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดตัว บลูบิค เทคโนโลยี เซ็นเตอร์ (เวียดนาม) เพิ่มเติม หลังจัดตั้ง บลูบิค เทคโนโลยี เซ็นเตอร์ ที่ประเทศอินเดียไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบ่มเพาะองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีรองรับการขยายธุรกิจในประเทศเวียดนาม รวมถึงการที่บริษัทฯ สามารถใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี (BOI) จะช่วยให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น จากปัจจัยบวกเหล่านี้จะทำให้บลูบิคสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน” 

ขณะที่เทรนด์การลงทุนด้าน Digital Transformation ของบริษัทต่าง ๆ นั้นยังคงมีการลงทุนอยู่ และโดยส่วนใหญ่งบที่ถูกตัดจะเป็นในส่วนของ Traditional เสียมากกว่า ทั้งนี้ทิศทางการลงทุนสามารถแบ่งออกเป็นดังนี้ 

1. การสร้างแพลตฟอร์มทางการตลาด และฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่าง  Super App 

2. การลงทุนด้าน AI , Big Data 

3. การลงทุนด้าน Cloud 

4. การลงทุนด้าน Cyber security

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุปเหตุการณ์ ระบบไอทีล่มทั่วโลก Blue Screen of Death มีอะไรที่คุณพลาดไปบ้าง

ตอนนี้สื่อทั่วโลกพร้อมใจกันรายงานว่าว่า เหตุ Blue Screen Of Dead (BSOD) ระบบไอทีขัดข้องนี้เป็นไปแล้วทั่วโลก ทาง Techsauce ได้สรุปเหตุการณ์มหากาพย์จอฟ้าเอาไว้แล้ว...

Responsive image

น้องหมาแมวจะได้กินเนื้อไก่จากห้องแล็บ สหราชอาณาจักรอนุมัติให้ขายได้แล้วปีนี้

สหราชอาณาจักรจะเป็นประเทศแรกในยุโรปที่อนุมัติให้ ‘ขายเนื้อสัตว์ที่เพาะเลี้ยงจากห้องแล็บ’ แต่จะเริ่มต้นจากใช้ทำอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงก่อน...

Responsive image

GPT-4o mini คืออะไร สรุปจุดเด่นโมเดลจิ๋วที่คุ้มที่สุด ตอบยาวกว่าเดิม 4 เท่า เร็วกว่า GPT-4o ถึง 2 เท่า แต่ราคาถูกลง

มาแล้ว AI รุ่นใหม่ จิ๋วแต่แจ๋ว OpenAI เปิดตัวGPT-4o mini เป็น AI ที่คุ้มที่สุดในตลาดตอนนี้ ถูกกว่า และเร็วกว่า...