ไม่ได้ก็ไม่เอา จีนเลิกพึ่งชิปจากสหรัฐฯ จีบญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หาซัพพลายเออร์ใหม่ | Techsauce

ไม่ได้ก็ไม่เอา ชิปจีนเลิกพึ่งสหรัฐฯ จีบญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หาซัพพลายเออร์ใหม่

อุตสาหกรรมชิปจีนจะไม่พึ่งพาอเมริกาอีกต่อไป เพราะล่าสุดบริษัทชิปชั้นนำของจีนอย่าง SMIC และ CXMT ประกาศเดินหน้าเต็มกำลังในการหาซัพพลายเออร์ท้องถิ่นเพื่อซื้อขายส่วนประกอบที่ใช้ผลิตชิป ลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกา พร้อมเร่งหารือพันธมิตรใหม่อย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

อุตสาหกรรมชิปจีนจะพึ่งพาตัวเอง

ย้อนไปเมื่อปี 2020 บริษัท SMIC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในจีนถูกเพิ่มเข้าไปใน U.S. Entity List ซึ่งเป็นบัญชีดำด้านการค้า ที่ดูแลโดยกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา บริษัทที่มีชื่อติดในบัญชีเหล่านี้จะถูกจำกัดการซื้อขายผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ที่ผลิตในสหรัฐฯ

ทำให้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว SMIC เร่งดำเนินการเพื่อหาซัพพลายเออร์รายใหม่ในท้องถิ่น โดยค้นหาผ่านการขอให้ลูกค้าที่ใช้บริการการผลิตชิปของบริษัทช่วยตรวจสอบและแนะนำซัพพลายเออร์ให้ 

ในฝั่ง CXMT บริษัทชั้นนำของจีนที่ผลิต DRAM (หน่วยความจำคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่ง) ก็เร่งมือค้นหาและใช้ซัพพลายเออร์ในท้องถิ่น แทนการพึ่งพาซัพพลายเออร์จากต่างประเทศด้วยเช่นกัน

โดยส่วนประกอบสำคัญที่บริษัทชิปจีนต้องหาใหม่ ได้แก่ แผ่นเวเฟอร์, และส่วนผสมทางเคมี อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากังวลคือ หากเปลี่ยนซัพพลายเออร์ใหม่ก็เท่ากับว่าต้องเปลี่ยนสูตรทางเคมีใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อจำนวนชิปที่จะผลิตได้น้อยลง 

หารือพันธมิตรใหม่ในประเทศเอเชีย?

แม้ด้านสหรัฐฯ หวังว่าพันธมิตรของตน เช่น ญี่ปุ่น จะจำกัดการเข้าถึงส่วนประกอบชิปขั้นสูงกับจีนด้วยเช่นเดียวกัน แต่เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 จีนได้เข้าหารือด้าน Supply Chain กับพันธมิตรสหรัฐฯ อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อีกครั้งในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2019

ในการประชุมสุดยอดผู้นำของญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน มี Yoon Suk Yeol ประธานาธิบดีของเกาหลีใต้, Li Qiang นายกรัฐมนตรีของจีน, และ Fumio Kishida นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ร่วมพูดคุยกันถึงการวางแผนการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสามประเทศ 

ครั้งหนึ่งข้อตกลงการค้าเสรีเคยมีการพูดคุยกันไปแล้วเมื่อปี 2012 แต่ต้องหยุดชะงักไปในปี 2019 จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีนี้จีนจึงจะมาสานต่อ เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศจีนอ่อนแอมาก 

ในปัจจุบัน ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าที่เรียกว่าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่เริ่มเอาไว้ในปี 2022 และข้อตกลงการค้าเสรีใหม่ที่พูดคุยกันจะถูกเรียกว่า RCEP Plus ซึ่งมีผลประโยชน์ทางการค้าที่เหนือกว่าเดิม

ด้านญี่ปุ่นขอให้จีนลดการอัดจีนเงินและให้สิทธิพิเศษแก่รัฐวิสาหกิจ เพราะอาจนำไปสู่การผลิตสินค้ามากเกินไปซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในตลาดได้ รวมถึงลดกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ทำให้การเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างประเทศให้ปลอดภัยเป็นเรื่องยาก เช่น ยกเลิกให้บริษัทต่างชาติเปิดเผยซอร์สโค้ดของซอฟต์แวร์ของบริษัท เป็นต้น

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น Fumio Kishida เชื่อว่าขณะนี้จีนเต็มใจที่จะแก้ไขปัญหาที่สำคัญและเดินหน้าการเจรจาต่อไป 

ในช่วงนี้ประเทศตะวันตกมีความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแผงโซลาร์เซลล์มากเกินไป เพราะการสนับสนุนของรัฐบาล ทำให้เกิดปัญหากับญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าสินค้าราคาถูกเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบต่อตลาดโลก

จึงถือเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างมาของเศรษฐกิจโลกในปี เนื่องจากกับเปลี่ยนแปลง Supply Chain ครั้งใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ในจีนจะต้องส่งผลต่อธุรกิจอื่นๆ ในตลาดโลกอย่างแน่นอน รวมถึงพันธมิตรใหม่ในข้อตกลงการค้าเสรี อาจเป็นโอกาสสำหรับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่จะขอให้จีนปฏิบัติตามกฎการค้าที่เป็นธรรมมากขึ้น

อ้างอิง: asia.nikkei [1], asia.nikkei [2], asia.nikkei [3]

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

TMA เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศที่มีขีดความสามารถที่สุดในโลกโดย IMD ไทยขยับขึ้นมาอันดับที่ 25

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในโลก จัดอันดับโดย World Competitiveness Center ของ IMD ประจำปี 2567 ไทยอยู่ที่ 25 และคว้...

Responsive image

ประเทศไทยในยุค AI Economy ไม่ได้ขาดงาน แต่ขาดคนที่มีทักษะ AI

ประเทศไทยในยุค AI Economy ถึงเวลาที่ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ด้วยการนำประโยชน์ของ AI มาใช้กับธุรกิจให้ได้มากที่สุด...

Responsive image

Netflix มุ่งลงทุนซีรี่ย์เพิ่มในไทย ‘สมรสเท่าเทียม’ สร้างโอกาสนำเสนอเนื้อหาหลากหลาย

Netflix สตรีมมิ่งภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเดินหน้าสร้างหนัง ซีรี่ส์ และรายการท้องถิ่นมากขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แรงหนุนจากสมรสเท่าเทียม...