บนเวทีนวัตกรรมระดับโลกอย่าง CES 2026 ณ ลาสเวกัส ที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นและคว้ารางวัล Innovation Awards Honoree สาขา Artificial Intelligence (AI) คือ Dr.CerviCARE® AI จาก NTL Healthcare
อุปกรณ์นี้ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางการแพทย์ทั่วไป แต่เป็นเครื่องตรวจจับมะเร็งแบบพกพา ที่ถูกยกให้เป็น Game Changer ของอุตสาหกรรมสุขภาพสตรี (FemTech) เพราะมุ่งแก้ปัญหาคอขวดที่ใหญ่ที่สุดของระบบสาธารณสุขโลก นั่นคือ ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการคัดกรอง

มะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอันดับที่ 4 ของผู้หญิงทั่วโลก โดยในแต่ละปีมีผู้ป่วยรายใหม่กว่า 660,000 ราย และผู้เสียชีวิตมากกว่า 340,000 ราย ที่น่ากังวลคือกว่า 94% ของการเสียชีวิตเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ประสิทธิภาพของการรักษา แต่อยู่ที่ระบบคัดกรองแบบเดิม ซึ่งต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ ห้องปฏิบัติการในเมืองใหญ่ และกระบวนการส่งตัวอย่างที่ใช้เวลานาน 10–14 วัน ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากหลุดออกจากระบบก่อนจะได้รับการวินิจฉัย
Dr.CerviCARE® AI ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้โจทย์นี้โดยตรง ด้วยระบบคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ใช้ AI และสามารถทำงานแบบออฟไลน์ได้อย่างสมบูรณ์ แตกต่างจากโซลูชันก่อนหน้าที่ต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
อุปกรณ์ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับพื้นที่ทรัพยากรจำกัด ตั้งแต่ชุมชนห่างไกล ค่ายผู้ลี้ภัย ไปจนถึงพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยฝังอัลกอริทึมไว้ภายในตัวเครื่อง เพื่อให้ผลการวิเคราะห์มี ความสม่ำเสมอและแม่นยำ โดยไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่หรือทักษะของผู้ใช้งาน
ตัวเครื่องใช้เซนเซอร์ความละเอียดสูงร่วมกับฟิลเตอร์สีเขียว เพื่อลดแสงสะท้อนและขับเน้นเส้นเลือดผิดปกติ (Angiogenesis) ซึ่งเป็นสัญญาณของมะเร็งระยะเริ่มต้นที่ตาเปล่าอาจมองข้าม พร้อมวิเคราะห์ภาพโดยเทียบกับฐานข้อมูลกว่า 7 ล้านภาพ เพื่อจำแนกความเสี่ยงเป็น Normal / Atypical / Abnormal ภายในเวลาเพียง 5 วินาที
นวัตกรรมนี้ผ่านการทดสอบภาคสนามจริงในเมือง Can Tho ประเทศเวียดนาม โดยมีการคัดกรองผู้หญิงมากกว่า 1,500 ราย พบผลบวกประมาณ 80 ราย และตรวจวินิจฉัยพบมะเร็งปากมดลูก 12 ราย ผลลัพธ์ดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดปัญหาการหลุดออกจากระบบการดูแลรักษาอย่างมีนัยสำคัญ
ในภาพรวม Dr.CerviCARE® AI เป็นตัวอย่างชัดเจนของการนำ Deep Tech และ On-Device AI มาใช้แก้ปัญหาสาธารณสุขเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 90–70–90 ของ World Health Organization ซึ่งตั้งเป้าให้ผู้หญิงอย่างน้อย 70% ได้รับการคัดกรองด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงภายในปี 2030 เพื่อขยายการเข้าถึงการป้องกันและการตรวจพบมะเร็งปากมดลูกอย่างเท่าเทียม
ขณะเดียวกัน การได้รับรางวัลจาก CES 2026 ยังตอกย้ำทิศทางของ ‘AI เพื่อสังคม’ ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแนวคิดเชิงนโยบายหรือการทดลองทางเทคโนโลยี แต่เป็น AI ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด และสะท้อนภาพการแพทย์ยุคใหม่ที่นำนวัตกรรมออกไปหาผู้ป่วย แทนการรอให้ผู้ป่วยต้องเดินทางเข้าสู่ระบบสุขภาพแบบเดิม
อ้างอิง: CES 2026, NTL Healthcare, WHO
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด