จีนหวังแซงเทสล่า ปั้นรถไร้คนขับ Baidu นำทัพให้บริการ

รัฐบาลจีนมีส่วนช่วยสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถ EV เพื่อผลักดันผู้ผลิตรถในประเทศ แต่เป้าหมายของจีนไม่ใช่แค่การส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าไปทั่วโลก เพราะล่าสุดกำลังพุ่งเป้าไปที่ตลาดใหม่อย่าง ‘รถยนต์ไร้คนขับ’

Baidu บริษัทด้านอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีน เป็นหนึ่งในตัวเต็งในตลาดนี้ เพราะกำลังให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับกว่า 400 คันในเมืองอู่ฮั่น โดยมีค่าโดยสารอยู่ที่ราว 1.5-2 หยวน (ประมาณ 7-9 บาท) ต่อกิโลเมตร ถูกกว่าแท็กซี่ทั่วไปกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากเงินสนับสนุนของรัฐบาลจีน หลังบริษัทจีนหลายแห่งประสบความสำเร็จกับการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากับคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Tesla

ก่อนหน้านี้ Maio Wei อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกาศว่า จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำโลกด้านรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว และเป้าหมายต่อไปคือ การผสานรถยนต์กับเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ซึ่งรถยนต์ไร้คนขับก็เป็นหนึ่งในนั้น

จีนมองว่า ระบบ Full Self-Driving (FSD) ของ Tesla เป็นมาตรฐานในการวัดความก้าวหน้าของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยข้อมูลจากผู้สังเกตการณ์ในจีน ระบุว่า FSD ของ Tesla ได้มีการบันทึกข้อมูลการเดินทางของผู้ใช้ไปมากกว่า 1.6 พันล้านกิโลเมตร ซึ่งมากกว่าของ Baidu ราว 100 ล้านกิโลมตร แถม FSD เวอร์ชันล่าสุดของ Tesla ก็ล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยีของจีนอย่างน้อย 5 ปี

รัฐบาลจีน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ มองเห็นโอกาสในการเรียนรู้จาก Tesla  ที่ดำเนินธุรกิจในจีน พวกเขาเชื่อว่า Tesla ต้องการข้อมูลจากรถยนต์ที่ขายในจีน เพื่อพัฒนา  FSD  ให้ดียิ่งขึ้น แต่จีนก็ต้องการสร้างความสัมพันธ์แบบ win-win กับ Tesla ในด้านรถยนต์ไร้คนขับเช่นเดียวกัน ซึ่งการที่ Baidu ได้นำร่องให้บริการรถยนต์ไร้คนขับ และตั้งเป้าให้บริการ 100 เมืองในจีนภายในปี 2030 ก็อาจจะส่งผลให้จีนได้เปรียบ Tesla ในตลาดของประเทศตัวเอง

Baidu ไม่ใช่ผู้เล่นรายเดียวในตลาดรถยนต์ไร้คนขับของจีน เพราะมีรถยนต์บางรุ่นในจีนติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติของ Huawei เช่นกัน การที่ Baidu ได้นำร่องให้บริการรถยนต์ไร้คนขับ และตั้งเป้าให้บริการ 100 เมืองในจีนภายในปี 2030 ก็อาจจะส่งผลให้จีนได้เปรียบ Tesla ในตลาดของประเทศตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น ทั้ง Baidu และ Huawei  ยังได้เปรียบจากตลาดในประเทศขนาดใหญ่ที่เป็นเหมือนสนามทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยมีภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาร่วมมือกันผลักดันนวัตกรรม  

อ้างอิง : Nikkei

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ม.มหิดล อันดับ 1 โลก SDG 3 เปิดยุทธศาสตร์ ‘Holistic Wellbeing’ นิยามความเป็นอยู่ที่ดีแบบใหม่ของมหิดล ที่จะนำประเทศไปสู่ Wellness Economy

มหาวิทยาลัยมหิดลคว้าอันดับ 1 ของโลกด้าน SDG 3 ด้วยคะแนน 93.6 จาก THE Sustainability Impact Rankings 2026 พร้อมเปิดยุทธศาสตร์ Holistic Wellbeing พาไทยชิงตลาด Wellness Economy โลกที่...

Responsive image

ถอดวิสัยทัศน์ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ยุคที่ธุรกิจต้องการ 'Social License to Operate' และ 'เงินทุน' ไม่ได้ไหลเข้าบริษัทที่มุ่งแต่จะทำกำไรสูงสุด

สรุปวิสัยทัศน์ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จากงาน Capital with Porpose 2026 : Unlocking ESG Value through Green Finance ที่ชี้ให้เห็นว่า ความยั่งยืน ไม่ใช่ทางเลือกแต...

Responsive image

'จากการขายอินเทอร์เน็ต สู่การขายพลัง AI' Huawei ชี้อนาคตของโทรคมนาคมจะขับเคลื่อนด้วยโมเดลรายได้จาก Token Monetization

Huawei เปิดวิสัยทัศน์ Token Monetization ในงาน MWC Shanghai 2026 ชี้ AI กำลังเปลี่ยนโมเดลธุรกิจโทรคมนาคม จากการขาย Data สู่การสร้างรายได้จากบริการ AI และ 5G-A...