บีโอไอไฟเขียวอีซูซุ ลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้าน ยกระดับฐานการผลิต ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

บีโอไอ อนุมัติ บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ขยายการลงทุนเพิ่มรวมกว่า 15,000 ล้านบาท จำนวน 2 โครงการ ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อปรับปรุงสายการผลิตรถกระบะในประเทศไทย ด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ พร้อมลงทุนด้านพลังงานสะอาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับมาตรฐาน Euro 6

อีซูซุ จะลงทุนอะไรบ้าง ?

การลงทุนครั้งนี้ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ 

  • การปรับปรุงสายการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในกระบวนการสำคัญ เช่น การเชื่อมโครงรถ การเชื่อมประกอบตัวถัง การพ่นสี และการประกอบรถยนต์เต็มคัน 
  • การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในโรงงาน 
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการปล่อยมลพิษระดับ Euro 6 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่เข้มงวดด้านการควบคุมการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM)

มาตรฐาน Euro 6 ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดยุโรปและประเทศพัฒนาแล้วที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอเดินหน้าสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัล 

ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยระดับสากล รวมถึงการต่อยอดสู่ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ยานยนต์สมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

สำหรับ บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตรถบรรทุกในไทยครั้งแรกตั้งแต่ปี 2506 และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากญี่ปุ่นมาอยู่ที่ไทยในปี 2545 และย้ายงานวิจัยและพัฒนา (R&D) รถปิกอัพมาไทยในปี 2553 ทำให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตและฐาน R&D รถกระบะที่สำคัญที่สุดของเครืออีซูซุในโลก

ปัจจุบันมีโรงงานประกอบรถยนต์ 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ และโรงงานเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีกำลังการผลิตรถปิกอัพและรถบรรทุกใหญ่รวม 385,000 คันต่อปี จ้างงานกว่า 6,000 คน และใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่า 90%

อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทย มีมูลค่ารวมทั้งห่วงโซ่อุปทานกว่าร้อยละ 10 ของ GDP มีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 2,500 บริษัท และจ้างงานมากกว่า 8 แสนคน ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน อุตสาหกรรมสนับสนุน และดีลเลอร์

ในปี 2568 ประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้กว่า 1.45 ล้านคัน และส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปกว่า 935,000 คัน สะท้อนบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

4 Key Takeaway จาก 'อรนุช เลิศสุวรรณกิจ' บนเวที Techsauce Global Summit 2026

สรุปวิสัยทัศน์จากสปีชเปิดงาน Techsauce Global Summit 2026 โดย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด...

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...