ในประเทศที่ระบบการศึกษาเต็มไปด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างจีน การที่สถาบันการศึกษาจะบอกให้นักศึกษาออกไปมีแฟน ดูจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ล่าสุด Sichuan Southwest Vocational College of Aviation วิทยาลัยอาชีวศึกษาด้านการบินในมณฑลเสฉวน ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนบนโลกโซเชียลด้วยการประกาศหยุดยาวช่วงฤดูใบไม้ผลิ พร้อมบอกให้นักศึกษา "ลองออกจากหน้าหนังสือ ไปชมดอกไม้และไปตกหลุมรักดูสักครั้ง"
จุดประสงค์ของเรื่องนี้คือการกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในวัฒนธรรมการทำงานและการเรียนที่หนักหน่วง (996 culture) ได้มีเวลาออกไปใช้ชีวิต สัมผัสธรรมชาติ และที่สำคัญที่สุดคือตกหลุมรัก

หากมองข้ามความโรแมนติกไป เราจะพบว่านี่คือการดำเนินนโยบายตามทิศทางของรัฐบาลกลาง (NDRC) ที่พยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่กำลังกัดกินประเทศ
ในปี 2025 ประชากรจีนลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และอัตราการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ รัฐบาลจึงต้องพยายามสร้างนิเวศวิทยาที่เอื้อต่อการสร้างครอบครัว ตั้งแต่การปรับปรุงผังเมืองให้เป็น Child-friendly ล่าสุดก็มีการประกาศว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ทั้งหมด ตั้งแต่การตรวจครรภ์ไปจนถึงการคลอดบุตร สามารถเบิกได้ 100% จากกองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติ
นอกจากมิติด้านประชากรศาสตร์แล้ว นโยบายนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ การกระจายวันหยุดแบบเหลื่อมเวลาไปยังมณฑลต่างๆ เช่น เสฉวน และเจียงซู ไม่เพียงแต่ช่วยลดความแออัดในช่วงเทศกาลหลัก แต่ยังเป็นการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจากกำลังซื้อมหาศาลของคนรุ่นใหม่ที่ออกไปท่องเที่ยวและทำกิจกรรมสันทนาการในช่วง Off-peak
บทสรุปของความเคลื่อนไหวนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า จีนกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่ความสุขและความสัมพันธ์ถูกยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ และเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน แม้ว่าความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจะยังคงเป็นการปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อการครองโสด แต่นโยบาย "สั่งให้ไปรัก" นี้ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนว่า จีนกำลังยอมแลกชั่วโมงเรียนที่หนักหน่วง เพื่อซื้ออนาคตของประชากรที่มีความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานมากขึ้น
อ้างอิง: reuters
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด