ทางการจีนเพิ่งประกาศมาตรการกำกับดูแลชุดใหญ่ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการดัดหลังแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Alibaba, JD.com หรือ Meituan โดยกฎใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ สาระสำคัญคือ การสั่งห้ามไม่ให้แพลตฟอร์มใช้อำนาจเหนือตลาดไปบีบบังคับร้านค้าให้ต้องเข้าร่วมแคมเปญลดราคา หรือใช้มาตรการกดดันใดๆ ที่เป็นการทำลายกลไกตลาดเสรี
ซึ่งที่ผ่านมาเรามักจะเห็นการที่ร้านค้าถูกบังคับให้เลือกข้าง หรือต้องยอมหั่นกำไรตัวเองเพื่อแลกกับพื้นที่การมองเห็นบนหน้าแอปพลิเคชัน

หัวใจสำคัญของกฎระเบียบใหม่นี้คือการสั่งห้ามแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Alibaba, JD.com และ Meituan ไม่ให้ใช้มาตรการบีบบังคับร้านค้าออนไลน์ให้ต้องเข้าร่วมแคมเปญลดราคาตามที่แพลตฟอร์มกำหนด
หรือการสร้างข้อตกลงแบบผูกขาดที่ทำให้ร้านค้าไม่สามารถไปเปิดขายในแพลตฟอร์มคู่แข่งได้ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นการทำลายกลไกการค้าเสรีและสร้างความลำบากให้แก่ร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่มีอำนาจต่อรอง โดยกฎหมายฉบับนี้จะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายใน Ecosystem
นอกจากการคุมเข้มที่ตัวแพลตฟอร์มแล้ว ทางการจีนยังขยายผลไปถึงกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และนักไลฟ์สดขายของ โดยสั่งห้ามการโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริงหรือการให้ข้อมูลเท็จเพื่อปั่นยอดขาย
ขณะเดียวกันยังพยายามสกัดกั้นกลยุทธ์การอุดหนุนราคา (Subsidies) ที่แต่ละเจ้าทุ่มเงินมหาศาลเพื่อให้สินค้ามีราคาถูกผิดปกติ เพื่อหวังทำลายคู่แข่ง เนื่องจากรัฐบาลมองว่าการแข่งขันในลักษณะนี้เป็นการแข่งขันที่ไม่สมเหตุสมผล และส่งผลเสียต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวมากกว่าจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภค
ผลกระทบจากการออกกฎใหม่นี้สะท้อนออกมาทันทีในตลาดหุ้น โดยหุ้นของ Alibaba ในฮ่องกงร่วงลงกว่า 4.2% รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ยักษ์ใหญ่หลายรายเริ่มมีกำไรลดน้อยลงจากการทำสงครามราคาที่ยืดเยื้อ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Meituan ที่ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี เนื่องจากต้องใช้เงินทุนมหาศาลไปกับการต่อสู้ในสมรภูมิที่ผู้บริโภคชาวจีนเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
การออกกฎระเบียบใหม่นี้จึงเปรียบเสมือนการรีเซ็ตสนามแข่งให้กลับมาเน้นที่ประสิทธิภาพและการบริการ มากกว่าการสู้กันด้วยเม็ดเงินเพียงอย่างเดียว
อ้างอิง: bloomberg
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด