
ท่ามกลางสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่รุนแรง ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหมุดหมายระดับยุทธศาสตร์ของนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่กำลังเร่งปรับทัพและจัดแผนธุรกิจใหม่ การจับมือกันระหว่างคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในการจัดงานสัมมนา 'Thailand-China Investment Forum: Keys to Success & Sustainable Growth for Chinese Enterprises' จึงสะท้อนนัยสำคัญทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน เมื่อมีทัพนักลงทุนจีนเข้าร่วมกว่า 800 คน เพื่อแสวงหาโอกาสในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมรับฟังแนวปฏิบัติด้านกฎหมายไทยเพื่อการลงทุนที่โปร่งใสและยั่งยืน
คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยด้านความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และกระแสความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ผลักดันให้บริษัทชั้นนำระดับโลกต้องมองหาแหล่งลงทุนที่มีเสถียรภาพและมีความเป็นกลาง ซึ่งประเทศไทยสามารถตอบโจทย์ความท้าทายนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตัวเลขในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2564 ถึง 2568 เป็นเครื่องยืนยันชั้นดี ด้วยคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากจีนที่พุ่งสูงกว่า 2,400 โครงการ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลทะลุ 6 แสนล้านบาท ปัจจุบันเราจึงได้เห็นบริษัทชั้นนำระดับ 'Fortune China 500' เดินทางเข้ามาตั้งฐานธุรกิจในไทยอย่างคึกคัก
การหลั่งไหลของเม็ดเงินเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าที่นำทัพโดยแบรนด์ดังอย่าง 'BYD' 'SAIC' 'GWM' และ 'Changan' กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะอย่าง 'Midea' 'Haier' และ 'Hisense' กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลซึ่งมียักษ์ใหญ่อย่าง 'Alibaba Cloud' 'Huawei' 'Tencent' และ 'TikTok' รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมแบตเตอรี่อย่าง 'Sunwoda' 'Gotion' และ 'CALB' การลงทุนเหล่านี้นอกจากจะช่วยสร้างงานคุณภาพให้กับบุคลากรในประเทศแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจะได้ยกระดับศักยภาพเพื่อแทรกซึมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ในสาขาที่ซับซ้อนอย่างแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์

ความน่าสนใจของเวทีการลงทุนครั้งนี้ยังอยู่ที่ท่าทีและมุมมองจากฝั่งจีน ฯพณฯ จาง เจี้ยนเหว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงบริษัทจีนที่เข้ามาตั้งฐานการผลิต โดยเน้นย้ำความคาดหวังให้ภาคธุรกิจดำเนินงานภายใต้กฎระเบียบของไทยอย่างเคร่งครัด พร้อมรักษามาตรฐานที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้เกิดการร่วมมือกับผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถของทั้งสองชาติไปพร้อมกัน สิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือการผลักดันแนวคิด 'In Thailand, For Thailand' ที่กระตุ้นให้ทุนจีนถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาทักษะแรงงานไทย และมีส่วนร่วมดูแลชุมชน เพื่อเปลี่ยนภาพจำของการลงทุนต่างชาติให้กลายเป็นการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
นอกเหนือจากการฉายภาพยุทธศาสตร์ระดับชาติ งานนี้ยังเป็นการระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกและวางกรอบกติกาที่ชัดเจน นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้ตอกย้ำถึงหลักเกณฑ์ด้านถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อเสริมศักยภาพให้ไทยเป็นฐานการส่งออกที่แข็งแกร่ง ขณะที่คุณสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ให้แนวทางเชิงลึกในการเลือกทำเลตั้งโรงงาน นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางาน ร่วมชี้แจงกฎระเบียบด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เวทีนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การต้อนรับเม็ดเงินมหาศาล แต่คือการจัดระเบียบให้ทุนจีนสามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างถูกต้อง ราบรื่น และกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด