จีนปั้น ‘Ecosystem การมีบุตร’ ทำ IVF ฟรี-คลอดฟรี-เงินช่วยรายเดือน รัฐจ่ายตั้งแต่ฝากครรภ์ยันเข้าโรงเรียน

สถานการณ์ประชากรของจีนในนาทีนี้กำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต ข้อมูลล่าสุดต้นปี 2026 ยืนยันว่าประชากรจีนลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดกัน แถมอัตราการเกิดยังดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อย่างน่าใจหาย โจทย์หินที่รัฐบาลปักกิ่งต้องแก้ให้ตกคือ "ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่ที่กล้าที่จะลืมตาอ้าปาก และหันกลับมาสร้างครอบครัวอีกครั้ง"

จีนปักธงชัดเจนว่าจะสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อการมีบุตร ภายใน 5 ปีข้างหน้า นี่อาจเป็นหนึ่งใน Case Study ที่น่าสนใจของประเทศที่กำลังเอาชนะอัตราเด็กเกิดน้อย โดยไม่เน้นแจกแค่เงิน แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมให้คนอยากมีลูกจริง ๆ เช่น เรื่องของงาน สวัสดิการ การศึกษา เป็นต้น

โมเดลการอุดหนุนแบบ 'เกิดจนโต'

หัวใจสำคัญของแผนการนี้คือการขจัดความกลัวในใจของพ่อแม่มือใหม่ โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เคยเป็นภาระหนักอึ้ง 

สิ่งที่รัฐบาลพยายามจะทำ คือ ทำให้จีนก้าวเข้าสู่ยุคที่การมีลูกแทบจะไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนต่าง หรือที่เรียกว่า Zero Out-of-Pocket โดยเฉพาะในปี 2026 นี้ รัฐบาลตั้งเป้าให้ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ทั้งหมด ตั้งแต่การตรวจครรภ์ไปจนถึงการคลอดบุตร สามารถเบิกได้ 100% จากกองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติ

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือการยอมรับว่า เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์หรือการทำเด็กหลอดแก้ว ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป จีนได้บรรจุการทำ IVF เข้าเป็นสวัสดิการที่รัฐช่วยจ่าย 

ซึ่งถือเป็นการขยับตัวที่ชาญฉลาด เพราะในปัจจุบันคนรุ่นใหม่แต่งงานช้าลงและประสบปัญหาภาวะมีบุตรยากเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบเงินอุดหนุนบุตรรายเดือนที่เริ่มนำร่องไปแล้ว และจะขยายผลให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเงินในกระเป๋าของพ่อแม่จะไม่พร่องไปเพียงเพราะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาในบ้าน

ทลายกำแพงการศึกษาและที่อยู่อาศัย โจทย์ใหญ่ของชนชั้นกลาง

นอกจากค่าแพมเพิร์สและค่าหมอ จีนรู้ดีว่า การศึกษา คือภูเขาลูกใหญ่ที่ขวางกั้นการตัดสินใจมีลูก นโยบายใหม่จึงพุ่งเป้าไปที่การลดการแข่งขันที่บ้าคลั่งและลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา โดยกำหนดให้งบประมาณแผ่นดินที่ใช้ในด้านนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 4% ของ GDP รัฐบาลประกาศจะเพิ่มจำนวนโรงเรียนอนุบาลฟรีและขยายที่นั่งในโรงเรียนมัธยมปลายให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้พ่อแม่ต้องไปดิ้นรนเสียเงินกวดวิชาหรือแย่งชิงที่เรียนให้ลูกจนหมดตัว

ในขณะเดียวกัน เรื่องที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุดของคนเมือง ก็ถูกนำมาผูกกับนโยบายประชากรด้วย ครอบครัวที่มีบุตรจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงที่พักอาศัยที่รัฐสนับสนุน หรือได้รับเงินช่วยเหลือด้านค่าเช่าและสินเชื่อบ้านที่จูงใจกว่าเดิม เป็นการตอกย้ำว่ารัฐบาลพร้อมจะเป็นลมใต้ปีกให้กับครอบครัวยุคใหม่ในทุกมิติของชีวิต

ปรับสังคมสูงวัย เปลี่ยนภาระให้กลายเป็นเศรษฐกิจสีเงิน

ในขณะที่พยายามปั๊มเด็กเกิดใหม่ จีนก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าประชากรกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปกำลังจะพุ่งแตะ 400 ล้านคนภายในปี 2035 ซึ่งเป็นตัวเลขที่มหาศาลพอ ๆ กับประชากรของสหรัฐฯ และอิตาลีรวมกัน จีนจึงไม่ได้มองว่าผู้สูงอายุคือภาระ แต่เป็นโอกาสในการสร้าง Silver Economy หรือเศรษฐกิจสีเงินที่แข็งแกร่ง มีการวางแผนพัฒนาระบบการเงินเพื่อการเกษียณและบริการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่มักจะถูกลืม

โดยจะมีการปรับเพิ่มอายุเกษียณที่ขยับขึ้นมาเป็น 63 ปีสำหรับผู้ชาย และ 58 ปีสำหรับผู้หญิง เพื่อให้กองทุนบำนาญยังคงมีเสถียรภาพและมีแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปได้ การขยับอายุเกษียณนี้ยังช่วยให้คนรุ่นเก่ายังคงมีรายได้และลดภาระในการพึ่งพาลูกหลาน ทำให้วัยแรงงานมีสภาพคล่องทางการเงินและมีความพร้อมในการสร้างครอบครัวมากขึ้นนั่นเอง

หากนโยบายนี้สำเร็จ จีนจะกลายเป็นโมเดลต้นแบบของประเทศในเอเชียที่ก้าวข้ามกับดักประชากรได้ 

อ้างอิง: reuters

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

3 เรื่องที่ประเทศไทยต้อง Focus สร้างคน–นวัตกรรม–ปฏิรูประบบราชการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่” ในงาน The INTANIA Forum...

Responsive image

BOI รื้อเกณฑ์ Data Center ชู 4 มิติดันไทยสู่ฮับ AI ยั่งยืน คุมเข้มใช้พลังงาน ทรัพยากรน้ำ พร้อมตอบโจทย์ชาติ และการจ้างงานไทย

บีโอไอขานรับระเบียบใหม่คุมดาต้าเซ็นเตอร์ตามมติ ครม. เดินหน้ายกเครื่องเกณฑ์คัดกรองโครงการด้วย 4 มิติ พร้อมเปิดข้อมูล 42 โครงการ ลงทุนรวม 7.5 แสนล้านบาท ครอบคลุมประโยชน์ต่อประเทศ พลั...

Responsive image

Demis Hassabis ขึ้นคุม หัวเรือ AI ของ Alphabet แล้ว หลัง Jeff Dean พนักงานระดับตำนานลาออกไปตั้ง Startup ของตัวเอง

สั่นสะเทือนวงการไอที Google ปรับทัพ AI ครั้งใหญ่ Demis Hassabis สละเก้าอี้คุม DeepMind ด้าน Jeff Dean ตำนานพนักงานคนที่ 30 ประกาศลาออกตั้งบริษัทใหม่...