ภาษี e-Service มีผลบังคับใช้แล้ว 1 กันยายนนี้

กรมสรรพากร เตรียมเก็บภาษี e-Service หรือ ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายนนี้ พร้อมกันนี้ยังเผยอีกว่า ได้มีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติ เข้ามาลงทะเบียนเสียภาษี e - Service แล้วกว่า 60 ราย

ภาษี e-Service คืออะไร ?

ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 377 (พ.ศ.2564) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งผู้ประกอบการที่ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ เพื่อกำหนดวิธีการดำเนินงานในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (e - Service) ของกรมสรรพากร โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กันยายน 2564

สำหรับภาษี e-Service เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งผู้ประกอบการต่างชาติที่ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย และมีรายได้จากการให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาท จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบงานภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ หรือ VAT for Electronic Service (VES) บนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร และยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมชำระภาษีเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 23 เดือนถัดไป

ธุรกิจประเภทใดบ้างที่ต้องจดทะเบียนภาษี e-Service ในประเทศไทย ?

สำหรับธุรกิจที่ต้องมาจดทะเบียนและดำเนินการทางภาษี แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ 

  • ธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับขายสินค้าออนไลน์ หรือ e-Commerce

  • ธุรกิจให้บริการโฆษณาออนไลน์ 

  • ธุรกิจให้บริการจองโรงแรม ที่พักและการเดินทาง 

  • ธุรกิจให้บริการเป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย 

  • ธุรกิจชมภาพยนตร์ ฟังเพลงออนไลน์ เกม รวมถึงแอปพลิเคชันต่าง ๆ

และจากข้อมูลล่าสุดพบว่า ธุรกิจที่ได้ขอยื่นจดทะเบียนมีแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้ง Netflix, Spotify, Facebook, Viu, TIKTOK เป็นต้น

ทั้งนี้ การออกภาษี e-Service นั้นจะทำให้การแข่งขันของผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการต่างชาติแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจบริการออนไลน์จะต้องส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ในขณะที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ของต่างชาติไม่ต้องเสียภาษีในส่วนนี้ โดยประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เริ่มเก็บภาษี e-Service นี้ตามคำแนะนำของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD และได้มีการดำเนินการในขั้นตอนของกฎหมายมากว่า 2 ปี จนได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันมีกว่า 60 ประเทศที่เก็บภาษีประเภทนี้ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย เป็นต้น

โดยการเสียภาษี e-Service ของผู้ประกอบการจากต่างประเทศที่จดทะเบียน จะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจากฐานการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการในไทยที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT ซึ่งผู้ใช้บริการในไทยที่จดทะเบียน VAT อยู่แล้ว ให้ดำเนินการโดยยื่นแบบและชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ. 36 และสามารถนำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรมาหักเป็นภาษีซื้อได้เช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่เสียภาษี e-Service ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี และไม่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักออกจากภาษีขาย 


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ถอดวิสัยทัศน์ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ยุคที่ธุรกิจต้องการ 'Social License to Operate' และ 'เงินทุน' ไม่ได้ไหลเข้าบริษัทที่มุ่งแต่จะทำกำไรสูงสุด

สรุปวิสัยทัศน์ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จากงาน Capital with Porpose 2026 : Unlocking ESG Value through Green Finance ที่ชี้ให้เห็นว่า ความยั่งยืน ไม่ใช่ทางเลือกแต...

Responsive image

'จากการขายอินเทอร์เน็ต สู่การขายพลัง AI' Huawei ชี้อนาคตของโทรคมนาคมจะขับเคลื่อนด้วยโมเดลรายได้จาก Token Monetization

Huawei เปิดวิสัยทัศน์ Token Monetization ในงาน MWC Shanghai 2026 ชี้ AI กำลังเปลี่ยนโมเดลธุรกิจโทรคมนาคม จากการขาย Data สู่การสร้างรายได้จากบริการ AI และ 5G-A...

Responsive image

Anthropic เดือด แฉ Alibaba สร้างบัญชีผี 25,000 บัญชี ดูดข้อมูล Claude ไปเทรน AI ของตัวเอง

Anthropic แฉ Alibaba สร้างบัญชีผี 25,000 บัญชี ลอบดูดข้อมูล (Distillation) จาก Claude ไปเทรน AI ของตัวเอง ชี้เป็นแคมเปญขโมยข้อมูล AI ครั้งใหญ่สุดที่เคยมีมา...