Brown University พบนักศึกษาใช้ AI โกงข้อสอบ หลังได้คะแนนเต็มเกือบครึ่งห้อง

Brown University พบนักศึกษาใช้ AI โกงข้อสอบ

ตอนนี้มีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยใช้ AI ช่วยเรียน ช่วยทำการบ้าน แต่เรื่องจะเปลี่ยนไปทันทีถ้ามีการแอบใช้ AI ในระหว่างการสอบ ซึ่งเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นจริงแล้วในหลายมหาวิทยาลัย

อาจารย์จากมหาวิทยาลัยบราวน์ที่สหรัฐอเมริกา เผยว่าเขาอาจพบการโกงข้อสอบด้วย AI ครั้งใหญ่ที่สุดของ Ivy League หรือกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำในสหรัฐอเมริกา โดยจุดที่น่าสนใจคือการจับโกงครั้งนี้ไม่ได้มาจากระบบตรวจจับ AI แต่มาจากตัวอาจารย์เองที่สังเกตเห็นว่า คะแนนสอบของนักศึกษาออกมาสูงเกินจริง

คะแนนสอบสูงผิดปกติจนชวนสงสัย

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนสอบมิดเทอม อาจารย์ให้นักศึกษาเอาข้อสอบกลับไปทำที่บ้านได้ โดยมีกฎเหล็กคือ 'ห้ามเปิดหนังสือหรือหาตัวช่วย' ซึ่งใช้ระบบเชื่อใจว่าทุกคนจะซื่อสัตย์แม้จะไม่มีอาจารย์คุมสอบ แต่ผลสอบที่ออกมากลับชวนให้เอะใจ เพราะจากนักศึกษาทั้งหมด 86 คน มีคนได้คะแนนเต็ม 100 ถึง 40 คน แถมคะแนนเฉลี่ยรวมของทั้งห้องสูงถึง 96/100 ซึ่งคะแนนสูงขนาดนี้มันผิดธรรมชาติและแทบเป็นไปไม่ได้ 

คำตอบหลายข้อเหมือนลอกมาจาก ChatGPT

ด้วยความสงสัยอาจารย์เลยลองเอาข้อสอบชุดนี้ไปลองถาม ChatGPT  ปรากฏว่าคำตอบที่ AI เจนออกมา มันมีทริคการอธิบาย การใช้คำ และวิธีเขียน เหมือนกับกระดาษคำตอบของนักศึกษาหลายคน แม้ว่าเรื่องนี้จะยังไม่มีหลักฐานมัดตัวได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อดูจากคะแนนสอบที่สูงผิดปกติร่วมด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้ข้อสงสัยเรื่องการใช้ AI โกงข้อสอบครั้งนี้ดูชัดเจนและมีน้ำหนักมากขึ้น 

ซึ่งพอถึงการสอบปลายภาคที่ต้องมาสอบในห้องและมีคนคุมสอบ ผลสอบที่ออกมากลับต่างจากตอนสอบที่บ้านอย่างสิ้นเชิง คะแนนเฉลี่ยทั้งห้องลดเหลือแค่ 48 เต็ม 100 ยิ่งไปกว่านั้นมีนักศึกษา 27 คนที่ไม่ยอมมาเข้าสอบและพอไปไล่ดูรายชื่อก็พบว่ามีถึง 22 คนที่เคยได้คะแนนเต็มร้อยในการสอบกลางภาค ซึ่งอาจารย์ก็มองว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแบบกะทันหันแบบนี้ ชัดเจนเกินกว่าจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ และเป็นหลักฐานได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริงๆ 

ปัญหานี้กำลังเกิดขึ้นในหลายมหาวิทยาลัย

เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแค่ที่นี้ ล่าสุดมหาวิทยาลัย Princeton ที่สหรัฐอเมริกาเพิ่งยกเลิกธรรมเนียมเก่าแก่ที่สืบทอดมานานถึง 133 ปี เช่นกัน จากเดิมที่ปกติอาจารย์จะเดินออกจากห้อง ปล่อยให้นักศึกษาทำข้อสอบกันเองเพื่อแสดงความไว้วางใจ แต่เมื่อการใช้ AI แพร่หลายมากขึ้น มหาวิทยาลัยมองว่าระบบความเชื่อใจอาจใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว แต่ในด้านนักศึกษากลับมองว่าในเมื่อใครๆ ก็ใช้ AI จนเป็นเรื่องปกติ แล้วทำไมพวกเขาต้องซื่อสัตย์ 

ทำให้ปัจจุบันมหาวิทยาลัยกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ อาจารย์หลายคนยอมรับว่าทุกวันนี้พวกเขาต้องสวมบทเป็นนักสืบเพื่อคอยตรวจหาการใช้ AI มากกว่าการโฟกัสเรื่องการสอนและเมื่อ AI ฉลาดขึ้น การคัดกรองก็ยิ่งทำได้ยากจนกลายเป็นการวิ่งไล่จับกันไม่รู้จบ

สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกังวลมากที่สุดในตอนนี้คือ การพึ่งพา AI ที่มากเกินไป เพราะอาจทำให้นักศึกษาสูญเสียทักษะพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการมาเรียนมหาวิทยาลัย

ซึ่งหลังเจอเหตุการณ์นี้เข้าไปอาจารย์เลือกที่จะตัดปัญหาด้วยการสั่งห้ามสอบแบบเอากลับไปทำที่บ้านอีกต่อไป ปัญหานี้แสดงให้เห็นว่าถ้าใช้ AI แบบไม่มีขอบเขต ระบบการศึกษาก็จะพังลงได้ง่ายๆ ตอนนี้โจทย์ใหญ่ของทุกมหาวิทยาลัยคือจะปรับตัวและเปลี่ยนวิธีสอบอย่างไรให้ทัน AI เพราะถ้าวันหนึ่งคะแนนสอบเชื่อถือไม่ได้อีกแล้ว ใบปริญญาก็จะหมดความหมาย และความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาก็อาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

อ้างอิง: futurism

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

IMF จำลอง 3 อนาคต AI เศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไร และไทยเสี่ยงแค่ไหนหากการลงทุนสะดุด

เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนเหล่านี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (...

Responsive image

คำตอบเรื่อง แรงงานไทย จะเอาตัวรอดอย่างไร ในงาน World Bank Group-IMF ครั้งที่ 81

สรุปยุทธศาสตร์ AI ประเทศไทยจากงาน World Bank & IMF: ชูแนวคิด AI in All, All in AI และ AI for All ยกระดับรายย่อย ลดต้นทุน สร้างงานใหม่ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง...

Responsive image

ตลท. ตั้ง "สรวิศ ไกรฤกษ์" ควบผู้จัดการ mai และ LiVEx พร้อมดัน 3 ผู้บริหารขึ้นรองผู้จัดการ มีผล 1 ม.ค. 2570

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แต่งตั้งนายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด เป็นผู้จัดการ mai และ LiVEx ควบคู่ตำแหน่งเดิม พร้อมเลื่อนผู้ช่วยผู้จัดการ 3 รายขึ้นรอง...