รู้จักความแตกต่างของโรคระบาดในระดับ Pandemic, Epidemic และ Outbreak

หลังจากที่วันนี้ (12 มีนาคม 2020) องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) ได้ออกมาประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) อาจจะยังมีคนสับสนว่าแล้วมันมีความแตกต่างจากระดับของโรคระบาด (Epidemic) และ Outbreak ทั่วไปอย่างไร  

เราสามารถจำแนกความแตกต่างของคำเหล่านี้ได้ด้วย 'ขนาดของการแพร่ระบาด' ในเชิงภูมิศาสตร์ 

Outbreak 

คือ การอธิบายการอุบัติขึ้นแบบฉับพลันของโรคติดต่อที่ไม่ใช่โรคปกติทั่วไป ในกลุ่มคนจำนวนเล็กๆ ในเมืองใดเมืองหนึ่ง โดยยังไม่ได้แพร่กระจายออกไป

ส่วนใหญ่แล้ว ในขั้นนี้จะยังสามารถคาดการณ์จำนวนคนที่ติดต่อได้ และพอจำกัดวงให้อยู่ในสถานที่หนึ่ง ไม่รุนแรงมาก 

ยกตัวอย่าง เช่น หากในโรงเรียนหนึ่ง มีเด็กนักเรียนที่ป่วย ท้องเสียประมาณ 1-2 คนระหว่างอาทิตย์ก็จะนับเป็นเรื่องปกติ แต่หากในอาทิตย์เดียวมีนักเรียน 15 คนที่เกิดท้องเสียขึ้นมาพร้อมกัน อย่างนี้จึงนับว่าเป็น Outbreak 

เมื่อเกิดโรคขึ้น ลักษณะเฉพาะของโรคติดต่อจะสามารถถูกสังเกตเห็นได้ง่าย อย่างเช่น เมื่อเกิดจำนวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบขึ้นพร้อม ๆ กันในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ทำให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจพบและทราบว่าเป็นโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเมื่อเกิด Outbreak ขึ้น ทางการก็จะออกมาตรการตรวจสอบหาสาเหตุ จำนวนผู้ติดเชื้อ และพยายามควบคุมให้อยู่ในพื้นที่  

Epidemic

คือ ระดับโรคระบาดทั่วไปที่เริ่มใหญ่และแพร่กระจายออกไปเมืองต่างๆ มากขึ้น 

ในกรณีนี้ ด้วยความล่าช้าในการออกมาตรการควบคุมและปิดเมืองอู่ฮั่น ทำให้ COVID-19 ได้แพร่กระจายจนยกระดับสู่ขั้นของ Epidemic ที่ขยายวงกว้างออกไปยังเมืองต่าง ๆ และออกไปต่างประเทศในบางเมือง เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับโรคระบาดอย่าง อีโบลา ซาส์ หรือไข้หวัดนก

Pandemic

คือ 'การระบาดใหญ่' ของโรคที่แพร่กระจายเป็นวงกว้างไปทั่วโลก และยากต่อการควบคุม 

WHO ได้ประกาศให้ COVID-19 ยกระดับสู่การเป็น Pandemic เป็นที่เรียบร้อย ด้วยความรุนแรงของการระบาดที่กระจายไปสู่หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงการเกิดการติดต่อขึ้นภายในประเทศต่าง ๆ เอง ซึ่งมักเกิดจากการที่มีบุคคลเดินทางจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด และนำเชื้อไปติดคนในครอบครัวหรือเพื่อนอย่างไม่รู้ตัว นำมาซึ่งการแพร่ระบาดในเมืองใหม่ ๆ และยากต่อการควบคุม

ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 อยู่ที่ 121,000 ราย และเสียชีวิตกว่า 4,300 ราย ใน 114 ประเทศทั่วโลก ซึ่งหลังการประกาศของ WHO วันนี้ ได้ส่งผลให้ดัชนีดาวน์โจนส์ ร่วงกว่า 1200 จุด  ดาวน์โจนส์ ร่วง 1200 จุด หรือกว่า 4.5%  S&P500 ร่วงกว่า 4.1% ขณะที่ Nasdaq ร่วงลง 3.8%

อ้างอิง EcoWatch 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AMD ปิดดีลซื้อ MEXT สตาร์ทอัพหน่วยความจำ AI ที่ทำให้ Flash Memory ทำตัวเป็น DRAM ได้

AMD ปิดดีลซื้อ MEXT สตาร์ทอัพหน่วยความจำ AI จาก Santa Clara เจ้าของเทคโนโลยี Predictive Memory ที่ทำให้แฟลชราคาถูกทำงานแทน DRAM ลดต้นทุนศูนย์ข้อมูลได้ครึ่งหนึ่ง พร้อมแก้คอขวดหน่วยค...

Responsive image

UK เตรียม ‘แบนโซเชียลมีเดีย’ อายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องสแกนหน้าเพื่อเข้าใช้งาน TikTok และ Instagram

อังกฤษเตรียมแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้ TikTok และ Instagram บังคับยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าและ Digital ID พร้อมคุมแชทบอต AI ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ 400 คนเตือนความเสี่ยงด้านความเป็...

Responsive image

ทำไมกองทุนในเครือ LVMH อาจเข้าซื้อ Hyrox เมื่อการแข่งจาก 650 คนสู่ 1.5 ล้านคนในเวลา 8 ปี กลายเป็นเป้าหมายการลงทุนระดับโลก

ในปี 2018 Christian Toetzke และ Moritz Fürste อดีตนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติเยอรมนีเจ้าของเหรียญโอลิมปิก จัดงาน Fitness Race ครั้งแรกที่ฮัมบูร์ก มีผู้เข้าร่วม 650 คน วันนี้ในปี 2026 Hyro...