จีนออกกฎหมายคุ้มครองไรเดอร์ ป้องกันอัลกอริทึมบีบให้ทำงาน เน้นคุ้มครอง 4 เรื่องหลัก ค่าแรงขั้นต่ำ-สัญญาจ้าง-ชั่วโมงการทำงาน-อัลกอริทึม

เมื่อปี 2017 ไรเดอร์ส่งอาหารที่เซี่ยงไฮ้ ได้รับการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเฉลี่ยทุก 2.5 วัน ส่วนที่เฉิงตูในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2018 มีอุบัติเหตุจากไรเดอร์เกือบ 10,000 ครั้ง บาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 155 ราย เกือบ 1 คนต่อวัน

ตัวเลขเหล่านี้มาจากการสืบสวนตลอดระยะเวลา 6 เดือนของนิตยสาร Renwu ในปี 2020 บทความชื่อ 'Delivery Workers, Trapped in the System' กลายเป็นเนื้อหาที่ไวรัลมากที่สุดในอินเทอร์เน็ตจีนปีนั้น เพราะเปิดเผยความจริงที่ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครพูดถึง 

ข้อมูลระบุว่า อัลกอริทึมของ Meituan และ Ele.me (แพลตฟอร์มสั่งอาหารของจีน) ถูกออกแบบมาเพื่อลดเวลาส่งสั้นลงเรื่อย ๆ จนไรเดอร์ต้องวิ่งฝ่าไฟแดง ขับย้อนศร และปีนบันไดวิ่ง เพื่อหนีค่าปรับที่ระบบจะตัดออกจากรายได้โดยอัตโนมัติ

6 ปีผ่านไป ล่าสุดรัฐบาลจีนออกเอกสารนโยบายระดับสูงสุดฉบับแรก ที่ให้การคุ้มครองแรงงานกลุ่ม 'New Employment Groups' ซึ่งครอบคลุมไรเดอร์ส่งอาหาร คนขับรถแท็กซี่ออนไลน์ และ Livestreamer กว่า 200 ล้านคน คิดเป็น 27% ของกำลังแรงงานทั้งหมดในจีน หรือ 43% ของแรงงานในเมือง

นโยบายที่มาจากรัฐบาลระดับสูง

เอกสารฉบับนี้ออกร่วมกันโดย CPC Central Committee และ State Council ซึ่งเป็นสองหน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุดในจีน ซึ่งเอาจริง ๆ แล้ว ก่อนหน้านี้จีนก็เคยออกกฎหมายคล้ายกันเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา ต่างกันตรงที่ตอนนั้นกฎมาจาก 8 กระทรวงที่อยู่ระดับล่าง

โดยกฎเมื่อปี 2021 กระทรวงออกแนวปฏิบัติเรื่องรายได้ ความปลอดภัย ประกันสังคม และการระงับข้อพิพาท ซึ่งตอนนั้นบริษัทที่เกี่ยวข้องก็ได้รับทราบแล้ว แต่พบว่า เวลาส่งยังสั้นลงเรื่อย ๆ ไรเดอร์ยังเสียชีวิตจากอัลกอริทึมที่บีบบังคับให้ต้องรีบส่งเร็วที่สุด 

แต่กฎรอบนี้มาจาก CPC Central Committee นั่นหมายความว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ตัดสินใจแล้วว่าปัญหานี้ใหญ่พอที่จะต้องใช้อำนาจสูงสุด และทุกบริษัทต้องปฏิบัติตาม

กฎใหม่ที่คุม 4 เรื่องหลัก

นโยบายใหม่วางกรอบคุ้มครองแรงงานในกลุ่มนี้ 4 เรื่องหลัก ได้แก่ ค่าแรงขั้นต่ำ, ชั่วโมงการทำงาน, สัญญาจ้างที่ชัดเจน และอัลกอริทึม

1.ค่าแรงขั้นต่ำ และสวัสดิการ

บริษัทต้องจ่ายค่าแรงให้ไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละเมือง พร้อมค่าตอบแทนพิเศษสำหรับวันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมถึงต้องจ่ายตรงเวลาและครบจำนวนด้วย 

อ่านดูแล้วเหมือนกฎพื้นฐานทั่วไป แต่ในอดีตไรเดอร์จำนวนมากเจอปัญหาค่าแรงถูกหักค่าปรับโดยไม่โปร่งใส โดยผลสำรวจปี 2023 พบว่าราว 50% ของไรเดอร์ส่งอาหารมีรายได้เพียง 4,000 ถึง 5,999 หยวนต่อเดือน (ราว 20,000 ถึง 30,000 บาท) และมีเพียง 7% ที่ได้มากกว่า 8,000 หยวน

2.ชั่วโมงทำงานสูงสุด และออเดอร์สูงสุดต่อครั้ง

กำหนดให้บริษัทต้องเจรจากับสหภาพแรงงาน หรือตัวแทนผู้ใช้แรงงานเพื่อกำหนด 'จำนวนออเดอร์สูงสุดต่อครั้ง' และ 'ชั่วโมงทำงานสูงสุดต่อวัน' และเมื่อไรเดอร์ถึงขีดจำกัดนั้น ระบบต้องหยุดส่งออเดอร์ใหม่ทันทีพร้อมแจ้งเตือนให้พัก

กล่าวคืออัลกอริทึมที่เคยไม่มีลิมิตชั่วโมงการทำงาน จะถูกกำหนดเพดานใหม่โดยกฎหมาย เนื่องจากที่จีนเคยมีกรณีของไรเดอร์ที่เสียชีวิตในหางโจวเมื่อเดือนกันยายน 2024 หลังทำงาน 18 ชั่วโมงต่อวันมาแล้ว

3.สัญญาจ้างงานที่ชัดเจน

บริษัทต้องทำสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการกับไรเดอร์ที่ตรงตามเงื่อนไขการจ้างงาน ส่วนผู้ที่ไม่ตรงเงื่อนไขก็ต้องมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรระบุเงื่อนไขชัดเจน ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการไรเดอร์ แทนที่จะปล่อยทุกคนอยู่ในโซนเทา ๆ (เช่น การที่บอกว่าไรเดอร์ไม่ใช่ลูกจ้าง เป็นต้น)

4.อัลกอริทึมต้องเจรจาต่อรองได้

บริษัทต้องเปิดให้สหภาพแรงงานเข้าร่วมกำหนด และแก้ไขอัลกอริทึมที่ควบคุมการรับงาน การจ่ายเงิน อัตราค่าคอมมิชชัน และการลงโทษ หากสหภาพร้องขอให้เกิดการเจรจราระหว่างไรเดอร์ และอัลกอริทึม บริษัทต้องตอบรับและเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น 

นั่นหมายความว่า โค้ดที่กำหนดชีวิตไรเดอร์กลายเป็นเรื่องที่ต้องผ่านกระบวนการเจรจาต่อรองร่วม ไม่ใช่สิทธิ์ขาดของบริษัทอีกต่อไป

บริษัทในจีนออกมารับปฏิบัติตาม

ก่อนกฎจะมีผลบังคับใช้เต็มตัว (กำหนดคือ ปี 2027) บริษัทแพลตฟอร์มรายใหญ่เริ่มประกาศแผนออกมาแล้ว เช่น

SF Express จัดงบ 200 ล้านหยวน หรือราว 29 ล้านเหรียญ เพื่อเพิ่มรายได้ผู้ส่งสินค้า 

Didi ประกาศเงินอุดหนุนคนขับ 1,100 ล้านหยวน 

Alibaba จะจ่ายประกันสังคมอย่างน้อย 50% ให้ไรเดอร์ 

Ele.me และ JD.com ให้สิทธิประโยชน์สังคมเต็มรูปแบบแก่ไรเดอร์ประจำ 

Meituan ประกาศขยายความคุ้มครองสิทธิด้านประกันสังคม

แม้ว่าบริษัทในจีนจะออกมารับหน้าเร็ว แต่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าบริษัทอาจจะไม่ยอมปฏิบัติตามจริง 100% เพราะย้อนกลับไปเมื่อปี 2021 ที่เคยมีกฎในลักษณะดังกล่าวออกมา บริษัทที่เกี่ยวข้องก็ออกมาบอกว่าจะปฏิบัติตาม แต่กลับกลายเป็นว่าอัลกอริทึมที่ควบคุมไรเดอร์ก็ยังคงทำงานในลักษณะเดิม

อ้างอิง : Bloomberg, China Daily, The Next Web

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ม.มหิดล อันดับ 1 โลก SDG 3 เปิดยุทธศาสตร์ ‘Holistic Wellbeing’ นิยามความเป็นอยู่ที่ดีแบบใหม่ของมหิดล ที่จะนำประเทศไปสู่ Wellness Economy

มหาวิทยาลัยมหิดลคว้าอันดับ 1 ของโลกด้าน SDG 3 ด้วยคะแนน 93.6 จาก THE Sustainability Impact Rankings 2026 พร้อมเปิดยุทธศาสตร์ Holistic Wellbeing พาไทยชิงตลาด Wellness Economy โลกที่...

Responsive image

ถอดวิสัยทัศน์ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ยุคที่ธุรกิจต้องการ 'Social License to Operate' และ 'เงินทุน' ไม่ได้ไหลเข้าบริษัทที่มุ่งแต่จะทำกำไรสูงสุด

สรุปวิสัยทัศน์ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จากงาน Capital with Porpose 2026 : Unlocking ESG Value through Green Finance ที่ชี้ให้เห็นว่า ความยั่งยืน ไม่ใช่ทางเลือกแต...

Responsive image

'จากการขายอินเทอร์เน็ต สู่การขายพลัง AI' Huawei ชี้อนาคตของโทรคมนาคมจะขับเคลื่อนด้วยโมเดลรายได้จาก Token Monetization

Huawei เปิดวิสัยทัศน์ Token Monetization ในงาน MWC Shanghai 2026 ชี้ AI กำลังเปลี่ยนโมเดลธุรกิจโทรคมนาคม จากการขาย Data สู่การสร้างรายได้จากบริการ AI และ 5G-A...