เป็นที่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่องสำหรับบริษัท BEC World หรือ ช่อง 3 หลัง อริยะ พนมยงค์ เข้าบริหารในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการ ซึ่งในเวลานี้ก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสองส่วนใหญ่ ได้แก่ การคืนช่อง 13 และ 28 ให้กับกสทช. และการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เริ่มต้นจากการได้มือดีจาก LINE ซึ่งเป็นทีมเดิมของคุณอริยะเข้าเสริมทัพ  พร้อมกับการเตรียมเลิกจ้างพนักงาน ที่มีการลือว่ามีจำนวนหลักร้อย พร้อมยังเป็นตำแหน่งสูง เรียกได้ว่าจะเป็นการเปลี่ยนระบบบริหารครั้งใหญ่อีกครั้งภายในช่อง 3 ทั้งนี้คุณอริยะ ยังได้ส่งสารถึงพนักงานทุกคน ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย

สำหรับการปลดพนักงาน มีตัวเลขที่ลือกันภายในว่า จะมีจำนวนกว่า 200 คน เป็นพนักงานฝ่ายข่าวถึง 139 คน ทั้งยังรวมถึงตำแหน่งสูงๆในฝ่ายข่าว ที่บริษัทมองว่ามีตำแหน่งเดียวกันจำนวนที่เยอะเกินไป เช่น โต๊ะข่าวกีฬามีบก. 2 คน หรือโต๊ะเศรษฐกิจที่มีโปรดิวเซอร์ 6 คน เป็นต้น

ทั้งนี้ฝ่ายบุคคลของช่อง 3 ได้แจ้งกับพนักงานว่า ในระหว่าง 10-19 ก.ค. 2019 จะเปิดโอกาสให้คนที่มีความประสงค์ลาออกยื่นความจำนงค์ได้ สำหรับหลักเกณฑ์คัดคนออกจะยึดหลักจากรายการไหนที่ไม่ได้ไปต่อ หรือโต๊ะข่าวที่ไม่มีการปรับโครงสร้าง ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 31 ก.ค. 2019 นี้

โดยคุณอริยะในฐานะกรรมการผู้อำนวยการ ได้มีการแจ้งกับพนักงานว่า บริษัทได้ส่งเอกสารเพิ่มให้กสทช. ในการยุติช่อง 13 และ 28 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังมีความพยายามที่จะให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กระทบกับพนักงานน้อยที่สุด แต่จะเกิดผลกระทบในการเลิกจ้างพนักงานบางส่วน ซึ่งจะมีการจัดการเรื่องของค่าชดเชยให้กับพนักงานต่อไป พร้อมยังเผยว่า พนักงานที่อยู่ต่อได้จะได้เริ่มต้นงานในวิถีใหม่ ทั้งช่องทางโทรทัศน์และออนไลน์ สำหรับสารฉบับเต็ม มีรายละเอียดดังนี้

อริยะชี้แจงพนักงานช่อง 3

สารจากกรรมการผู้อำนวยการ

ถึงเพื่อนพนักงาน

ผมขอแจ้งให้เพื่อนพนักงานทราบว่าบริษัทฯ ได้จัดส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กับทาง กสทช. สำหรับกรณีการขอคืนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ฯ ของช่อง 13 และช่อง 28 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ทางคณกรรมการ กสทช. จะใช้เวลาในการพิจารณาเพื่ออนุมัติให้ยุติการออกอากาศต่อไปโดยทางบีอีชีมีแผนที่จะยุติการออกอากาศในสิ้นเดือนกันยายน 2562

เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเวลานี้ธุรกิจทีวีไม่ได้เติบโตและรุ่งเรื่องเหมือนที่เคย และยังได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามเทคโนโลยี (Digital Disruption) ทำให้บีอีซีมีความจำเป็นต้องตัดสินใจคืนใบอนุญาต การคืนใบอนุญาตของทั้ง 2 ช่องเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดของคณกรรมการแลผู้บริหาร เพราะการคืนใบอนุญาตจะส่งผลกระทบมากมายต่อผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อเพื่อนพนักงาน ตามที่ผมได้กล่าวไว้กับเพื่อนพนักงานจากการพบกันที่การประชุม Townhall ที่ผ่านมาว่าเราจะมุ่งการทำงานที่ช่อง 33 เป็นหลักเพื่อทำให้บีอีชีกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง และการคืนใบอนุญาตทั้ง2ช่องจะสามารถทำให้สถานะทางการเงินขององค์กรดีขึ้น

ผมและทีมผู้บริหารได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ผลกระทบต่อพนักงานมีน้อยที่สุด แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงเกิดผลกระทบจากการที่ต้องเลิกจ้างงานพนักงานบางส่วนอันเนื่องมาจากการยุติการออกอากาศของช่อง 13 และช่อง 28 การเลิกจ้างงานเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย แต่เป็นความจำเป็นหลังจากที่เรามีจำนวนช่องที่น้อยลง โดยได้จัดให้มีค่าชดเชยสำหรับพนักงานในกรณีที่ต้องถูกเลิกจ้างให้มากที่สุดเท่าที่จะจัดสรรได้ และค่าชดเชยที่พนักงานได้รับจะดีกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนดไว้อย่างแน่นอน สำหรับพนักงานที่ยังคงทำงานต่อไป ผมขอขอบคุณและอยากบอกว่านี่เป็นการเริ่มต้นการทำงานในวิถีใหม่ การทำงานในธุรกิจที่วีจะมีความยากมากขึ้นไปเรื่อยๆ พวกเรจำเป็นต้องปรับตัวผื่อขับคลื่อนการทำงานให้รวดเร็วมากขึ้น ในการผลิตคอนเทนต์ที่ดีที่สุด โดยใช้ความรู้แลความสามารถพื่อผู้ชมของเราทั้งทางโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์ โดยความสำเร็จของพวกเราจะมาจากพื้นฐานความเข้าใจอย่างแท้จริงต่อความต้องการของผู้ชมในปัจจุบัน

ผมมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกินความสามารถของพวกเรา บีอีซียังคงเป็นผู้นำในธุรกิจของ Content Provider และจะยังเป็นต่อไปโดยเรายังมีช่อง 33 และช่องทางออนไลน์ที่จะนำพาบีอีซีให้ติบโต เพื่อนพนักงานคงเคยได้ยินที่ผมได้กล่าวไว้ในสื่อไปก่อนหน้านี้ว่า บีอีซีมีทรัพยากรที่มีค่าคือ "กลุ่มคนทำงาน" ซึ่งได้แก่ นักแสดงที่มีชื่อเสียง ผู้ผลิตคุณภาพ และพนักงานที่มีความสามารถ โดยเฉพาะพนักงานของบีอีซีเป็นกลุ่มคนที่มีความสามารถและประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจ และจะเป็นผู้ที่นำความสำเร็จกลับมาให้กับบีอีซีอีกครั้งหนึ่ง

ผมไม่สามารถทำงานคนเดียวโดยไม่มีการสนับสนุนจากเพื่อนพนักงานได้ ผมจึงอยากขอให้เพื่อนพนักงานร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ ปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง พวกเราจะไม่หยุดเรียนรู้แลพัฒนาแล้วเราจะเอาชนะทุกอุปสรรคได้ ขอให้พวกเรามาร่วมกันทำให้เกิดความสำเร็จในครั้งนี้ จากนี้ไปคงมีคนภายนอกถามเพื่อนพนักงานว่าบีอีชีจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมเชื่อว่าคำตอบที่เพื่อนพนักงานจะตอบกับพวกเขาได้คือสิ่งที่ผมกล่าวมา เรามาช่วยกันสร้างความมั่นใจของพวกเขาที่มีต่อบีอีซีและช่อง 3 ให้ดีมากขึ้นกันครับ

สุดท้ายนี้ผมต้องขอบคุณพื่อนพนักงานทุกคนสำหรับการทำงานหนักที่ผ่านมา และหากเพื่อนพนักงานมีความคิดเห็นที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบีอีซีก็สามารถแจ้งมาที่ผมได้ตลอดเวลาครับ

ขอขอบคุณเพื่อนพนักงานทุกท่านอีกครั้ง

RELATED ARTICLE

Responsive image

Mastercard เปิดตัว FinTech Express จับมือ Rapyd เป็นหุ้นส่วน Fintech รายแรกที่เข้าร่วมโปรแกรม

Mastercard ได้ประกาศเปิดตัวโปรแกรม FinTech Express โปรแกรมที่จะช่วยสนับสนัน Startup และผู้ประกอบการด้าน FinTech ที่ต้องการร่วมงานกับ Mastercard โดยในครั้งนี้มาพร้อมกับ Rapyd ผู้ให้...

Responsive image

Mastercard จับมือ Tappy Technologies เตรียมปล่อยการชำระเงินแบบ Contactless ผ่านเครื่องประดับ

Mastercard จับมือ Tappy พร้อมพัฒนาการชำระเงินรูปแบบใหม่ ผ่านทางเครื่องประดับสวมใส่แฟชั่น อย่าง นาฬิกา แว่นตา กำไร สร้อยคอ โดยฝังชิปเข้าไปในอุปกรณ์ต่างๆ...

Responsive image

แบงก์ชาติสิงคโปร์ลงทุน 6 หมื่นล้านบาท ตั้ง Green Investment Program สนับสนุนสิ่งแวดล้อม

แบงก์ชาติสิงคโปร์ (MAS) ประกาศลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ตั้งกองทุน Green Investment Program (GIP) เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อม , Green...