startups ในจีนพูดเกินจริงเกี่ยวกับตัวเลขของพวกเขา | Techsauce

startups ในจีนพูดเกินจริงเกี่ยวกับตัวเลขของพวกเขา

Funding-in-China-Feature-Image-1000-x-500-alt-720x360

ในวงการ Startups เอเซียดูเหมือนว่าช่วงที่ผ่านมาเพียงไม่กี่ปี มีการระดมทุนของเหล่า Startups จำนวนมาก มีการเติบโตด้านตัวเลขและผลประกอบการ ทั่วโลกดูเหมือนจะยอมรับในศักยภาพของ Startups ในภูมิภาคบ้านเรา ตัวเลขที่ปรากฏให้เราเห็น ส่วนมากแล้วถูกใส่สีเติมแต่งให้ดูดีกันทั้งนั้น

ข้อกล่าวหาในเรื่องนี้มาจากเว็บไซต์ข่าวชื่อดังในประเทศจีน Tencent Tech มีรายงานว่ากว่า 80 % ของ Startups ในประเทศจีนล้วนแล้วแต่โกหกในเรื่องตัวเลขของเงินทุนที่พวกเขาได้รับ มีการดึงเอาคำพูดของ Xu Xiaoping ผู้ก่อตั้ง Zhenfund บริษัทลงทุนในจีนว่า "การแต่งบัญชีหรือพูดเกินความจริงเรื่องตัวเลขเป็นความเข้าใจที่เราทุกคนรู้ๆกันอยู่แล้วในวงการนี้"

Rui ma หุ้นส่วน 500 Startups ให้ความคิดเห็นกับ Tech in Asia ว่า "เราไม่แปลกใจเลยที่ยอดแต่งบัญชีของ Startups พุ่งสูงถึง 80% แต่ทว่าเราเองก็ไม่รู้ตัวว่าเปอร์เซ็นต์มันจะเยอะขนาดนี้" ในขณะเดียวกัน William Bao Bean ผู้อำนวยการ Chinaaccelerator ก็ได้บอกว่า "มันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วที่เหล่า Startups จะพูดเกินจริงถึงตัวเลขเงินทุนที่ตนได้รับ มันเป็นหนึ่งในจิตวิทยาที่จะทำให้คู่แข่งกลัว"

เนื่องจากการเสนอข่าวนั้นสามารถพิสูจน์และยืนยันได้ยากว่า Startups รายไหนบอกตัวเลขที่เป็นจริง แต่การจะระดมทุนในรอบแรกๆ เราสามารถทราบได้จาก US Securities and Exchange Commission (SEC) ซึ่งทำหน้าที่คอยตรวจสอบตัวเลขอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเวลาที่บริษัทจะเข้าตลาดหุ้น การปลอมแปลงตัวเลขมีผลทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นถ้าเราแกะรอยตาม SEC จะสามารถรู้ได้ว่าบริษัท Startups รายไหนได้เงินทุนไปเท่าไหร่ในช่วงแรกๆ บางบริษัทแถลงตัวเลขออกมาให้สื่อมวลชนทราบแต่ปรากฎว่าตัวเลขกลับไม่เป็นไปตามที่รายงานต่อ SEC

ยกตัวอย่างบริษัทสื่อข่าว Wowo และเว็บไซต์เทคโนโลยีชื่อดังของจีนอย่าง Sina Tech กับ Tencent Tech ประกาศอย่างเป็นทางการในปี 2011 ว่าพวกเขาได้ระดมเงินทุนกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ข้อมูลจาก SEC กลับไม่ตรงกับที่รายงานไปเนื่องจากพวกเขาระดมทุนได้แค่ 65 ล้านเหรียญสหรัฐ อีกบริษัทหนึ่งได้แก่เว็บไซต์ท่องเที่ยว Tuniu ประกาศว่าบริษัทตนได้รับเงินทุนเป็นจำนวน 60 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือนกันยายน ปี 2013 แต่ทว่าข้อมูลให้ไว้กับ SEC กลับบอกไว้ที่ 50 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

 แม้ว่าพวกเขาตกจะแต่งตัวเลขในข้างต้น แต่เราสามารถค้นหาข้อเท็จจริงดังกล่าวได้จาก SEC และนอกจากนั้นก็คงต้องตรวจสอบกันเอง ดังนั้นอย่าพึ่งเชื่อกับตัวเลขที่ทางบริษัทแถลงข่าวออกไป เพราะมันอาจจะถูกพูดเกินไปก็เป็นได้

ที่มา : Tech In Asia

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Google Workspace อัปเกรดครั้งใหญ่ ! ดึงพลัง AI พลิกโฉมการทำงาน

Google Workspace บริการชุดแอปพลิเคชันผ่านระบบคลาวด์ ได้รับการยกเครื่องครั้งใหญ่ด้วยการผสานความสามารถของ Generative AI ในหลากหลายแอปพลิเคชันยอดนิยม เพื่อช่วยให้การทำงานเป็นเรื่องที่...

Responsive image

จาก ลี เซียงลุง สู่ ลอว์เรนซ์ หว่อง ว่าที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์คนที่ 4

ลี เซียนลุง ได้สิ้นสุดการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ในวันที่ 16 เมษายน 2024 ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ ลอว์เรนซ์ หว่อง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ก้าวขึ้นสู่การเป็นนายกรั...

Responsive image

สิงคโปร์ออกแนวทางใหม่ ลูกจ้างทำงาน 4 วันได้ WFH ได้ เข้าออฟฟิศตอนไหนก็ได้

ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2024 เป็นต้นไป พนักงานในสิงคโปร์สามารถขอบริษัททำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ ทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) หรือกำหนดเวลาเข้า-เลิกงานตามหน้าที่และเงื่อนไขของแต่ละ...