
บีโอไออนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเฟสสองให้กับ 3 ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board: PCB) ระดับโลกจากจีนและไต้หวัน ได้แก่ Compeq Technology, Multi-Fineline Electronics และ Gold Circuit Electronics รวมเม็ดเงินกว่า 22,000 ล้านบาท จ้างงานคนไทยเพิ่มอีกกว่า 5,000 คน หลังเข้ามาลงทุนในไทยช่วงปี 2567-2568 ไม่ถึง 2 ปีก็ตัดสินใจขยายต่อ สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพไทยและความต้องการ PCB ที่พุ่งตามการเติบโตของ AI Server และ Data Center
การอนุมัติครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากเฟสแรกที่ทั้งสามบริษัทลงทุนรวมกันไว้แล้วกว่า 35,000 ล้านบาท จ้างงานบุคลากรไทยกว่า 7,000 คน เมื่อรวมเฟสสองที่เพิ่งได้รับการอนุมัติ จะทำให้เม็ดเงินลงทุนรวมของทั้ง 3 รายแตะระดับเกือบ 60,000 ล้านบาท พร้อมยกระดับไทยให้เป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและเชื่อมเข้ากับห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาคอย่างเต็มตัว
บริษัท คอมเปค เทคโนโลยี (Compeq Technology) ผู้ผลิต PCB ระดับโลกจากจีน ขยายการลงทุนในไทยเพิ่มอีก 9,170 ล้านบาท จากเฟสแรกที่ลงทุนไว้แล้ว 13,000 ล้านบาท โดยตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย (สุวรรณภูมิ) จังหวัดสมุทรปราการ
โครงการนี้มุ่งผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์แบบยืดหยุ่น (Flexible PCB) ซึ่งเป็นแผงวงจรที่สามารถโค้งงอได้ มีจุดเด่นด้านการประหยัดพื้นที่ น้ำหนักเบา และทนทานต่อการดัดงอ จึงเหมาะกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่อย่างแล็ปท็อป สมาร์ตโฟน สมาร์ตวอตช์ หูฟังไร้สาย และอุปกรณ์ IoT ที่ต้องการดีไซน์บางเบาแต่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
บริษัท มัลติ-ฟายน์ไลน์ อิเล็กทรอนิกส์ (Multi-Fineline Electronics) บริษัทในเครือ Dongshan Precision (DSBJ) จากจีน ขยายการลงทุนในเฟสสองเพิ่ม 5,800 ล้านบาท จากเฟสแรก 14,000 ล้านบาท โดยตั้งโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี
จุดที่น่าสนใจของบริษัทนี้คือสถานะการเป็นซัพพลายเออร์ระดับ Tier 1 ที่ผลิตทั้ง Multilayer PCB และ Flexible PCB ป้อนให้กับลูกค้าระดับโลกในกลุ่มเทคโนโลยี AI และ Data Center อาทิ Apple, META, Microsoft และ Tesla การลงทุนเพิ่มในไทยจึงเท่ากับการเปิดประตูให้ไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของบิ๊กเทคระดับโลกโดยตรง
บริษัท โกลด์ เซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์ (Gold Circuit Electronics) ผู้ผลิต PCB ระดับโลกจากไต้หวัน ขยายการลงทุนเพิ่ม 7,230 ล้านบาท จากเฟสแรก 8,000 ล้านบาท ที่เขตอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี โดยประกอบกิจการแบบครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ วิจัยและพัฒนา ไปจนถึงผลิต PCB ทั้งชนิด Multilayer และ High Density Interconnect (HDI)
HDI PCB เป็นแผงวงจรชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการติดตั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบา ส่งสัญญาณรวดเร็วขึ้น และใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม นับเป็นเทคโนโลยีที่ขาดไม่ได้สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ตั้งแต่สมาร์ตโฟนระดับเรือธงไปจนถึง AI Server
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่า การที่ผู้ผลิต PCB ระดับโลกทั้ง 3 รายตัดสินใจขยายการลงทุนต่อเนื่องในเฟสสองหลังจากเข้ามาตั้งฐานในไทยไม่ถึง 2 ปี สะท้อนทั้งการเติบโตของตลาดและความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อศักยภาพของไทย ทั้งในมิติระบบนิเวศอุตสาหกรรม ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนกลไก Thailand FastPass ที่ช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและอนุญาตต่าง ๆ
“การขยายการลงทุนครั้งนี้มีความสำคัญต่อการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและดิจิทัลของภูมิภาค” นายนฤตม์กล่าว
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2566-2568) มีผู้ผลิต PCB และวัตถุดิบสำหรับ PCB ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอรวม 222 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 320,078 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น
ตัวเลขนี้ส่งผลให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิต PCB อันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 5 ของโลก พร้อมเป็นจุดเชื่อมสำคัญของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์โลกที่กำลังย้ายฐานจากจีนและไต้หวันมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด