อุตสาหกรรมร้านอาหาร SEA กำลังแย่ จากการบุกของแบรนด์จีนราคาประหยัด

ประมาณ 10 ปีก่อน ธุรกิจร้านขนมและร้านกาแฟในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว จนถึงวันนี้ร้านกาแฟได้พัฒนาเป็น 'คาเฟ่' ที่เน้นความสวยงาม เหมาะสำหรับถ่ายรูป พร้อมกาแฟคุณภาพและขนมอร่อย บางร้านยังมีเมนูอาหารเพิ่มเติมด้วย การพัฒนาเหล่านี้ทำให้ต้นทุนธุรกิจคาเฟ่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าแพงขึ้น 

ซึ่งมันอาจเปิดโอกาสให้ ‘ธุรกิจเครื่องดื่มและร้านขนมจากจีน’ เข้ามาแข่งขันกับธุรกิจท้องถิ่นด้วยการนำเสนอตัวเลือกที่ราคาถูกกว่า ในรายงานของ Nikkei ระบุว่าไม่ใช่แค่ไทย แต่ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับการรุกตลาดของธุรกิจจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จนหลายเจ้าในท้องถิ่นต้านกระแสไม่ไหวแล้ว

ธุรกิจเครื่องดื่มและขนมจากจีนกำลังทำลายธุรกิจท้องถิ่น SEA

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Mixue ร้านไอติมและชาเจ้าดังสัญชาติจีน ซึ่งคนไทยเรารู้จักกันดีเพราะไอสครีมซอร์ฟเสิร์ฟของร้านนี้มีราคาเพียงแค่ 15 บาทเท่านั้น 

Mixue กำลังกลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุน้อย เนื่องจากมีราคาอาหารและเครื่องดื่มที่ถูกกว่าร้านในท้องถิ่น ทำให้ร้านเหล่านี้เป็นที่สนใจอย่างมาก ซึ่งความนิยมเหล่านี้ได้สร้างความกังวล เนื่องจากร้านจันราคาถูกอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในชุมชนท้องถิ่นได้ 

เวียดนาม: ToCoToCo ชานมไข่มุกของเวียดนาม สู้ไม่ไหว

ในเวียดนาม Mixue กลายเป็นร้านแฮงค์เอายอดนิยมของนักเรียนมัธยมปลายหลังเลิกเรียน เนื่องจากราคาที่ไม่แพง โดยทางสำนักข่าว Nikkei เผยว่า ที่ร้าน Mixue ในฮานอยสามารถขายเครื่องดื่มได้ประมาณ 500 แก้วต่อวัน และบางครั้งก็สูงกว่า 1,000 แก้วในวันที่มีลูกค้าแน่น 

โดยเฉพาะชาเลมอนผสมว่านหางจระเข้ที่เป็นสินค้าขายดี ซึ่งมีราคาเพียง 17,000 ดอง หรือประมาณ 22 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมากหากเทียบกับเครื่องดื่มประเภทเดียวกันของร้านท้องถิ่นอย่าง ToCoToCo แฟรนไชน์ชานมไข่มุกสุดฮิตสัญชาติเวียดนาม โดย Mixue มีราคมถูกกว่า ToCoToCo ราว 30% - 50% เลยทีเดียว

หนังสือพิมพ์เวียดนามรายงานว่า ToCoToCo ประสบปัญหาขาดทุนติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 3 ปีจนถึงปี 2023 เนื่องด้วยบริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันกับเชนเครื่องดื่มราคาถูกจากจีน เช่น Mixue และแม้ ToCoToCo ได้พยายามปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและขยายสาขาเพิ่มจนมีจำนวนประมาณ 700 แห่งเพื่อให้ครอบคลุม แต่ก็ดูเหมือนว่าลูกค้าจะหมดความสนใจในแบรนด์นี้และหันไปใช้บริการจากร้านอื่นแทน

ไทย: กาแฟจีนตีตลาด ตัดราคาถูกกว่า Amazon

สำหรับประเทศไทยตอนนี้ก็มี Cotti Coffee กาแฟสัญชาติจีน ที่เรียกได้ว่าเป็นน้องใหม่ล่าสุดเพราะมีอายุแบรนด์เพียงแค่ 2 ปี เท่านั้น ได้เข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทยในเดือนธันวาคม 2023 ด้วยการขายกาแฟขนาดปกติเริ่มต้นเพียงแก้วละ 45 บาท 

ถูกกว่า Cafe Amazon ซึ่งเป็นเชนกาแฟใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีชื่อเสียงว่าขายเครื่องดื่มในราคาย่อมเยาซึ่งขายกาแฟอยู่ที่แก้วละ 65 บาท

ซึ่งราคาที่ต่ำกว่าช่วยให้ Cotti Coffee สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถดึงดูดคนหลายกลุ่มเข้ามาลองชิม ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา คนทำงาน หรือกลุ่มคนที่อาจจะไม่ได้มีกำลังซื้อสูง 

การที่คนจำนวนมากเข้าถึงได้ง่ายทำให้แบรนด์มีโอกาสได้รับความนิยมในระยะเวลาสั้นและสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบัน Cotti Coffee มีสาขาในจีนกว่า 7,000 แห่งแล้ว

ทำไมสินค้าจีนส่งออกมา SEA มากมายขนาดนี้ ?

บริษัทอาหารและเครื่องดื่มของจีนได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอเมริกาเหนือและยุโรปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดภายในประเทศจีนเริ่มอิ่มตัว ตามรายงานของ Huafu Securities ระบุว่า ในปี 2023 มีการจดทะเบียนบริษัทอาหารและเครื่องดื่มใหม่ในจีนเกือบ 3.19 ล้านแห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้น 24.2% จากปีก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นถึงจำนวนบริษัทที่เพิ่มขึ้นมาแข่งขันในตลาดจีน จนทำให้หลายบริษัทต้องมองหาโอกาสในการเติบโตในตลาดต่างประเทศที่มีการแข่งขันน้อยกว่า

นอกจากนี้เชนร้านอาหารและเครื่องดื่มของจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านภาวะเงินฝืดภายในประเทศ ทำให้ต้องลดราคาสินค้าลง อีกทั้งตลาดในจีนยังมีแนวโน้มที่จะหดตัวในอนาคตเนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลง ทำให้บริษัทเหล่านี้เริ่มมองหาตลาดใหม่ที่กำลังเติบโต อย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อ้างอิง: asia.nikkei, asia.nikkei2

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Moonshot AI เปิดตัว Kimi K2.5 โมเดล Open Source ตัวแรง เข้าใจครบภาพ ข้อความและวิดีโอ

Moonshot AI บริษัทเทคโนโลยีจากจีนที่ได้รับการสนับสนุนจาก Alibaba และ HongShan ประกาศปล่อยโมเดล Kimi K2.5 ในรูปแบบโอเพนซอร์ส โดยผ่านการฝึกด้วยข้อมูลภาพและข้อความมากกว่า 15 ล้านล้านโ...

Responsive image

Microsoft พัฒนา X-Coder โมเดลที่ฝึกจากข้อมูลสังเคราะห์ 100% เอาชนะโมเดลที่ใหญ่กว่าสองเท่า แก้ปัญหา AI เก่งน้อยลงเพราะข้อมูลหมดโลก

Microsoft แก้ปัญหา AI พัฒนาช้าลงจากข้อมูลฝึกที่เริ่มซ้ำ ด้วยการพัฒนา SynthSmith สร้างข้อมูลสังเคราะห์ และเปิดตัว X-Coder โมเดล AI เขียนโค้ดที่ฝึกจากข้อมูลสังเคราะห์ 100% แต่ทำผลงาน...

Responsive image

Clawdbot ลอกคราบ ปลี่ยนชื่อเป็น Moltbot รุกคืบสู่สังเวียน AI Agent แต่อาจเก่งเกินจนเป็น ‘ดาบสองคม’

Moltbot หรือ Clawdbot เดิม เปิดฉาก AI Agent ที่ทำงานเองได้จริง ตั้งแต่เฝ้างานถึงสื่อสารกับผู้ใช้ พร้อมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ไม่อาจมองข้าม...